อยากรู้ว่า ทอง 1 บาทมีกี่กรัม ฟังทางนี้!

หลายคนอาจจะเคยเห็นตัวเลขบนจอเครื่องชั่งทอง เวลาที่ชั่งทอง 1 บาทก็จะเห็นตัวเลขที่แตกต่างกันออกไป จนมีคำถามตามมาว่า ทอง 1 บาทมีกี่กรัมกันแน่  จริง ๆ แล้วทอง 1 บาทนั้นมีตัวเลขมาตรฐานของน้ำหนักเท่าไหร่กัน สำหรับใครที่มีทอง 1 บาทอยู่ แล้วเกิดยังสงสัยขึ้นมาเช่นกันอีกว่า แต่ละประเทศมีมาตรฐานการชั่งน้ำหนักทองคำแตกต่างกันหรือไม่ ไปหาคำตอบจากบทความนี้กันเลย!


แล้ว ทอง 1 บาทมีกี่กรัม 

มีใครรู้หรือไม่ว่ามาตรฐานของน้ำหนักทองคำแท่ง 1 บาท กับน้ำหนักมาตรฐานของทองรูปพรรณ 1 บาท มีความเหมือนหรือแตกต่างกัน ทอง 1 บาทมีกี่กรัม ในประเทศไทยมีน้ำหนักทองคำมาตรฐาน ดังต่อไปนี้

สำหรับทองคำบริสุทธิ์ 96.5% (นิยมในประเทศไทยมากที่สุด)

  • ทองรูปพรรณ 1 บาท จะมีน้ำหนักมาตรฐานอยู่ที่ 15.16 กรัม 

  • ทองคำแท่ง 1 บาท จะมีน้ำหนักมาตรฐานอยู่ที่ 15.244 กรัม 

สำหรับทองคำบริสุทธิ์ 99.99% (นิยมทั่วโลก)

  • ทองคำบริสุทธิ์หนัก 1 ออนซ์ จะมีน้ำหนักเท่ากับ 31.104 กรัม

  • ทองคำบริสุทธิ์ 1 กิโลกรัม จะมีน้ำหนักเท่ากับ 32.148 ออนซ์

  • ทองคำบริสุทธิ์ 1 กิโลกรัม จะหนัก 65.6 บาท

แต่คำถามที่ว่า ทอง 1 บาทมีกี่กรัม และทำไมน้ำหนักบนเครื่องชั่งทองแต่ละเครื่องถึงแตกต่างกัน นั่นก็เป็นเพราะว่า มาตรฐานของเครื่องชั่งทองมีความแตดกต่างกัน และมีการปัดเศษเลขทศนิยม เช่น 15.244 ให้เหลือแค่ 15.24 นั่นเอง

ทองคำ 1 ออนซ์ จะดึงออกมาเป็นลวดยาวได้ถึง 35 ไมล์ หน่วยของทองคำทั่วไปก็คือ กรัม สำหรับประเทศไทยจะใช้หน่วยเป็นบาท ซึ่ง 1 บาทจะเท่ากับ 15.2 กรัม และทองคำมักจะถูกนำมาเพิ่มความแข็งแรงด้วยโลหะชนิดอื่น อย่างเช่น นิกเกิล ทองแดง หรือเงิน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทาน

เมื่อรู้แล้วว่า ทอง 1 บาทมีกี่กรัม แต่อยากรู้อีกว่าน้ำหนักทองคำ กี่สลึง เท่ากับ กี่กรัม ก็ทำได้โดย นำน้ำหนัก 1 สลึง มาหารหน่วยเป็นกรัม เช่น สร้อยทอง 0.6 กรัมหนัก 0.6/3.79 เท่ากับ 0.1583 สลึงนั่นเอง


หน่วยน้ำหนักของทองคำมีอะไรบ้าง

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่กำลังหัดซื้อขายทองคำ ควรศึกษาหน่วยน้ำหนักของทองให้ดี เพราะมีผลต่อการลงทุน และในแต่ละประเทศก็ใช้หน่วยที่แตกต่างกัน 
  • บาท หน่วยทองคำเป็นบาท ถือเป็นหน่วยที่คนไทยนิยมใช้กัน อย่างทอง 1 บาท เท่ากับ 4 สลึง หรือเท่ากับ 100 สตางค์

  • เฟื้อง ถือเป็นหน่วยเรียกทองในสมัโบราณ ซึ่งทอง 1 เฟื้องจะเท่ากับ ครึ่งสลึง

  • หุน เป็นหน่วยเรียกของคนไทยโบราณอีกเช่นกัน และทอง 10 หุน จะเท่ากับ 1 สลึง

  • ตำลึง หรือ Tales เป็นหน่วยของงทองคำยืมมาจากประเทศที่ใช้ภาษาจีน อย่าง ไต้หวัน จีน และฮ่องกง

  • โทลา หรือ Tolar เป็นหน่วยของทองคำที่นิยมใช้ในแถบประเทศตะวันออกกลาง อินเดียและสิงคโปร์

  • ชิ หรือ Chi เป็นหน่วยทองคำของประเทศเวียดนาม

  • ดอน หรือ Don เป็นหน่วยที่ประเทศเกาหลีนิยมใช้

  • ทรอยออนซ์ หรือ Troy Ounce (Oz) เป็นหน่วยทองคำที่ประเทศใช้ภาษาอังกฤษนิยมกัน เป็นหน่วยที่นิยมใช้เพื่อกำหนดการซื้อขายทองคำในตลาดโลก โดยจะซื้อขายกนเป็นสกุลเงินดอลล่าสหรัฐฯ

  • กรัม หรือ Gram (g) เป็นหน่วยทองคำสากล ที่นิยมใช้กันทั่วโลก โดยไม่ว่าจะซื้อขายกันในหน่อยใดก็ตามจะต้องมาเทียบหรือชั่งน้ำหนักกันเป็นกรัมเสมอ 

ต่อไปเราจะมาลงรายละเอียดอีกคำถามหนึ่ง นั่นก็คือ 


ทอง 1 สลึงจะเท่ากับกี่กรัม

ตามหน่วยชั่งตวงของไทย จะแบ่ง 1 บาทออกเป็น 4 สลึง ดังนั้นหากต้องการคิดเป็นสลึงก็จะต้องทำการหารด้วยน้ำหนักของ 1 บาท คือนำ 4 มาหาร เราจะมาแยกดูน้ำหนักของทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณ 1 สลึงกัน

  • ทองคำรูปพรรณ 1 สลึง จะหนักเท่ากับ 3.79 กรัม

  • ทองคำแท่ง 1 สลึง จะมีน้ำหนักเท่ากับ 3.811 กรัม

สำหรับการเรียกทองที่หนักครึ่งบาท เราจะไม่เรียกว่า ครึ่งบาท แต่คนไทยจะนิยมเรียกว่า 2 สลึง โดยมักจะใช้เรียกทองรูปพรรณอย่าง กำไล จี้ ต่างหู สร้อย เป็นต้น ทองคำแท่ง 2 สลึงจะหนัก 7.622 กรัม ส่วนทองรูปพรรณจะหนัก 7.58 กรัม ตามสัดส่วนทอง 1 สลึงที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น

การรู้เรื่องน้ำหนักของทองคำนั้นสำคัญต่อการซื้อขายลงทุน เพราะทองที่น้ำหนักดีก็จะได้ราคาที่ดีด้วย หากใครที่สนใจซื้อทองมาไว้เพื่อการสวมใส่เท่านั้นก็ยังต้องศึกษาเรื่องของน้ำหนักทองให้ดีด้วย เพื่อที่เราจะสามารถซื้อมาใช้ได้ในราคาที่เหมาะสม ไม่โดยเอาเปรียบได้ง่าย ๆ ราคาของทองคำไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงค่าแรงหรือที่เรียกกันว่า “ค่ากำเหน็จ” ด้วย เนื่องจากทองรูปพรรณจำเป็นที่จะต้องใช้ช่างที่มีฝีมือและทักษะพิเศษในการแกะสลักลวดลายทองคำด้วย 

ดังนั้นเวลาที่ซื้อทองรูปพรรณ ทุกร้านจะยึดราคามาตรฐานตามสมาคม แต่ราคากำเหน็จก็จะแตกต่างกันออกไปตามลักษณะความสวยงาม น้ำหนักของทองคำแท่งจะหนักกว่าทองคำรูปพรรณ นั่นก็เพราะไม่ได้ผ่านกรรมวมิธีการผลิตที่ยุ่งยาก ไม่ต้องเทลงบล็อค จึงทำให้ได้เนื้อทองมากกว่า ส่วนทองรูปพรรณจะน้ำหนักเบากว่าเพราะต้องผ่านการแปรรูปและยังมีส่วนผสมมของน้ำประสานทองด้วย

เมื่อเข้าใจเรื่องของน้ำหนักทองคำกันแล้วว่า ทอง 1 บาทมีกี่กรัม ก็จะนำไปคิดต่อว่า เราจะมีวิธีเลือกซื้อทองคำอย่างไรให้ได้ราคาดี น้ำหนักดี ไม่โดยผู้ค้าเอาเปรียบ แต่นักลงทุนก็อาจจะต้องการรู้น้ำหนักของทองคำเพื่อทำการเก็งกำไรจากการซื้อขายทองคำ เราจะมาดูกันว่าคนที่สนใจจะซื้อทองเก็บไว้จำเป็นที่จะต้องเลือกซื้อทองคำแบบไหน


วิธีเลือกซื้อทองคำ

1. ดูประเภทของทองคำ

อย่างที่รู้กันดีว่าทองคำมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ คือทองคำแท่งและทองรูปพรรณ หากต้องการสร้างกำไรในอนาคตก็ควรซื้อทองคำแท่งเก็บไว้เพื่อนำออกมาขายในยอมที่เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ แต่สำหรับใครที่ชอบใส่เครื่องประดับและอยากเก็บไว้ขายในอนาคตก็สามารถซื้อทองรูปพรรณมาเก็บไว้ได้ แต่น้ำหนักของทองจะเบาและเกิดความเสื่อมได้ในอนาคต ทำให้เสียราคาลงไปบ้าง อย่าลืมตรวจสอบความต้องการของตัวเองให้ชัดเจนก่อนซื้อด้วยนะ

2. ความบริสุทธิ์ของทองคำ

ประเทศไทยนิยมซื้อทองคำที่มีความบริสุทธิ์อยู่ที่ 96.50% ซึ่งเป็นทองที่มีส่วนผสมของเงินและทองแดงอยู่ด้วย ทำให้เนื้อทองมีความทนทานเมื่อนำมาแปรรูปเป็นเครื่องประดับ แต่ทองคำ 99.99% นั้นจะเป็นที่นิยมของคนทั่วโลก เป็นทองคำที่มักจะซื้อมาเพื่อเก็บไว้เป็นทุนสำรองในอนาคต

3. ตรวจสอบน้ำหนักมาตรฐานของทองคำ

บทความวันนี้ได้บอกถึงน้ำหนักมาตรฐานของ ทอง 1 บาทมีกี่กรัม ไปแล้ว ก็เพื่อที่จะช่วยให้ผู้ที่สนใจซื้อทองสามารถรู้ได้ว่าจริง ๆ แล้วทองคำควรจะมีน้ำหนักเท่าไหร่ เพื่อที่เราจะไม่โดนหลอกให้ซื้อ และสามารถซื้อทองคำแท้ ๆ มาเก็บไว้หรือใช้สวมใส่เป็นเครื่องประดับได้อย่างสบายใจ น้ำหนักเหมาะสมกับราคา

4. ค่าธรรมเนียมการซื้อทองคำ

ค่าธรรรมเนียมการซื้อทองคำจะคิดแยกจากราคาตามน้ำหนักทองคำ ส่วนใหญ่จะคิดอยู่ที่ 250 ถึง 300 บาทต่อทอง 1 บาท ส่วนทองรูปพรรณที่มีลวดลายสวยงามจะมีคิดค่าฝีมือหรือค่ากำเหน็จ กับค่าบล็อคด้วยอยู่ที่ 600 – 1200 บาทต่อทอง 1 บาท

5. ราคาขึ้นลงของทองคำ

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมราคาทองถึงได้ขึ้นลงอยู่เรื่อย ๆ นั่นก็เป็นเพราะว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่เปรียบเท่ากับเงินตรา เมื่อสกุลเงินอ่อนค่า นักลงทุนจะเริ่มหันไปลงทุนซื้อทองคำแท่งแทนทำให้ราคาทองคำสูงขึ้นในช่วงนั้น แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ราคาทองคำสูงขึ้นอีกหลายปัจจัยเช่นกัน

นอกจากทุกคนจะได้รู้แล้วว่า ทอง 1 บาทมีกี่กรัม ก็ยังได้รู้จักหน่วยของทองคำอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย อีกทั้งยังมีเรื่องของเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเลือกซื้อทองคำ ซึ่งเราจำเป็นที่จะต้องรู้เรื่องมาตรฐานน้ำหนักที่แท้จริงของทองคำด้วย และต้องเข้าใจด้วยว่าน้ำหนักของทองแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันออกไป และยังได้รู้อีกว่าคนไทยนิยมซื้อทองกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นสาระเพิ่มเติมเพื่อให้ทุกคนที่กำลังสนใจซื้อขายทองคำมีความเข้าใจมากขึ้น หากใครไม่มีแผนที่จะใช้เงินก็อาจจะหันมาออมสินทรัพย์อย่างทองคำเก็บเอาไว้ได้ เพราะอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้นเราไม่อาจรู้ได้