Binary Option Signal คืออะไร และทำงานอย่างไร?

1.Binary Option คืออะไร และทำงานอย่างไร?

Binary Option คือ การเทรดในตลาดตราสารการเงินรูปแบบหนึ่ง โดยเป็นการซื้อสัญญาล่วงหน้ากับโบรกเกอร์ที่ให้บริการ Binary Option โดยจะเป็นโบรกเกอร์ที่ต่างจากโบรกเกอร์ทั่วไปในตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดอัตราแลกเเปลี่ยน (Forex) โดยการเทรด Binary Option นั้น จะมีการกำหนดระยะเวลาในการซื้อสัญญา Binary Option คืนจากผู้ถือสัญญา


เทรดเดอร์ มักจะซื้อสัญญา Binary Option มาไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้น หลักทรัพย์ หรือเงินทุนต่าง ๆ ที่เทรดเดอร์ได้ซื้อไว้ ปัจจุบัน ตลาด Binary Option มีจำนวนผู้ใช้งาน หรือเทรดเดอร์ เข้ามาทำการซื้อ-ขายมากกว่า 15 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี

1.1 การทำงานของ Binary Option

Binary Option มีวันและ/หรือ เวลาหมดอายุ หาก Binary Option หมดอายุ ราคาของสินทรัพย์นั้นๆ จะต้องอยู่ด้านที่ถูกต้องของราคาสไตรค์ (ขึ้นอยู่กับการซื้อ-ขายที่ทำ) เพื่อให้ผู้ค้าสามารถทำกำไรได้

Binary Option ทำงานด้วยตัวของมันเองโดยอัตโนมัติ นั่นหมายความว่า ไม่ว่าเทรดเดอร์ จะได้กำไร หรือขาดทุน เงินกำไรหรือขาดทุนจากการเทรดนั้นๆ จะถูกส่งเข้าบัญชีของเทรดเดอร์โดยอัตโนมัติ เมื่อ Binary Option หมดอายุ นั่นหมายความว่าผู้ซื้อ Binary Option จะได้รับเงิน หรืออาจต้องสูญเสียการลงทุนทั้งหมดของเทรดเดอร์ให้กับการซื้อ-ขาย นั้นๆ ในทางกลับกัน ผู้ขาย Option จะเก็บเบี้ยประกันภัยของผู้ซื้อไว้ หรือต้องชำระเงินเต็มจำนวน

Binary Option เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ซับซ้อน มันคือการคาดเดาว่าราคาหุุ้น ก.  จะสูงกว่า 25 บาท ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 เวลา 11:11 น. หรือไม่ โดยเทรดเดอร์จะต้องตัดสินใจว่า “ใช่” (จะสูงกว่า) หรือ “ไม่” (จะลดลง) นี่คือหลักการของ Binary Option

หากเทรดเดอร์ คิดว่าถ้าราคาหุ้น ก. จะมีการซื้อ-ขายสูงกว่า 25 บาทในวัน และเวลาที่กำหนด และเต็มใจที่จะวางเดิมพัน เป็นเงิน 100 บาท ในการซื้อ-ขาย หากหุ้น ก. มีการซื้อ-ขายในราคาที่สูงกว่า 25 บาท ตามวันและเวลาดังกล่าวแล้วนั้น เทรดเดอร์ ก็จะได้รับเงินตามที่ได้ตกลงกันไว้ เช่น หากผลตอบแทนคือ 80% โบรกเกอร์ Binary ของเทรดเดอร ก็จะส่งเงินเข้าบัญชีเทรดเดอร์ 80 บาท เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หากในวันและเวลานั้นๆ ราคาซื้อ-ขายหุ้น ก. ต่ำกว่า 25 บาทแล้วล่ะก็ เทรดเดอร์ จะต้องสูญเสียเงินเดิมพัน จำนวน 100 บาทให้กับโบรกเกอร์ Binary

1.2 ประเภทของ Binary Option

Binary Option มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทหลักๆ คือ Call Option และ Put Option

1.2.1 Call Option

Call Option คือ Binary Option ที่เทรดเดอร์คาดว่า ในอนาคต ราคาของสินทรัพย์นั้นๆ จะมีราคาสูงกว่าราคาในปัจจุบัน การเลือก Call Option หมายความว่าคุณกำลังคาดการณ์ว่าราคาของสินทรัพย์จะเพิ่มขึ้นก่อนเวลาหมดอายุ ตัวอย่างการซื้อ-ขายสินทรัพย์ด้วย Call Option สมมติว่า นายศุภกร เลือกคู่สกุลเงิน USD/JPY ซึ่งปัจจุบันมีการซื้อ-ขายที่ราคา 99.15 แต่เทรดเดอร์ คาดว่าราคาของสกุลเงินทั้งคู่จะเพิ่มขึ้นในชั่วโมงถัดไป เขาจึงเปิดการซื้อ-ขายเวลา 12:00 น. โดยเลือกตัวเลือก Call Option และตั้งเวลาหมดอายุไว้ที่ 1 ชั่วโมง

หากคู่สกุลเงิน USD/JPY ขึ้นสูงไปกว่าราคา 99.15 หลังจาก 60 นาที ตามเงื่อนไขของ ฺBinary Option เมื่อการซื้อ-ขายหมดอายุ เทรดเดอร์จะได้รับการจ่ายเงิน อย่างไรก็ตาม หากราคาของคู่สกุลเงินอยู่ที่ 99.05 ซึ่งต่ำกว่า 99.15 Binary Option จะหมดอายุจากเงิน และเทรดเดอร์จะต้องสูญเสียเงินลงทุนของให้กับโบรกเกอร์

1.2.2 Put Option

Put Option คือ Binary Option ที่เทรดเดอร์คาดว่า ในอนาคต ราคาของสินทรัพย์นั้นๆ จะมีราคาต่ำกว่าราคาในปัจจุบัน หรือมีราคาลดลงในชั่วโมงถัดไป ในกรณีนี้ จะเรียกว่า Put Option ใช้ตัวอย่างเดิม ที่เรายกไปแล้วด้านบน หากคู่สกุลเงิน USD/JPY มีราคาต่ำกว่า 99.15 การซื้อ-ขายจะหมดอายุในเงิน และเทรดเดอร์จะได้รับเงินตามที่กำหนดไว้ใน Binary Option ล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม หากราคาคู่สกุลเงิน USD/JPY ขึ้นไปอยู่ที่ 99.35 ซึ่งสูงกว่า 99.15 นั่นหมายความ การซื้อ-ขาย Binary Option นั้น จะหมดเวลาด้วยเงิน และเทรดเดอร์จะต้องสูญเสียเงินลงทุนให้กับโบรกเกอร์

สรุป

Call Option และ Put Option เป็นตัวเลือก ฺBinary Option ที่ง่ายที่สุดแล้ว ทำให้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่เป็นมือใหม่ หรือยังไม่มีประสบการณ์ในตลาด Binary Option มากพอ  เทรดเดอร์อาจลองใช้สองวิธีนี้กับ Binary Option จนกว่าคุณจะมีประสบการณ์ และความมั่นใจในตลาดมากขึ้น แล้วอาจลองไปศึกษาวิธีใหม่ๆ ในการเทรด ซึ่งอาจจะให้ผลตอบแทนมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงมากขึ้นเช่นเดียวกัน

2. Binary Option Signal คืออะไร?

Binary Option Signal คือ การแจ้งเตือน หรือข้อความที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อ-ขาย Binary Option โดยเฉพาะ โดยความเฉพาะเจาะจงของข้อมูล จะขึ้นอยู่กับประเภทของสัญญาณ (Signal) และบริการนั้นๆ บ่อยครั้งผู้ให้บริการสัญญาณไบนารี (Binary Option Signal) อาจฟรี หรือมีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อแบบครั้งเดียว หรือการสมัครรับข้อมูลสัญญาณ (Signal) อย่างต่อเนื่องในระยะยาวก็ตาม

2.1 ประเภทของ Binary Option Signal

2.1.1 Binary Option Signal แบบฟรี

Binary Option Signal แบบแรก คือ แบบฟรี หรืออาจจะให้บริการ Option ในราคาถูกมาก อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการ Signal แบบฟรี หรือในราคาถูก มักจะหาช่องทางในการทำเงินจากเทรดเดอร์เช่นกัน ซึ่งวิธีการที่ทำเงิน อาจจะไม่โจ่งแจ้งมากนัก เช่น ผู้ให้บริการบางเจ้าอาจจะบังคับให้เทรดเดอร์ลงทะเบียนกับบางโบรกเกอร์เท่านั้น ซึ่งโบรกเกอร์เหล่านี้ มักจะไม่ใช่โบรกเกอร์ที่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนเท่าไหร่นัก การที่เทรดเดอร์ต้องลงทะเบียน ก็เพิ่มความเสี่ยงทางการเงินให้กับเทรดเดอร์เอง ผู้ให้บริการ Signal ประเภทนี้ มักจะมาพร้อมการโฆษณาว่า สามารถช่วยให้เทรดเดอร์รวยได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการทำให้เข้าใจผิดอย่างยิ่ง

2.1.2 Binary Option Signal จากแหล่งเดียวแบบจ่ายเงิน
Binary Option Signal จากแหล่งเดียวแบบจ่ายเงิน เป็น Binary Option ที่ได้รับสัญญาณจากแหล่งเดียว โดยอาจเป็นผู้ให้คำแนะนำคนเดียว หรือระบบระบบเดียวก็ได้

2.1.3 Binary Option Signal จากหลายแหล่งแบบจ่ายเงิน

Binary Option Signal แบบนี้ จะเป็นสัญญาณที่มาจากหลายแหล่งข้อมูล โดยส่วนใหญ่จะเป็นสัญญาณที่ให้เมื่อแหล่งข้อมูลนั้นๆ ได้รับข้อมูลหลายชุดที่บ่งบอกการซื้อ-ขายเหมือนๆ กัน หรืออาจเป็นนักลงทุนที่สามารถยืนยันสัญญาณการซื้อ-ขาย ได้จากระบบอัลกอริทึ่มอัตโนมัติ เป็นต้น

3. คำแนะนำสำหรับมือใหม่หัดเทรด Binary Option

3.1 เลือกผู้ให้บริการที่ใช้โบรกเกอร์ที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้และเชื่อถือได้

หากคุณยังไม่ได้เลือกโบรกเกอร์ Binary Option เราขอแนะนำให้เทรดเดอร์มองหาโบรกเกอร์ Binary Option ที่เหมาะกับสไตล์การเทรด และความต้องการของคุณ และที่สำคัญ ควรเป็นโบรกเกอร์ที่เหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Binary Option

3.2 กำหนดวงเงินเดิมพันของคุณ

เทรดเดอร์ควรทดลองเทรด Binary Option ด้วยบัญชีทดลอง หรือบัญชีเดโมก่อน เพื่อสร้างความคุ้นเคย ก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้บัญชีเงินจริง ซึ่งนั่นหมายความว่าการซื้อ-ขายของคุณจะทำให้คุณมีกำไรหรือขาดทุนจริงๆ เทรดเดอร์ ควรกำหนดขีดจำกัด หรือ ลิมิต ของจำนวนเงินที่คุณพร้อมที่จะวางในการซื้อ-ขายครั้งเดียว โดยปกติ การวางเงินที่คุณมีทั้งหมดไปกับสถานะ (Position) เดียว มันเป็นเรื่องที่เสียงมาก แม้ว่าผลตอบแทนอาจจะดูน่าดึงดูดใจก็ตาม


สิ่งที่เทรดเดอร์ควรทำ คือ ลองพิจารณาว่าจะสามารถนำเงินมาลงทุนในการซื้อ-ขายครั้งเดียวได้กี่บาท และให้ยึดอยู่กับตัวเลขนั้น เทรดเดอร์ในตลาด Binary Option ส่วนใหญ่ มักจะเลือก 10% หรือ 15% ขณะที่นักลงทุน หรือเทรดเดอร์บางส่วน กล้าที่จะเทรดด้วย 20-25 % ของเงินในบัญชี หากคุณเป็นนักลงทุนมือใหม่ การลงทุนด้วยเงินที่น้อยกว่าน่าจะดีกว่า โดยคุณอาจจะเริ่มที่ 5-10% ของเงินทุน กระทั่งเมื่อคุณมีประสบการณ์และความมั่นใจมากขึ้น คุณอาจจะค่อยๆ เพิ่มเงินเดิมพันให้มากขึ้นตามเปอร์เซ็นต์ที่คุณต้องการ

ตัวอย่างเช่น หากคุณทำการฝากเงินเริ่มต้นที่ 250 บาท และคุณตัดสินใจแล้วว่าจำนวนเงินสูงสุดที่คุณพร้อมที่จะวางในการซื้อ-ขายครั้งเดียวคือ 10% ของยอดเงินในธนาคารของคุณ ขนาดของตำแหน่งของคุณจึงไม่ควรเกิน 25 เหรียญ

3.3 การควบคุมอารมณ์

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยในกลุ่มเทรดเดอร์มือใหม่ คือ การยอมให้อารมณ์มามีอิทธิพลเหนือตัวพวกเขาเอง ทั้งนี้ การเทรด Binary Option เป็นการเทรดที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ และคำนวณที่ซับซ้อน นอกจากนี้ เทรดเดอร์ยังต้องมีความเข้าใจในตลาดอีกด้วย เทรดเดอร์ที่อยู่ในตลาด และมีประสบการณ์จะรู้ดีว่า ปัจจัย เช่น โชค หรือความรู้สึกดี นั้นไม่มีอยู่จริง สิ่งที่เทรดเดอร์จำเป็นต้องพึ่งพา คือ ทักษะ และการวิเคราะห์ของคุณ ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของเครื่องมือทางเทคนิคที่นำข้อมูล ข่าวสารต่างๆ มาวิเคราะห์

หากเทรดเดอร์พบว่า ตัวเองกำลังโชคไม่ดี และขาดทุนมาก เทรดเดอร์ควรจะหยุดการซื้อ-ขายในวันนั้นไปก่อน เพราะคุณอาจโดนอารมณ์เข้าครอบงำความคิด และอาจตัดสินใจผิดพลาดได้ นักลงทุนควรไว้วางใจในกลยุทธ์ของคุณ พัฒนาทักษะการวิเคราะห์ และไม่ควรพึ่งพาโชค หรือสัญชาตญาณใดๆ ทั้งสิ้น

3.4 ติดตามข้อมูลข่าวสารตลอดเวลา

การเทรด Binary Option เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้เวลามาก เทรดเดอร์ควรติดตามข่าวสาร เหตุการณ์ และความเป็นไปล่าสุดในตลาดโลกอยู่เสมอ เพื่อให้คุณมีข้อมูลที่อัพเดทอยู่ตลอดเวลา นักลงทุน หรือเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์และประสบความสำเร็จ มักจะเทรดด้วยสินทรัพย์หลายประเภท และมักจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง นักลงทุนที่เริ่มคุ้นเคยกับ Binary Option มากขึ้นจึงควรเลือกสินทรัพย์สัก 5-6 ประเภทที่คุณคิดว่าคาดเดาง่ายที่สุด  คอยอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์เหล่านั้นเสมอ เพื่อที่คุณจะสามารถตอบสนองต่อการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากพอ