ETHEREUM: เครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งในสินทรัพย์ของคุณ

บทนำ:

การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ได้จุดประกายการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของหลากหลายอุตสาหกรรม ตลอด10 ปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีบล็อกเชนได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่าเป็นระบบที่จัดเก็บข้อมูลที่ปลอดภัยที่สุดระบบหนึ่งของโลกโดยเฉพาะในโลกของการลงทุน เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความนิยมแพร่หลายอย่างใหญ่หลวงของ Cryptocurrency อย่าง Bitcoin เบื้องหลังของความสำเร็จนั้นก็เนื่องจาก Bitcoin ใช้ระบบบล็อกเชนนั่นเอง

เทคโนโลยีบล็อกเชน ก่อให้เกิดการปฏิวัติในการทำธุรกรรมโดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากเทคโนโลยีนี้ทำให้การทำธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมีความปลอดภัยอย่างสูง ไม่มีใครสามารถทำการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้ ป้องกันการดัดแปลงหรือปลอมแปลง และเพื่มความโปร่งใสในการทำธุรกรรม

บล็อกเชนเทคโนโลยีได้ถูกนำไปใช้และประสพความนิยมอย่างสูงในธุรกรรมการเงินเช่น Bitcoin  จึงมีคำถามว่านอกจากธุรกรรมการเงินแล้วเทคโนโลยีบล็อกเชน ยังสามารถนำไปใช้ในการทำธุรกรรมอย่างอื่นได้หรือไม่ หนึ่งในคำตอบนั้นคือ Ethereum

 

Ethereum คือหนึ่งในนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ แล้ว Ethereum คืออะไร ในฐานะนักลงทุนเราควรต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับ Ethereum ว่ามันจะนำมาซึ่งการสร้างความมั่งคั่งให้กับสินทรัพย์ของเราได้อย่างไร

ข้อมูลข้างล่างนี้จะให้คำตอบและแนวทางว่าในฐานะนักลงทุนเราควรใส่ใจและศึกษา Ethereum ต่อหรือไม่


Ethereum คืออะไร:

เช่นเดียวกับ Bitcoin, Ethereum คือ "การทำธุรกรรมแบบ Peer to Peer" เป็นการทำธุรกรรมที่ไม่ต้องผ่านคนกลางหรือบุคคลที่สาม Ethereum ถูกสร้างขึ้นโดย Vitalik Buterin ซึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์ชาวรัสเซีย-แคนาดา โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่นแบบไม่รวมศูนย์หรือ Decentralized Application System

Buterin เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนจะสามารถนำไปประยุกต์เพื่อสร้างแอปพลิเคชันอื่นนอกเหนือจากธุรกรรมการเงินเช่น Bitcoin เขาเสนอให้พัฒนาแพลตฟอร์มใหม่โดยใช้ภาษาการเขียนโปรแกรมที่ง่ายขึ้นเพื่อรองรับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่หลากหลายและกว้างขึ้น ขบวนการนี้จะนำไปสู่สินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริง เช่น หุ้น ทรัพย์สินที่ดิน ประกันภัย การแลกเปลี่ยนเงิน ทรัพย์สินทางปัญญา และอื่นๆ

ภาษาโปรแกรมใหม่นี้เรียกว่าภาษาโปรแกรม Turing-complete และต่อมาได้กลายเป็น Ethereumในที่สุด เมื่อโปรแกรมได้ถูกพัฒนาและติดตั้งอยู่ในเครือข่าย Ethereum คอมพิวเตอร์ในเครือข่ายหรือ Nodes จะทำการดำเนินการตามที่โปรแกรมเขียนไว้

ทุกธุรกรรมจะได้รับการตรวจสอบและยืนยันโดยคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายทั้งหมด ทำให้เป็น Ethereum เป็นแพลตฟอร์มการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง Ethereum เป็นแพลตฟอร์มที่มีคอมพิวเตอร์อิสระหลายพันเครื่องทำงานร่วมกัน นักพัฒนาแอปพลิเคชันทุกคนสามารถเขียนแอปพลิเคชันที่ตนต้องการได้ หรือกล่าวอืกนัยหนึ่งมันคือ Decentralized Application หรือ "Dapps"

Ethereum เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้สำหรับการทำงานของ Dapps และ Ethereumไม่ใช่สกุลเงิน สกุลเงินที่เกี่ยวข้องกับ Ethereum เรียกว่า “Ether หรือ ETH”

Ethereum ใช้ภาษาเขียนโค้ดที่เรียกว่า “Solidity” ในการเขียน “Smart Contracts” Smart Contracts คือชุดเงื่อนไขของตรรกะที่ Dapps ใช้ในการดำเนินการเมื่อเงื่อนไขทุกข้อได้รับการปฏิบัติ


(Smart contract คือสัญญาที่ดำเนินการด้วยตัวเองหรือเรียกว่า Sel-executing Contract 

เงื่อนไขข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายจะถูกเขียนลงในรูปแบบของโค้ด (Code) ซึ่งตั้งอยู่บนเครือข่ายของบล็อกเชนที่ไร้ตัวกลาง โดยทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้นจะถูกติดตามได้ แต่ไม่สามารถย้อนกลับไปเพื่อเปลี่ยนแปลงได้)

นักพัฒนาแอปพลิเคชันจะกำหนดเขียนเงื่อนไขต่างๆในโปรแกรมหรือ Dapps และคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย Ethereum จะดำเนินการ เหตุผลที่เรียกว่า Smart Contracts ก็เนื่องจากตัวโปรแกรมจะเป็นตัวดำเนินการกับทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับทุกแง่มุมของสัญญา เช่น การบริหารจัดการ การดำเนินการตลอดจนถึงการชำระเงิน ตัวโปรแกรมจะดำเนินการอย่างเข้มงวด ไม่มีการเบี่ยนเบนหรือผ่อนปรนไปจากสิ่งที่ได้กำหนดไว้ในรหัสโค้ด นั่นคือข้อกำหนดใน Smart Contract บน Ethereum ถือเป็นที่สิ้นสุดไม่มีใครจะสามารถปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้แม้แต่ผู้เขียนโปรแกรมเองก็ตาม

Ethereum คือกลุ่มคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ทำงานร่วมกันเหมือนกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเพื่อดำเนินการตามเงื่อนไขต่างๆที่ถูกกำหนดไว้ในการขับเคลื่อน Dapps กิจกรรมเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มเครื่องมืออุปกรณ์เพื่อการดำเนินการ ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บรักษาฐานข้อมูลและรวมถึงค่าใช้จ่ายในการคงอุณหภูมิของระบบให้เย็นเมื่อจำเป็น ดังนั้นเงินสกุลที่เรียกว่า "Ether" หรือ ETH จึงถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในการรองรับในการชำระค่าใช้จ่ายเหล่านี้โดยนักพัฒนาแอปพลิเคชันรายใดที่ต้องการปรับใช้ Smart Contract กับแพลตฟอร์ม Ethereum ผู้เขียนโปรแกรมดังกล่าวต้องจ่ายเงินเพื่อดำเนินการโดยต้องชำระในรูปแบบของสกุลเงิน Ether วิธีการนี้ทำเพื่อให้ผู้เขียนโปรแกรมต้องปรับใช้โค้ดที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อจะไม่ทำให้พลังการประมวลผลของเครือข่าย Ethereum สูญเปล่าไปกับงานที่ไม่จำเป็น

Ethereum แตกต่างจาก Bitcoin อย่างไร:

แม้ว่าทั้ง Bitcoin และ Ethereum จะดำเนินการโดยใช้ระบบบล็อกเชนเทคโนโลยีเหมือนกันแต่ก็มีข้อแตกต่างกันอย่างต่อไปนี้

· Bitcoin เป็นเพียงสกุลเงิน ในขณะที่ Ethereum เป็นเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทที่ธุรกิจใช้เพื่อสร้างโปรแกรมใหม่

· Bitcoin ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับสกุลเงินประจำชาติและด้วยเหตุนี้ Bitcoin จึงทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนและเก็บมูลค่า ในขณะที่ Ethereum ถูกสร้างขึ้นให้เป็นแพลตฟอร์มเพื่ออำนวยความสะดวกในสัญญาที่ไม่เปลี่ยนรูป สัญญาแบบเป็นโปรแกรม และแอปพลิเคชันโดยผ่านสกุลเงินของตัวเอง

· จำนวนเหรียญของ Bitcoin มีจำนวนจำกัดโดยถูกจำกัดไว้ที่ 21 ล้านเหรียญ ในขณะที่ Ether ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ใช้ใน Ethereumไม่มีการจำกัดจำนวนของเหรียญ

· นักขุดเหรียญ Ethereum สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการยืนยันธุรกรรมได้ แต่ Bitcoin ไม่สามารถทำได้

· ธุรกรรมบนเครือข่าย Ethereum อาจมีรหัสที่ปฏิบัติการฝังอยู่ ในขณะที่ข้อมูลที่ติดอยู่กับธุรกรรมเครือข่าย Bitcoin โดยทั่วไปจะใช้สำหรับการจดบันทึกเท่านั้น

· เวลาบล็อกในการทำธุรกรรมอีเธอร์ได้รับการยืนยันในไม่กี่วินาทีในขณะที่ Bitcoin ใช้เวลายืนยันเป็นนาที

· อัลกอริทึมที่ทำงานบน Ethereum ใช้ ethash ในขณะที่ Bitcoin ใช้ SHA-256

ข้อดีของ Ethereum:

หลังจากที่เราได้ทราบข้อแตกต่างระหว่าง Ethereum กับ Bitcoin แล้วตอนนี้เรามาพิจารณาดูว่าข้อดีของการลงทุนใน Ethereum มีอะไรบ้าง 

o การใช้งานบน Ethereum ไม่มีการหยุดทำงาน การฉ้อโกง การควบคุมหรือการแทรกแซงจากบุคคลที่สาม

o Ethereum ได้รับการออกแบบให้มีต้นทุนต่ำ เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และเหมาะสำหรับการทำธุรกรรมระหว่างหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นระดับองค์กรหรือระดับเอกชนหลายธุรกรรมในเวลาเดียวกัน

o คุณสมบัติของระบบ Ethereum คือความสามารถในการตั้งค่าโปรแกรมที่หลากหลาย เงื่อนไขข้อตกลงต่างๆจะถูกฝังอยู่ในรหัสเพื่อให้ธุรกรรมดำเนินการโดยอัตโนมัติ ข้อตกลงดิจิทัลเหล่านี้หรือ “Smart Contract” สามารถมีรูปแบบ เงื่อนไข และแม้แต่การเรียกสัญญาอื่นๆ ได้ไม่จำกัด ทำให้ Ethereum มีประโยชน์ไม่เพียงแต่สำหรับการชำระเงินเท่านั้น หากแต่ยังนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกรรมอื่นๆ อาทิเช่น ธุรกรรมในการเงินธุรกรรมห่วงโซ่อุปทาน ธุรกรรมสำนักทะเบียนของรัฐบาล ธุรกรรมพลังงาน ธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ ธุรกรรม

ฎหมาย และภาคส่วนอื่นๆ อีกมากมาย

o หน่วยงานของรัฐไม่สามารถแทรแซงหรือควบคุม Ethereum ได้  ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะควบคุมมูลค่าของ Ether มูลค่าของมันจะขึ้นอยู่กับความไว้วางใจของผู้ใช้และปริมาณธุรกรรมที่ทำกับ Ethereum เท่านั้น ซึ่งทำให้ผู้ใช้สบายใจได้ว่า เมื่อชำระเงินด้วยระบบ Ethereum เงินจะส่งตรงถึงเจ้าของสินค้าหรือบริการที่จ่ายไปโดยไม่มีใครแทรกแซง

o Ethereum ได้รับการพัฒนาให้เป็นระบบเปิดหรือ “Open Source” ซึ่งทำให้สามารถปรับปรุงได้เมื่อจำเป็น สิ่งนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้แพลตฟอร์มเนื่องจากจะให้ความเสถียรและความโปร่งใสมากขึ้นแล้ว หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นในธุรกรรมใดๆ ก็สามารถเข้าไปแก้ไขในซอร์สโค้ดของแพลตฟอร์มได้

Ethereum คุ้มค่าแก่การลงทุนหรือไม่

จากข้อมูลข้างบนเราจึงสามารถคาดการณ์ได้ว่า Ethereum น่าจะได้รับการความนิยมอย่างแพร่หลายมากขึ้นในอนาคตดังเช่น Bitcoin ได้รับมาแล้วในอดีต และหากเราย้อนดูราคาของ Ether ตั้งแต่ปีค.. 2015 ถึงปีค.. 2021 มูลค่าของสกุลเงิน Ether ขึ้นจาก $1.25 เป็น $3,012.42 หรือ 2,409% ในระยะเวลา 6 ปี

 

นักลงทุนจึงควรเริ่มพิจารณาและศึกษา Ethereum อย่างจริงจังและลองเริ่มลงทุนพื่อเพิ่มโอกาสหรือทางเลือกในการลงทุนใหม่ๆที่จะสร้างสินทรัพย์ของคุณให้เติบโตขึ้นในอนาคต

จะซื้อ Ethereum ได้อย่างไร

การลงทุทในตลาด Cryptocurrency ในประเทศไทยได้รับความนิยมและแพร่หลายมากขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีหลายองค์กรที่เปิดตัวมาเพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนในสินทรัพท์ยดิจิทอลและ Cryptocurrency โดยเฉพาะอาทิเช่น: