เปิดใจทำความรู้จักหุ้น vi คืออะไรกันดีกว่า

เมื่อพูดถึงเรื่องการลงทุนในหุ้น หลายคนอาจจะรู้ว่าปัจจุบันนี้มีหุ้นหลากหลายรูปแบบ แต่วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับหุ้น VI คือหุ้นแบบไหน เหมือนว่ากำลังเป็นที่สนใจสำหรับนักลงทุนพอสมควร บางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อหุ้น VI คือ หุ้นที่มีชื่อเต็มว่า Value Investor แต่อาจจะไม่รู้อย่างชัดเจนว่ามีความมสำคัญอย่างไร และมีลักษณะการลงทุนแบบไหนกันแน่ ใครที่สนใจในเรื่องของการลงทุนหุ้นจริง ๆ ก็อย่าลืมศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมให้ดีก่อนลงทุนด้วย


หุ้น VI คืออะไร


จากที่รู้กันแล้วว่า VI ย่อมาจาก Value Investor และนักลงทุนส่วนใหญ่จะเรียกหุ้น VI ว่า “หุ้นคุณค่า” โดยนักลงทุนที่ลงทุนกับหุ้นนี้จะเน้นที่คุณค่านั่นเอง แล้วคุณค่าของอะไร เรามาเรียนรู้กันต่อเลย

หุ้น VI คือ นักลงทุนจะซื้อหุ้นเมื่อประเมินค่าได้ว่าหุ้นนี้มีราคาต่ำกว่าราคาที่แท้จริง และนักลงทุนจะทำการขายหุ้นออกไปเพื่อเก็งกำไร เมื่อประเมินแล้วว่าหุ้นนี้ราคาสูงกว่ามูลค่าจริง สิ่งสำคัญของการลงทุนหุ้น VI คือ การประเมินมูลค่าที่แท้จริง


การประเมินหุ้น VI

การลงทุนหุ้น VI จำเป็นที่จะต้องรู้วิธีประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น ซึ่งก็มีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การประเมินด้วยอัตราส่วนเงินทุนเมื่อเทียบกับหุ้นตัวอื่นที่ทำธุรกิจคล้าย ๆ กัน หรือจะประเมินมูลค่าที่แท้จริงด้วยกระแสเงินสดในอนาคตให้เป็นมูลค่าปัจจุบัน



การประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น VI ให้แม่นยำนั้นเป็นสิ่งที่ยากมาก เพราะมูลค่าที่แท้จริงของบริษัทนั้นไม่ได้มีแค่สินทรัพย์หรือกระแสเงินสดในปัจจุบัน แต่ยังมีแผนธุรกิจและเรื่องของการขยายธุรกิจในอนาคตที่มีความไม่แน่นอนอีก ดังนั้นการประเมินมูลค่าจะต้องทำด้วยความปลอดภัย

ยกตัวอย่างเช่น หากเราเป็นนักลงทุนที่คิดว่าหุ้น ABC จะเติบโตขึ้นได้ 30 เปอร์เซ็นต์ในอีก 3 ปี แต่เวลาประเมินจริงเราอาจจะประเมินโดยใช้การเติบโตแค่ 15 เปอร์เซ็นต์ก็พอ เพื่อไม่ให้คาดเคลื่อนจากความเป็นจริงในอนาคตมากนัก เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ยาก ซึ่งสามารถทำให้นักลงทุนมีโอกาสขาดทุนได้สูง

การลงทุนตต้องช่างน้ำหนักความเสี่ยงและผลกำไรตอบแทนเสมอ เนื่องจากการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและได้ผลตอบแทนน้อยนั้นอาจจะสร้างกำไรได้ดีกว่าการลงทุนที่มีความเสี่ยงมาก ดังนั้นการจะเป็นนักลงทุนหุ้น VI จำเป็นที่จะต้องมีความรู้ในเรื่องของการประเมินมูลค่าหุ้น มีเทคนิคและกลยุทธ์ในการลงทุน และสามารถจัดการกับความโลภที่อาจจะทำให้เราลงทุนตามความรู้สึกมากกว่าหลักการที่ถูกต้อง


วิธีเลือกลงทุนหุ้น VI ให้คุ้มและสร้างกำไรที่ดี

หุ้น VI เป็นหุ้นที่ไม่ได้มอบกำไรให้แก่นักลงทุนมากมายนักในช่วงแรก ๆ ของการลงทุน แต่เป็นหุ้นที่สามารถสร้างกำไรให้แก่นักลงทุนในระยะยาวได้ หากนักลงทุนรู้จักเลือกหุ้นและมีพื้นฐานในการเข้าใจหุ้น VI เป็นอย่างดี เมื่อเราเลือกลงทุนกับบริษัทที่มีการเติบโตก็จะยิ่งทำให้มูลค่าหุ้นสูงขึ้น เราก็จะสามารถทำกำไรได้ดีขึ้น วิธีเลือกหุ้น VI คือ

  1. ให้เลือกหุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่ามูลคค่าจริงที่คาดคิดไว้ โดยคิดคำนวณจากราคาหุ้นที่หารโดยราคาหุ้นที่ระบุตามบัญชี

  2. ศึกษาดูข้อมูลจากอัตราส่วนทางการเงินประกอบการตัดสินใจลงทุนด้วย

  3. หาข้อมูลการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือธุรกิจนั้นว่า มีผลประกอบการเป็นอย่างไร สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้นานแค่ไหน และเป็นบริษัทที่จดทะเบียนดำเนินการถูกต้องหรือไม่

  4. ให้เลือกหุ้นที่ไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่มีแผนการและแน้วโน้มในการดำเนินธุรกิจมั่นคงและเติบโตได้อีก

หุ้น VI ถือเป็นหุ้นสำหรับนักลงทุนที่มองการณ์ไกล และตั้งใจที่จะลงทุนเพื่อหวังผลกำไรระยะยาว ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลในการลงทุนให้ดี เพื่อให้การลงทุนประสบความสำเร็จและเกิดกำไรที่คุ้มค่าอย่างต่อเนื่องได้


การวิเคราะห์หุ้นสำหรับนักลงทุนหุ้น VI

เรื่องของการวิเคราะห์ภาพรวมของบริษัทก่อนทำการลงทุนหุ้นนั้นจะทำการวิเคราะห์อยู่ 2 ลักษณะคือ เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ สำหรับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ นักลงทุนจะต้องดู

  • โครงสร้างผู้ถือหุ้นส่วน

  • ความสามารถของผู้บริหาร

  • ความน่าเชื่อถือ

  • ภาพลักษณ์โดยรวมขององค์กร

  • การเติบโตของกิจการ

การวิเคราะห์เชิงปริมาณ นังลงทุนจะต้องดูในเรื่องของ

  • งบประมาณการเงินโดยรวม

  • งบกำไรขาดทุนหรืองบกระแสเงินสด

  • ข้อมูลทางการเงินในอดีต

วิธีการวิเคราะห์หุ้น VI เป็นอีกหนึ่งความรู้พื้นฐานของนักลงทุนสาย VI โดยหลักการการวิเคราะห์หุ้นประเภทนี้มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ

1. หลักการวิเคราะห์แบบ Top Down Analysis

วิธีนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการมองภาพรวมของเศรษฐกิจ ซึ่งการวิเคราะห์แบบ Top down Analysis เป็นการมองภาพกว้างแล้วค่อยมองภาพเล็ก โดยจะวิเคราะห์จากเศรษฐกิจโดยรวมเป็นอันดับแรกเลย จากนั้นจะดูปัจจัยทางเศรษฐกิจในช่วงนั้น และมองว่าเศรษฐกิจนี้กำลังเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจประเภทใดบ้าง เพื่อจะได้รู้ว่าควรจะเลือกลงทุนกับบริษัทที่กำลังได้ประโยชน์จากสภาพเศรษฐกิจในช่วงนั้น ๆ การวิเคราะห์แบบนี้จะถูกใช้สำหรับผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนสถาบัน

2. หลักการวิเคราะห์แบบ Bottom Up Analysis

เป็นการวิเคราะห์หุ้นที่เหมาะกับนักลงทุนที่มั่นใจแล้วว่าหุ้นตัวนี้มีโอกาสเติบโตขึ้นอีกในอนาคต การวิเคราะห์แบบนี้จะเป็นการมองภาพเล็กขึ้นมาภาพใหญ่ ซึ่งจะทำการวิเคราะห์จากการทำกำไรโดยรวมของบริษัท และค่อยคิดไปถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจ เป็นการมองภาพตรงข้ามกันกับการวิเคราะห์แบบ Top down

วิธีนี้จะเน้นการดูผลประกอบการของบริษัทเป็นหลัก โดยเริ่มวิเคราะห์จากสัดส่วนทางการเงิน อย่างเช่น ROE (อัตราตอบแทนผู้ถือหุ้น), Gross Profit Margin (อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท) และ Dividend Yield (อัตราเงินปันผล) เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องวิเคราะห์ถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กร ความสามารถในการแข่งขัน ภาพรวมของธุรกิจนั้นๆ จนมาถึงภาพรวมของเศรษฐกิจทั้งประเทศ

สำหรับใครที่กำลังมีคำถามว่า หุ้น VI ตัวไหนน่าลงทุนนั้น เราก็มีคำตอบและตัวเลือกมาให้ดูบ้างบางส่วน ไปดูกัน!


หุ้น VI ตัวไหนที่น่าลงทุนบ้าง

  • หุ้นธนาคารกรุงเทพ - BBL

  • หุ้นบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด มหาชน - CPALL

  •  หุ้นธนาคารกสิกรไทย - KBANK

  • หุ้นบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด มหาชน – LH

  • หุ้นบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด มหาชน หรือเอ็กโก กรุ๊ป – EGCO

หุ้น VI ทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจที่ยกมาวันนี้ถือเป็นธุรกิจอนาคตไกลที่คาดว่าจะมีการเติบโตในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว เพราะมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ และบางบริษัทก็มีสาขาทั้งในไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ราคาหุ้นยังไม่ค่อยสูงมาก ถือว่ายังไม่มีความเสี่ยงมากและมีการแข่งขันที่ไม่สูงมากจนเกินไป ที่สำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังซบเซา ธุรกิจเหล่านี้กลับกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี

หุ้น VI มีข้อดีอย่างไรบ้าง

ข้อดีของหุ้น VI คือ มีความมั่นคงค่อนข้างสูง ความเสี่ยงต่ำ สำหรับใครที่ต้องการสร้างรายได้แบบ passive income ก็ต้องเริ่มลงทุนหุ้น VI ได้เลย นักลงทุนหุ้น VI ไม่จำเป็นต้องเสียเวลามานั่งดูการเคลื่อนไหวการเปลี่ยนแปลงของตลาด เพราะไม่ได้มีความผันผวนสูง หากเลือกลงทุนกับหุ้น VI กับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจได้ดีและเติบโตก็จะสามารถสร้างกำไรได้ในระยะยาว เพราะมูลค่าของหุ้นจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต

หุ้น VI ไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ใจร้อนหรืออยากได้ผลตอบแทนเร็ว ๆ แต่เหมาะกับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้ประจำ เพราะหุ้น VI คือหุ้นที่มักจะจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ใครที่สนใจลงทุนหุ้นระยะยาว หุ้น VI คือคำตอบของคุณ

สรุป

หมดข้อสงสัยที่ว่าหุ้น VI คืออะไร และทำไมคนถึงสนใจลงทุนหุ้นรูปแบบนี้กัน จะเห็นได้ว่า หุ้น VI คือ หุ้นที่ตอบโจทย์นักลงทุนระยะยาวมากที่สุด เพราะมีความเสี่ยงต่ำและสร้างรายได้แบบ passive income ได้ แต่ในช่วงแรก ๆ เราก็ควรที่จะศึกษาวิธีเลือกลงทุนและการวิเคราะห์หุ้นให้ดี เพื่อที่เราจะสามารถเลือกลงทุนกับธุรกิจที่เติบโต อนาคตก้าวไกลได้

นักลงทุนหุ้น VI ที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องตั้งใจหาข้อมูลและรู้วิธีการคำนวณงบประมาณ การมองภาพเศรษฐกิจและธุรกิจให้ดี เพราะเป็นการลงทุนที่ต้องคาดการณ์ถึงสถานการณ์ในอนาคตด้วย