วิธีดูราคาทองคําวันนี้ ทองรูปพรรณ 1 บาท รวมค่ากําเหน็จวันนี้

ใครที่กำลังสนใจเลือกซื้อทองคำ เพื่อการสะสมแทนการเก็บเงินสด หรือเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับ ก็ต้องทำความเข้าใจในเรื่องของราคาทองคำวันนี้ ทองรูปพรรณ 1 บาท รวมค่ากำเหน็จวันนี้ ด้วย หลายคนอาจจะเพิ่งเริ่มสนใจทองคำ และไม่รูข้อมูลในเรื่องของราคามากเท่าไหร่นัก วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กันว่า การซื้อทองคำ 1 บาท จะต้องมีวิธีการเลือกซื้อและดูราคาอย่างไรบ้าง

วิธีราคาทองคำวันนี้ ทองรูปพรรณ 1 บาท รวมค่ากำเหน็จวันนี้

เรื่องของราคาทองคำวันนี้ ร้านขายทองแต่ละร้านจะมีป้ายแสดงราคาให้ดูทุกร้าน ซึ่งราคาที่โชว์ให้ลูกค้าดูนั้นจะเป็นราคากลางจากสมาคมทองคำ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามขนาดการลงทุนของนักลงทุน ราคาทองคำวันนี้ ทองรูปพรรณ 1 บาท จะมีค่ากำเหน็จบวกเพิ่มเข้าใจอีก แล้วค่ากำเหน็จคืออะไร

ค่ากำเหน็จ 

หรือบางคนเรียกว่าค่าพรีเมี่ยม คือ ค่าหล่อหลอมทองคำ ที่จะรวมถึงค่าแรง ค่าไอเดีย ค่าฝีมือ และความยากง่ายในการทำของช่างทอง ซึ่งค่ากำเหน็จจะถูกคิดเพิ่มต่อทองคำ 1 ชิ้น และราคาแต่ละชิ้นก็ไม่ได้เหมือนกัน ค่ากำเหน็จทองแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • ค่ากำเหน็จทองรูปพรรณ ราคาของค่ากำเหน็จประเภทนี้จะค่อนข้างสูง เพราะทองรูปพรรณ เป็นทองคำที่มีลวดลายสวยงาม และใช้ช่างที่มีฝีมือมากมาออกแบบ ทองรูปพรรณ คือทองที่ใช้ใส่เป็นเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อย กำไลข้อมือ สร้อยข้อมือ -ข้อเท้า หรือต่างหู เป็นต้น ซึ่งมาตรฐานของค่ากำเหน็จประเภทนี้จะอยู่ที่ 500 – 800 บาท แต่หากเป็นลวดลายที่ยาก ๆ หรือมีแค่ชิ้นเดียว ราคาก็จะสูงขึ้นไปอีกถึง 1,000 – 3,000 บาท 

  • ค่ากำเหน็จทองคำแท่ง ทองคำแท่งเป็นทองที่มีลักษณะเป็นบล็อค ค่ากำเหน็จจะถูกเรียกว่า ค่าบล็อค มากกว่าจะเรียกว่าค่าออกแบบลวดลาย  เพราะทองคำแท่งจะไม่มีลวดลายอะไร ผลิตง่าย ไม่มีความซับซ้อนยุ่งยาก ทำให้ราคาค่ากำเหน็จถูกว่า ทองรูปพรรณ ราคามาตรฐานของค่ากำเหน็จทองคำแท่ง จะอยู่ระหว่าง 100-400 บาทต่อ ทอง 1 บาท


ค่ากำเหน็จจะไม่ถูกรวมไว้ที่หน้าร้านทอง แต่จะถูกรวมเพิ่มกับราคากลาง หลังจากที่เราเลือกทองกับทางร้านขายทองแล้ว ค่ากำเหน็จระหว่างทองรูปพรรณกับทองคำแท่งมีความแตกต่างกัน ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราแล้วละว่า สนใจอยากจะซื้อทองคำประเภทไหน แต่อย่าลืมว่า เวลาที่อยากจะนำทองไปขายคืนกับร้านทอง เขาจะไม่คิดค่ากำเหน็จให้เรา แต่จะคิดแค่น้ำหนักทองอย่างเดียว 

การเลือกลวดลายของทองคำมีผลต่อราคาของทอง ดังนั้นเราควรเลือกลายที่เหมาะสมกับงบประมาณของเรา


แล้วเราจะเลือกลายทองคำแบบไหน ถึงจะดี

ทองคำมีหลากหลายน้ำหนัก เช่น ครึ่งสลึง, หนึ่งสลึง, สองสลึง, หนึ่งบาท หรือ 2 บาท เป็นต้น เมื่อรู้ถึงวิธีดูราคาทองคำวันนี้ ทองรูปพรรณ 1 บาท รวมค่ากำเหน็จวันนี้แล้ว ก็ควรรู้เพิ่มว่า ลายทองคำแบบไหนทนทานและเสียน้ำหนักน้อยที่สุด ทองคำไม่สามารถดูได้ว่าขนาดเล็กหนักน้อยกว่าขนาดใหญ่ เพราะทองคำจะถูกผลิตออกมาเป็น 2 รูปแบบคือ แบบโปร่งที่ดูใหญ่แต่น้ำหนักเบา และแบบตัน ที่มีจะดูเล็กแต่มีความหนัก ซึ่งทองแบบตันจะมีความทนทานและแข็งแรงกว่าแบบโปร่ง นอกจากนี้ลายของทองยังมีผลตต่อความทนทานและการเก็บรักษาน้ำหนักของทองเช่นกัน

1. ลายของสร้อยคอทองคำ

ลายของสร้อยคอทองคำ 

ที่มีลักษณะแน่นและตัน คือ ลายกระดูกงู ลายเบนซ์ ลายสี่เสา ลายซีตรองและลายเปีย เป้นต้น ลายแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบใส่สร้อยตลอดเวลา 

ลายสร้อทคอแบบเชื่อมต่อกัน

มีลักษณะเหมือนโซ่ เช่น ลายไข่ปลา, ลายทาโร่, ลายปล้องอ้อย เป็นต้น ลายนี้มีโอกาสต้องซ่อมบ่อย เพราะขาดง่ายและบุบง่าย ไม่ทนทาน แต่หากชื่นชอบลายแบบนี้ ก็แนะนำให้เลือกแบบตัน เส้นเล็กจะแข็งแรงขึ้น

2. ลายของแหวนทอง 

ความทนทานของแหวนขึ้นอยู่กับน้ำหนักของทองที่ใช้ นอกจากนี้รูปแบบของแหวนก็ส่งผลต่อความทนทานเช่นกัน ลายของแหวนทองคำ 96.5 % ที่ให้สังเกตจะมีดังนี้

แหวนลวดลายแฟนซี

แหวนที่มีลวดลายสวยงาม แฟนซี อย่างลายหัวใจ ลายดาว หรือลายปลาโลมา จะดึงเนื้อทองจากส่วนที่ควรเป็นตัววงแหวนมาทำลวดลายย ทำให้ตัววงแหวนขาดความแข็งแรงทนทานและบอบบางลง

แหวนทองแบบทนทาน

แหวนประเภทนี้จะมีลวดลายเรียบง่าย เช่น แหวนปอกมีด แหวนฉลุ และแหวนเกลี้ยง เป็นต้น แหวนเหล่านี้จะทนทานกว่าแหวานลายแฟนซี เพราะไม่ได้ดึงทองจากตัววงมาทำลวดลาย แหวนทองเกลี้ยงตัน จะมีความทนทานมากกว่า แหวนเกลี้ยงโปร่ง แม้แหวนตันจะดูเล็กกว่าแหวนโปร่ง แต่มันก็ใส่มั่นใจกว่า ระมัดระวังน้อยกว่าด้วย


ไม่ว่าจะเป็นสร้อยทองหรือแหวนทอง หากต้องการชนิดที่มีความทนทานและน้ำหนักทองดี เวลานำไปขายก็จะได้ราคาที่ดีกว่านั้น ก็ควรเลือกแบบทองตัน มากกว่าแบบโปร่ง และเลือกที่ทำลายน้อย ไม่แฟนซีมากเกินไป การเลือกใช้ทองคำที่มีความทนทาน เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ทองรูปพรรณเหล่านั้นมากเกินไป ไม่ต้องห่วงว่ามันจะบุบหรือเบี้ยวไปแบบไม่รู้ตัว


การรับซื้อทองคำ

หลังจากที่สำรวจราคาทองคำวันนี้ ทองรูปพรรณ 1 บาท รวมค่ากำเหน็จวันนี้ แล้วบางคนก็อาจจะเห็นว่าเป็นโอกาสของการขายทองที่ดี แต่การนำทองไปขายที่ร้านขายทองคำนั้น จะต้องรู้ก่อนว่า เราจะไม่ได้ราคาเต็มเท่าไหร่นัก  เนื่องจากร้านทองมีเกณฑ์ในการรับซื้อค่อนข้างเยอะ ต่อไปเราจะมาดูว่า ทองแบบไหนที่ร้านจะรับซื้อเต็มราคา

1. จะต้องเป็นทองที่มีเปอเซ็นต์เต็ม 

อย่างทอง 99.9% เป็นทองเกือบ 100 % ทองที่มีความบริสุทธิ์มากจะไม่ค่อยทนทาน จึงไม่ค่อยนิยมนำมาทำเครื่องประดับกัน แต่หากซื้อแบบเป็นทองแท่งมาเก็บไว้เพื่อทำไปขายในอนาคต รับรองว่าจะได้ราคาดีแน่นอน ส่วนทองที่นิยมนำมาทำเป้นเครื่องประดับอย่างทองคำ 96.5%  ที่คนไทยนิยมกันนั้น จะมีความแข็งแรงทนทาน หากเราเลือกซื้อทองที่เปอร์เซ็นต์เต็ม เราก็สามารถที่จะขายได้ราคาดีเช่นกัน

2. เป็นทองที่มีน้ำหนักครบ

ร้านทองมักจะให้ราคาซื้อทองตามน้ำหนัก หากชั่งแล้วได้น้ำหนักครบ น้ำหนักดีก็จะได้ราคาที่ดีไป หมายถึงร้านทองจะให้ราคาตามน้ำหนักเต็มจำนวน ไม่เกี่ยวกับลวดลายของทอง หากทองที่ถูกใช้งานบ่อย ๆ สวมใส่ทุกวัน และชำรุด ก็จะทำให้น้ำหนักหายไป ขายได้ราคาต่ำ 

3. ทองที่มีโลโก้การันตี

ปัจจุบันมีทองปลอมเกิดขึ้นมากมาย ร้านขายทองที่รับซื้อทองจำเป้นที่จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนเสนอราคาซื้อ ซึ่งจุดหนึ่งที่ร้านทองสังเกตุก็คือ โลโก้ของแหล่งผลิต ทองที่มีโลโก้จากแหล่งผลิตที่มีความน่าเชื่อถือหรือมีชื่อเสียง จะขายได้ราคาดีกว่าทองที่ไม่มีโลโก้ ทองคำแท่งจะสังเกตุเห็นโลโก้ได้ง่ายกว่าทองรูปพรรณ เพราะเนื้อทองเยอะกว่านั่นเอง

4. ทองคำแท่ง

การรับซื้อทองคำแท่งจะได้ราคาเต็มมากกว่าทองรูปพรรณ เพราะไม่ค่อยชำรุดและคงน้ำหนักไว้ได้ดีกว่า หากใครต้องการซื้อทองคำไว้เพื่อเก็งกำไรในอนาคตก็ขอแนะนำให้ซื้อเป็นทองคำแท่งเก็บไว้จะดีกว่า เพื่อที่จะสามารถนำมาขายคืนที่ร้านขายทองในราคาที่ดีกว่าทองรูปพรรณ อีกทั้งการลงทุนซื้อทองคำแท่งก็น้อยกว่าทองรูปพรรณ เพราะทองคำแท่งมีค่ากำเหน็จที่ต่ำกว่าถือเป็นการลงทุนที่ต่ำกว่าแต่ทำกำไรในอนาคตได้ดีกว่า

การซื้อขายทองคำ จะมีประกาศจากทางสมาคมทองคำว่า จะต้องทำการหักลบราคาจากราคารับซื้อทองไม่เกิน 5 % หากนำมาขายคืนในร้านที่เคยซื้อไป แต่ถ้าซื้ออีกร้านหนึ่งและนำไปขายอีกร้านหนึ่งจะถูกหักราคาได้มากกว่า 5% ตามแต่ทางร้านขายทองนั้นจะกำหนด


สุดท้ายนี้ เราก็ได้รู้วิธีการดูราคาทองคำวันนี้ ทองรูปพรรณ 1 บาท รวมค่ากำเหน็จวันนี้ คือ จะต้องติดตามการประกาศของสมาคมทองคำ โดยราคากลางจะมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพเศรษฐกิจและการลงทุนในช่วงนั้น ๆ การจะซื้อหรือขายทองคำ จะต้องมีความรู้ในเรื่องของค่ากำเหน็จ หรือค่าบล็อคที่ต้องจ่ายเพิ่มด้วย