ตลาดหุ้นจีน คืออะไร? 10 หุ้นจีนน่าซื้อสะสม

ตลาดหุ้นจีน

ในเวลานี้ ตลาดหุ้นจีนนั้นเป็นที่พูดถึงและยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก หลายๆคนก็เริ่มที่จะศึกษาเพื่อเตรียมพร้อมที่จะลงทุนในจีน เนื่องจากเศรษฐกิจของจีนนั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด และยังสามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่างเช่นสหรัฐอเมริกาได้

นอกจากนี้ จีนยังสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสแล้วกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับประเทศอื่น จากเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้นักลงทุนหลายๆฝ่ายเฝ้าจับตาการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจีน และยังเริ่มสนใจเข้าไปลงทุนในประเทศจีนกันมากขึ้น

หลายๆคนที่กำลังศึกษาในตลาดหุ้นจีน อาจจะพบว่าหุ้นจีนนั้นมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ หลายตลาด หลายดัชนี และหลายสกุลเงิน ทำให้นักลงทุนหลายๆคนอาจจะสับสนได้ และ อาจจะตัดสินใจไม่ถูกว่าควรเริ่มลงทุนอย่างไรดี ในบทความนี้จึงได้รวบข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับตลาดหุ้นจีน เพื่อที่ทุกท่านจะได้ศึกษาทำความเข้าใจก่อนทำการลงทุน

ตลาดหุ้นจีน คืออะไร?

ตลาดหุ้นจีนนั้น มีทั้งหมด 6 ตลาด ซึ่งประกอบด้วย A-Share, B-Share, H-Share, Red-Chip, P-Chip และ ADRs แต่จะมีเพียง 3 ตลาดที่นักลงทุนส่วนใหญ่เข้าไปลงทุนกัน นั้นก็คือ ตลาด A-Share, H-Share และ ADRs

1. ADR ย่อมาจาก American Depositary Receipts

คือใบการรับฝากหุ้นที่ทำโดยสถาบันการเงินในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นการแสดงถึงความเป็นเจ้าของในหุ้นที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยผู้ลงทุนสามารถสามารถซื้อ-ขาย ได้ตามปกติเหมือนหลักทรัพย์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบันมีตราสารของจีนประมาณ 233 หลักทรัพย์ที่จดทะเบียนอยู่ในสหรัฐ ซึ่งส่วนมากนั้นเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีของจีน เนื่องจากในประเทศจีนนั้นมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดกว่าโดยมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็น 3.3% ของมูลค่าตลาดรวมของสหรัฐอเมริกาและ 8% ของมูลค่าตลาดรวมของจีน

2. H-Share ย่อมาจาก Hang Seng China Enterprise Index (HSCE)

คือ ดัชนีของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนและทำธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ Listed ตัวเองในตลาดหุ้นฮ่องกงแทน สกุลเงินหลักที่ใช้ในการซื้อขายคือ ฮ่องกงดอลล่าร์ (HKD)

หุ้นกลุ่มนี้เปิดให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนฟรี และได้รับความนิยมจากนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ เพราะในตลาด H-Share นั้น ต้องใช้มาตรฐานการบัญชีฃของฮ่องกงที่มีความเป็นสากล ดังนั้นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดนี้จึงมีความน่าเชื่อถือมากกว่าบริษัทที่จดทะเบียนในหุ้น A-Share

บริษัทส่วนใหญ่ที่จดทะเบียนใน H-Share เป็นบริษัทขนาดใหญ่ และบางบริษัทเป็นบริษัทระดับโลกขนาดใหญ่ ต่างจาก A-Share ที่บริษัทส่วนใหญ่เป็น Mid-Small Cap

ปัจจุบัน H-Share มีบริษัทไม่เกิน 100 แห่ง และกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงสุดคือกลุ่ม Financial ตามด้วยกลุ่ม Information Technology

3. A-Share

สำหรับหุ้น A-Share ถือเป็นกลุ่มหุ้นที่มีหลักทรัพย์จำนวนมากที่สุดและมีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในบรรดาตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดในประเทศจีน

ดัชนีของกลุ่มหุ้นบริษัทจดทะเบียนในมีฐานธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยจะเป็นหลักทรัพย์ทั้งตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ และ ตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น มาคำนวณรวมกันแบบถ่วงน้ำหนัก สกุลเงินหลักที่ใช้ในการซื้อขายคือ หยวน ดังนั้น A-Share จึงถูกเรียกอีกชื่อคือ ‘Domestic Shares’

หุ้นคือกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีหลักทรัพย์จำนวนมากที่สุดและมีมูลค่าตลาดสูงสุดในดัชนีหุ้นของจีน ในอดีตอนุญาตให้เฉพาะนักลงทุนภาคเอกชนหรือองค์กรชาวจีนเท่านั้นที่ซื้อขายได้ ต่อมาในปี 2546 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีนได้อนุญาตให้ผู้ลงทุนสถาบันต่างประเทศลงทุนในดัชนี A-share (QFII) ภายใต้ระบบ Qualified Foreign Institutional Investor (QFII) รวมทั้งนักลงทุนรายย่อยต่างชาติที่ใบอนุญาตเฉพาะด้วย

A-Share นั้น ปัจจุบันมีตลาดหลัก 2 แห่ง คือ Shanghai Stock Exchange และ Shenzhen Stock Exchange โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือ Market Cap ของตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนขึ้นมาสู่อันดับที่ 4, 7 ของโลก ดังจะเห็นได้จากข้อมูลจาก Statista ที่แสดงด้านล่างนี้

แผนภูมิด้านบนแสดงรายการตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงสุดของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในโลก เดือนมีนาคม 2020 ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัวเลขนี้มีมูลค่าประมาณ 25 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดของจีน คือ Shanghai Stock Exchange (SSE) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก แต่ว่า หุ้นของบริษัทจีนจำนวนมาก โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีของจีน จะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดอื่น โดยเฉพาะที่สหรัฐฯ และฮ่องกง

เหตุผลเพราะว่า นักลงทุนทั่วโลกยังสามารถเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ และฮ่องกงได้สะดวกกว่า เพราะในหลายที่ นักลงทุนรายใหญ่ก็ไม่สามารถเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ของจีนโดยตรงได้ ต้องซื้อขายกับโบรกเกอร์ ที่มีบริการเชื่อมต่อกับตลาดหุ้นจีน ดังนั้น การจดทะเบียนในตลาดที่ได้รับการยอมรับ อาจจะสะดวกต่อการระดมทุนมากกว่า อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ตลาดหุ้นจีนไม่น่าสนใจ

ทำไมการลงทุนหุ้นจีน จึงน่าสนใจ?

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จีนได้พยายามอย่างมาก ให้เป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลกในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางทางการเงินหรืออุตสาหกรรมการผลิต และวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำเทคโนโลยีจีนเองก็มั่นใจในศักยภาพของตนเองเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้เนื่องจากทั้ง พื้นที่ (ที่ 3 ของโลก) ประชากร (ที่ 1 ของโลก) และ GDP (GDP) ที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นยังอยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก รองจากประเทศขนาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ในปี 2020 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ประมาณการว่า GDP ของจีนอยู่ที่ 15.22 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่รวมไต้หวัน มาเก๊า และฮ่องกง ส่วนสหรัฐอเมริกา ยังมีขนาด GDPอยู่ที่ 20.81 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นอันดับแรกในโลก

แง่มุมที่น่าสนใจของเศรษฐกิจจีนคือ IMF ยังมีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน ในรายงาน World Economic Outlook ประจำเดือนตุลาคม IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของจีนจะเติบโต 1.9% ในปี 2020 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 8.2% ในปีนี้ ปี 2564

ความน่าสนใจของตลาดหุ้นจีนคือได้ผ่าน "Stress Test" เพราะขณะที่ประเทศอื่นๆ กำลังประสบปัญหาการหดตัวทางเศรษฐกิจจากหลายๆปัจจัย ซึ่งจีนนั้นได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่จีนนั้นได้เปรียบตรงที่สามารถฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศอื่น ในโลก ในส่วนของยอดค้าปลีกนั้น อัตราการเติบโตและผลการจัดการลงทุนโดยรวมภายในประเทศของรัฐบาลจีนนั้น ทำให้ราคาตลาดหุ้นของจีนนั้นทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดหุ้นทั่วโลก

อีกทั้งคนจีนเป็นชาติที่มีตัวเลขเงินออมสูงถึง 47% ของ GDP ทั้งหมด ในขณะที่คนอเมริกันมีตัวเลขการออมเพียง 7.6% เท่านั้น ด้วยระดับดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มที่จะต่ำขึ้นในปัจจุบัน มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเงินออมเหล่านี้จะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นในอนาคต ซึ่งจะเป็นตัวผลักดันหลักให้ราคาหุ้นสูงขึ้น

จะเริ่มลงทุนในตลาดหุ้นจีนได้อย่างไร?

การลงทุนในตลาดหุ้นจีน ที่เป็นการเปิดบัญชีโดยตรงกับบริษัทหลักทรัพย์ของจีนโดยตรงนั้นนับว่ายังเป็นเรื่องที่ยุ่งยากสำหรับ ปัจจุบัน ดังนั้น นักลงทุนส่วนมากจะเลือกลงทุนในหุ้นจีน ที่มีการจดทะเบียนในตลาดใหญ่ หรืออาจลงทุนด้วยตราสารทางการเงินอื่น ดังนี้

· หุ้นจีนตัวใหญ่ที่โดดเด่น

· เทรดหุ้นจีนด้วย Index Futures

· ลงทุนหุ้นจีนผ่านกองทุน ETF (Exchange Traded Fund)

10 หุ้นจีนน่าซื้อสะสม

1. JD.com

มูลค่าตลาด: 64.0 พันล้านดอลลาร์

อุตสาหกรรม: อีคอมเมิร์ซ

ถ้าคุณชอบรูปแบบธุรกิจของ Amazon, JD.com คืออีกตัวเลือกนึงที่น่าสนใจ ซึ่งทางเว็บไซด์มีผู้ใช้งานอยู่ 32 ล้านคนและขายทุกอย่างภาย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า เครื่องใช้ อาหาร และอื่นๆ

JD.com เป็นผู้บุกเบิกด้านการจัดส่งที่รวดเร็ว โดยให้บริการจัดส่งในวันถัดไปและมักจะจัดส่งในวันเดียวกันสำหรับผลิตภัณฑ์จำนวนมาก และผ่านทางแขนของ JD Logistics

2. ZTO Express

มูลค่าตลาด: 22.9 พันล้านดอลลาร์

อุตสาหกรรม: การขนส่งและการจัดส่ง

ZTO Express ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในการจัดส่งพัสดุด่วนของจีนโดยมีส่วนแบ่งการตลาด 19.1% ในปีที่แล้ว บริษัทมียานพาหนะทั้งหมดรวมกันมากกว่า 7,350 คัน ละยังมีศูนย์รับบริการและจัดส่งประมาณ 30,000 แห่งทั่วประเทศจีน

3. Alibaba Group

มูลค่าตลาด: 529.6 พันล้านดอลลาร์

อุตสาหกรรม: อีคอมเมิร์ซ

Alibaba.com เป็นตลาดค้าส่งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผู้นำเข้าและผู้ส่งออก เว็บไซต์มีความคล้ายคลึงกับ eBay (EBAY) โดยทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับบุคคลทั่วไปและผู้ค้ารายย่อยในการขายสินค้าของตน

แต่ว่าในหุ้นตัวนี้เนื่องจากการมุ่งเน้นไปที่การค้าต่างประเทศและการค้าส่งของอาลีบาบา รายได้ของอาลีบาบาอาจร่วงลงอย่างรุนแรงในหลายไตรมาสข้างหน้าเนื่องจากการปรับตัวให่เข้ากับการค้าใหม่

4. Tencent Holdings

มูลค่าตลาด: 510.5 พันล้านดอลลาร์

อุตสาหกรรม: Conglomerate

Tencent Holdings เป็นหนึ่งในบริษัทโซเชียลมีเดีย สตรีมมิ่งวิดีโอและวิดีโอเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

รายได้จากโซเชียลมีเดียและเกมของ Tencent เติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยดี แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วช่วงนึงนั้นมาจากการลงทุนด้านฟินเทคและการชำระเงินผ่านมือถือ โดยหลักๆ แล้วผ่านทางแอป Weixin และ WeChat

5. Tencent Music Entertainment

มูลค่าตลาด: 18.2 พันล้านดอลลาร์

อุตสาหกรรม: สตรีมเพลง

Tencent Music Entertainment บริการสตรีมเพลงชั้นนำของจีน ทำกำไรมาหลายปีแล้วและมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าห้าเท่าตั้งแต่ปี 2016

6. Bilibili

มูลค่าตลาด: 9.3 พันล้านดอลลาร์

อุตสาหกรรม: วิดีโอออนไลน์

Bilibili บริษัท บันเทิงออนไลน์ ซึ่งมี บริการคือการสตรีมวิดีโอ การถ่ายทอดสด และเกมบนมือถือ ซึ่งเป้าหมายเป็นกลุ่มเยาวชนของจีน กลุ่มตลาดสำคัญคือคนหนุ่มสาวที่เกิดระหว่างปี 1990 ถึง 2009

7. Weibo

มูลค่าตลาด: 8.2 พันล้านดอลลาร์

อุตสาหกรรม: โซเชียลมีเดีย

"Weibo" จริงๆ แล้วแปลว่า "ไมโครบล็อก"

สื่งที่ทำให้ Weibo ไม่เหมือนไมโครบล็อกอื่นๆคือ เนื่องจากกฎหมายการเซ็นเซอร์ที่เข้มงวดของจีน Weibo ไม่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการหลอกลวงทางการเมือง หรือ ไม่ได้ใช้เพื่อเป้าหมายเพื่อการเมือง แบบเดียวกับที่ Twitter ทำ ใน Weibo นั้นเนื้อหามีแนวโน้มที่จะฟุ่มเฟือยและเน้นความบันเทิงมากขึ้น

8. Huya

มูลค่าตลาด: 3.4 พันล้านดอลลาร์

อุตสาหกรรม: วิดีโอเกม

โลกของกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ (e-sports) หรือวิดีโอเกมเพื่อการแข่งขันเพื่อการรับชมแบบสาธารณะ อาจเป็นสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับผู้อ่านส่วนใหญ่ ทว่ามันเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2019 ผู้คนประมาณ 443 ล้านคนดูเกมการแข่งขันในปีที่แล้ว

9. New Oriental Education & Technology Group

มูลค่าตลาด: 19.1 พันล้านดอลลาร์

อุตสาหกรรม: การศึกษาออนไลน์

บริษัทให้บริการการศึกษาแบบ private education ในประเทศจีน โดยส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรฝึกอบรมภาษาและเตรียมสอบ

10. China Mobile

มูลค่าตลาด: 165 พันล้านดอลลาร์

อุตสาหกรรม: โทรคมนาคม

หุ้นจีนที่ดีที่สุดที่จะซื้อตอนนี้ส่วนใหญ่นั้นเป็นแบบซอฟต์แวร์ และส่วนใหญ่มีองค์ประกอบของโซเชียลมีเดียอย่างน้อยในรูปแบบธุรกิจ หุ้นตัวนี้นั้นเป็นสต็อคยูทิลิตี้ที่มั่นคงอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะว่าบริษัทให้บริการลูกค้ามือถือมากกว่า 946 ล้านรายและลูกค้าบรอดแบนด์ผ่านสาย 191 ล้านราย