สอนอ่านกราฟหุ้นและเทคนิคการอ่านกราฟหุ้นสำหรับมือใหม่

หากจะกล่าวถึงการลงทุนในปัจจุบัน ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้คนหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา หรือคนวัยทำงานก็ต่างหันมาทำการลงทุนในหุ้นกันมากขึ้นกว่าสมัยก่อน สมัยก่อนคนอาจจะมองว่าการเล่นหุ้นมีความเสี่ยงมากกว่าการเก็บเงิน หรือการฝากเงินกับธนาคาร แต่ในปัจจุบันความคิดของคนได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัย คนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุน แน่นอนว่าการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงอยู่ แล้วการที่จะลดความเสี่ยงจากการลงทุนได้นั้น ก็คือเราต้องทำการศึกษามันก่อน เพื่อที่จะนำความรู้ที่เราศึกษานั้นมาใช้กับการลงทุนในหุ้น เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียเงินลงทุน ซึ่งในบทความนี้ก็จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับหุ้น และการอ่านการฟหุ้น ดังหัวข้อต่อไปนี้ ด้านล่าง

1.กราฟหุ้นคืออะไร

กราฟถือได้ว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคเลยก็ว่าได้ เพราะว่ากราฟนั้นมันจะแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นนั้นๆ ซึ่งการแสดงข้อมูลในกราฟนั้นมันจะปรากฎข้อมูลทั้งในปัจจุบันและอดีต โดยสิ่งที่มันแสดงในกราฟก็จะเป็นเครื่องมือทางการเงินพื้นฐานบนกราฟ ซึ่งการแสดงภาพนั้นๆ มันทำให้ผู้ลงทุนนั้นนำไปวิเคราะห์ได้ว่า รูปแบบราคาตลาดของหุ้นนั้นๆเป็นอย่างไร ซึ่งการวิเคราะห์ทางเทคนิคนั้นก็จะวิเคราะห์จากการเคลื่อนไหวของกราฟ รวมถึงแนวรับแนวต้าน ซึ่งจะมีอธิบายในหัวข้อถัดๆไปว่ามันคืออะไร ซึ่งถ้าถามว่าทำไมเราต้องใช้กราฟในการวิเคราะห์ต่างๆ ก็เนื่องจากประวัติเก่าๆของหุ้นตัวนั้นมันจะถูกโชว์อยู่ในกราฟ ซึ่งเราจะก็จะนำมาวิเคราะห์เหตุการณ์ หรือรูปแบบการทำซ้ำของกราฟ ซึ่งกราฟนั้นเป็นสิ่งที่สามารถแสดงได้อย่างดีที่สุด โดยการตีความหรือการวิเคราะห์กราฟนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการของแต่ละคน ซึ่งการวิเคราะห์และการตีความกราฟต่างๆนั้น มันก็มีได้หลายแบบ โดยเป้าหมายของผู้ค้าหรือผู้เทรดทุกคนก็คือได้กำไรสูงสุด ซึ่งกราฟนั้นมันสามารถช่วยให้ผู้เทรดนั้นตีความหรือวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวของกราฟว่าราคาในอนาคตจะเป็นในทิศทางไหน สำหรับผู้เทรดแบบ day trade นั้น กราฟนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการเป็นแหล่งข้อมูลหลักเพื่อใช้ในกลยุทธ์ของพวกเขา ซึ่งนักเทรดรายวันจะมองหารูปแบบกราฟ วิเคราะห์ปริมาณ และระบุพื้นที่ราคาที่มีนัยสำคัญ การทำเช่นนี้ทำให้ผู้ค้าสามารถเพิ่มโอกาสในการทำกำไรก่อนเข้าสู่การค้าได้


2.องค์ประกอบของกราฟหุ้น

ในกราฟก็จะประกอบด้วยสิ่งต่างๆ ที่เราสามารถนำมาวิเคราะห์หรือตีความได้ ดังต่อไปนี้

ราคาของหุ้นและปริมาณการซื้อขายของหุ้น


กราฟนั้นสามารถบอกราคาของหุ้นและปริมาณการซื้อขายของหุ้นได้ ซึ่งสามารถบ่งบอกแนวรับหรือแนวต้านได้ กราฟราคานั้นยังสามารถระบุได้ถึงความแตกต่างระหว่างปริมาณการซื้อและการขายได้อีกด้วย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้นั้นผู้เทรดมักจะเอาไปใช้ในการจำแนกจุดราคาว่าเป็นแนวต้านหรือแนวรับได้ แต่สิ่งสำคัญก็คือ ราคาตามกราฟนั้นจะแสดงถึงระดับราคาที่แน่นอนในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าระดับแนวรับและแนวต้านที่เราคำนวณเอาไว้ในอนาคตอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะการวิเคราะห์กราฟคือการเอาฐานข้อมูลเก่าๆมาทำการวิเคราะห์ เช่น หากหุ้นประสบกับไตรมาสที่แย่และเกิดการเทขายอย่างรุนแรง อาจมีปริมาณการซื้อขายที่สูงมากในหนึ่งวัน แต่นั่นอาจไม่เกี่ยวข้องทั้งหมดในฐานะระดับแนวรับที่ก้าวไปข้างหน้า ในเวลาเดียวกัน แนวรับและแนวต้านมีความสำคัญมากกว่าการมองไปข้างหน้ามากกว่าการมองย้อนกลับไปในอดีต เนื่องจากมีการสรุปรวมตลอดระยะเวลาทั้งหมด บางครั้งเราก็ต้องใช้การวิเคราะห์ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและโอกาสในการประสบความสำเร็จ ซึ่งรวมถึงรูปแบบแผนภูมิและตัวชี้วัดทางเทคนิค ตัวอย่างเช่น ผู้ค้าอาจใช้เส้นแนวโน้มเพื่อยืนยันการมีอยู่ของแนวรับหรือแนวต้าน แทนที่จะพึ่งพาแถบปริมาณเพื่อแสดงจุดกลับตัวเหล่านี้

เส้น moving average 


เส้น moving average เป็นเครื่องมือทางเทคนิคอย่างนึงที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ที่ทำให้ข้อมูลราคามีความดูง่ายมากขึ้น โดยการสร้างราคาเฉลี่ยที่มีการอัพเดทอย่างต่อเนื่อง โดยค่าเฉลี่ยนที่จะใช้มักจะเป็นช่วงเวลาที่กำหนดดังนี้ เช่น 10 วัน 20 นาที 30 สัปดาห์ หรือช่วงเวลาที่เรากำหนดเอาเอง ซึ่งในการใช้เส้น moving average หรือเส้นค่าเฉลี่ยก็ต้องเลือกให้เหมาะสมว่าควรใช้เส้นค่าเฉลี่ยนแบบไหน กลยุทธ์ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ยังเป็นที่นิยมและสามารถปรับให้เข้ากับกรอบเวลาใดก็ได้ เหมาะสำหรับทั้งนักลงทุนระยะยาวและเทรดเดอร์ระยะสั้น ซึ่งวืธีการดูโดยใช้ moving average นั้นสามารถลดความผันผวนของราคาได้ ซึ่งการสุ่มค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สามารถสร้างขึ้นได้หลายวิธี และใช้จำนวนวันที่แตกต่างกันสำหรับช่วงเวลาการเฉลี่ย การใช้งานทั่วไปของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่คือการระบุทิศทางแนวโน้มและกำหนดระดับแนวรับและแนวต้าน


เส้น Relative Strength Index (RSI)


เส้น Relative Strength Index (RSI) เป็นตัวบ่งชี้โมเมนตัมที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่วัดขนาดของการเปลี่ยนแปลงราคาล่าสุดเพื่อประเมินสภาวะซื้อเกินหรือขายเกินในราคาหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นๆ ซึ่งการตีความหรือวิเคราะห์แบบใช้ RSI คือค่า 70 หรือสูงกว่านั้น ก็หมายถึงว่า ราคานั้น มีกำลังซื้อที่มาเกินไปหรือมีมูลค่าสูงกว่าเกินไป และอาจเตรียมการสำหรับการกลับตัวของแนวโน้มหรือการปรับราคาย้อนกลับ ค่า RSI ที่อ่านได้ 30 หรือต่ำกว่า บ่งชี้ถึงสภาวะขายมากเกินไปหรือต่ำเกินไป


3.วิธีการดูกราฟหุ้นอย่างง่ายๆ

หลังจากที่เรารู้ส่วนประกอบของกราฟแบบคร่าวๆแล้วนั้น ก็ต้องมาศึกษาวิธีการใช้งานของมัน ว่าสามารถดูได้ตรงไหนบ้าง ซึ่งทางผู้เขียนก็จะให้ดูสิ่งที่ต้องดูหลักๆ ฉบับมือใหม่ เมื่อเราทำการวิเคาะห์ใดๆก็ตามกราฟมันจะโชว์ให้เราเห็นเลยว่า เราควรวิเคราะห์ยังไง ซึ่งผู้เขียนก็จะบรรยายตามหัวข้อด้านล่างกันเลย 

การดูแนวรับและแนวต้าน

เหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ซึ่งแนวรับก็คือ ระดับแนวราคาที่หุ้นไม่น่าจะลงไปต่ำกว่านี้ ขณะที่แนวต้านนั้นหมายถึงระดับที่ราคาไม่น่าจะขึ้นไปสูงกว่านั้น ซึ่งแนวรับแนวต้านนั้นมันก็คือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอัตรากำไรที่ลดลง ซึ่งราคาของหุ้นนั้นมันก็จะวิ่งไปมาระหว่างแนวรับและแนวต้าน

การวิเคราะห์ trend line 

Trend line หรือเส้นแนวโน้มนั้น คือเป็นแนวโน้มที่จะบอกว่าหุ้นของเราจะพุ่งขึ้นหรือมีการไต่ระดับครั้งใหญ่ ซึ่งเทรนไลน์นั้นสามารถบอกให้เราได้รู้ถึงกำไรจำนวนมาก หรืออาจจะขาดทุนก็เป็นได้ ซึ่งการดูเทรนไลน์นั้นก็ต้องใช้กราฟดูว่าที่ผ่านมานั้นแนวโน้มของหุ้นในแต่ละช่วงเวลามีแนวโน้มเป็นอย่างไร ซึ่งเทรนไลน์นั้นมีประโยชน์เป็นอย่างมาก ในการใช้วิเคราะห์ราคาของหุ้น ซึ่งหลายๆเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจนั้นมันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเทรนไลน์ ซึ่งเราก็ต้องตามข่าวทางเศรษฐกิจอยู่เสมอๆ 

เข้าใจปริมาณการซื้อขายของแต่ละหุ้น

ปริมาณการซื้อขายเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรเป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้คุณตัดสินใจซื้อหุ้นนั้นๆ เมื่อคุณซื้อหุ้นใดๆก็ตาม ปริมาณการซื้อขายมักจะเพิ่มขึ้นถ้าหากมีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เมื่อปริมาณการซื้อขายเพิ่มมากขึ้น ราคาก็จะเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่าเหมารวมว่าราคาหุ้นและปริมาณการซื้อขายจะมีความเกี่ยวข้องกันเสมอไป แต่เป็นการดีที่จะรู้ว่าปริมาณในอดีตเป็นอย่างไรและปัจจุบันเป็นอย่างไรก่อนตัดสินใจ ด้วยปริมาณที่สูงทำให้การซื้อหรือขายง่ายขึ้น ถ้าวันนั้นมีคนซื้อขายหุ้นเป็นจำนวนมาก คุณควรจะสามารถซื้อหรือขายได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามผู้เขียนหวังว่าผู้อ่านจะได้รับประโยชน์จากบทความนี้ไม่มากก็น้อย ซึ่งข้อมูลต่างๆนั้นก็เป็นแค่ข้อมูลคร่าวๆเพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพ แต่ก็ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ของตนเองอีกด้วย