ความหมายและลักษณะประเภทของ Pin Bar รวมถึงวิธีการใช้เพื่อช่วยให้ได้มาซึ่งกำไร

การเทรดในตลาด Forex อย่างที่ทราบกันว่านักลงทุนมีทางเลือกมากมายในการเลือกใช้เทคนิคทางเลือกต่างๆที่จะนำมาซึ่งกำไรต่อตนเอง ทางเลือกดังกล่าวนั้นมีมากมายหลายทางเลือก กล่าวคือ ไม่ว่าจะเป็น ตัวบ่งชี้ลักษณะหรืออินดิเครเตอร์ (Indicator) และแท่งเทียน (Candlestick) อีกอุปกรณ์หนึ่งที่ถูกใช้ในการเก็งกำไรก็คือ Pin Bar หรือเรื่องที่บทความนี้จะกล่าวถึงนั่นเอง ทั้งตัวบ่งชี้เฉพาะ กราฟแท่งเทียน และ Pin Bar นั้นทำหน้าที่หลายอย่างในการเทรด ดังเช่นว่าถูกใช้เป็นสัญญาณเมื่อราคามีการปรับตัว หรือถูกใช้เป็นสัญญาณในการซื้อและการขาย หากทว่าความสามารถของ Pin Bar ไม่ได้ถูกจำกัดให้ใช้เพียงเพื่อสองกิจนี้เท่านั้น บทความนี้จะกล่าวถึงหน้าที่อื่นๆของมัน ความหมายและความสำคัญ นอกจากนี้สิ่งที่จะกล่าวถึงในบทความนี้นั่นก็คือประโยชน์ของ Pin Bar วิธีการใช้ Pin Bar ในการเทรดในตลาด Forex แบบง่ายและจะอธิบายถึงการใช้ศักยภาพที่มีอยู่ของมันให้สูงสุดเพื่อการนำมาซึ่งรายได้และกำไรสำหรับผู้เทรด


1.ความหมายของ Pin Bar

Pin Bar เป็นรูปแบบของกราฟแท่งเทียนชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในการบ่งชี้สัญญาณเมื่อกราฟราคามีการปรับตัว หรือเมื่อกราฟราคาได้ดำเนินไปต่อ ซึ่งกราฟแท่งเทียนชนิดนี้นั้นเป็นที่นิยมใช้อย่างกว้างขวางในหมู่นักลงทุน ถึงแม้ว่าตัวลักษณะของกราฟแท่งเทียนจะมีแค่ตัวหนึ่งตัวเดียวโดดๆ แต่มันสามารถเป็นตัวบ่งชี้ที่ทำประโยชน์ได้หลากหลายในการซื้อขายและเทรดที่ Forex ลักษณะของกราฟแท่งเทียนรูปแบบนี้มักจะเป็นตัวบ่งบอกเมื่อราคาถูกปฏิเสธ โดยแท่งกราฟนั้นมีลักษณะเหมือนตัวเทียนและไส้เทียน ตัวไส้เทียนจะมีความยาวมากกว่าตัวเนื้อเทียนอยู่ที่ประมาณสามถึงสี่เท่า ส่วนตัวเนื้อเทียนนั้นมักจะมีอยู่ที่อัตราส่วน หนึ่งจากสี่ เช่นว่า

• Bearish Pin Bar จะมีลักษณะคือตำแหน่งของเนื้อเทียนจะอยู่ด้านล่าง ส่วนเส้นยาวด้านบนนั่นคือไส้เทียน

• Bullish Pin Bar จะมีลักษณะคือตำแหน่งของเนื้อเทียนจะอยู่ด้านบน ส่วนเส้นยาวด้านล่างนั่นคือไส้เทียน

เมื่อถึงเวลาในการเทรดและซื้อขายจริงในตลาด Forex ลักษณะของแท่งเทียนที่เห็นอาจเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งลักษณะการเปลี่ยนแปลงนั้นขึ้นอยู่กับราคาการเทรด ณ ช่วงเวลาหนึ่งๆ รวมถึงการผันผวนของราคา แต่ลักษณะแท่งเทียนที่มักซื้อความน่าเชื่อถือจากนักลงทุนคือแท่งเทียนที่มีลักษณะเนื้อเทียนสั้นและไส้เทียนมีความยาวกว่าแท่งเทียนมากๆ ยิ่งยาวก็สามารถบอกได้ถึงความน่าเชื่อถือในการลงทุน

2.รูปแบบต่างๆของแท่งเทียน Pin Bar

ประการสำคัญอย่างหนึ่งในการวิเคราะห์ทิศทางการเทรดนั่นก็คือ นักเทรดจำเป็นจะต้องศึกษารูปแบบของแท่งเทียน นักลงทุนควรจะศึกษาและจดจำแท่งเทียนและอินดิเครเตอร์ต่างๆให้ดี เพราะการจดจำที่ผิดพลาด ดังเช่นว่านักลงทุนอาจมองว่าสิ่งนี้คือ Pin Bar ทั้งๆที่มันไม่ใช่ หรืออาจเป็นเพียงแค่สิ่งบ่งชี้แบบหลอกๆ การดูผิดแบบนี้ก็จะส่งผลเสียต่อพอร์ตทั้งหมดของนักลงทุนได้ ด้วยเหตุนี้นักลงทุนควรศึกษารูปแบบแท่งเทียนลักษณะต่างๆ ต้องสามารถบอกได้ว่าลักษณะที่ถูกต้องของ Pin Bar เป็นอย่างไร เพื่อให้ในใจว่าสิ่งที่นักเทรดได้วิเคราะห์นั่นตรงกับความเป็นจริงของกราฟ

และเมื่อว่าด้วยหลักการของ Price Action ลักษณะแท่งเทียน Pin Bar ที่ถูกต้องจะมี 3 แท่ง ซึ่งส่วนประกอบสามอย่างนั่นก็คือ แท่งของตาขวา แท่งของตาซ้าย และแท่งจมูก ซึ่งบทความอื่นๆอาจมีชื่อเรียกส่วนประกอบดังกล่าวนี้ต่างกันไป แต่บทความนี้จะขอยึดชื่อเรียกนี้เป็นหลัก

• หากว่าด้วยหลักการ Price Action แท่งเทียน Pin Bar ที่มีลักษณะที่ถูกต้องคือแท่งที่มีสามส่วนประกอบหลักคือแท่งของตาซ้าย แท่งของตาขวา และแท่งจมูก

• เนื้อเทียนควรมีขนาดประมาณหนึ่งส่วนสี่ของทั้งแท่ง ส่วนไส้เทียนควรจะยาวกว่าเนื้อเทียนประมาณสามเท่า ในขณะที่แท่งจมูกจะมีปริมาณเนื้อเทียนสั้นๆ

• สิ่งที่ควรอยู่ข้างๆเทียนตาซ้ายก็ควรเป็นเนื้อเทียนแท่งจมูก หากไม่อยู่ติดกันก็ควรอยู่บริเวณข้างเคียง

3.วิธีการใช้ Pin Bar ในการซื้อขาย

ก็เหมือนกับวิธีการใช้ตัวช่วยเครื่องมือการวิเคราะห์เฉพาะทางอื่นๆ ที่การใช้เครื่องมืออย่างเดียวจะไม่สามารถสร้างความสำเร็จในการเทรดได้ การใช้ Pin Bar นี้ควรถูกนำมาประยุกต์ใช้โดยการใช้ร่วมกับกราฟและเครื่องมือชนิดอื่นเพื่อให้ศักยภาพของมันถูกนำมาใช้ได้ดีที่สุดในการเทรด

กราฟแท่งเทียน Pin Bar นั้นมักถูกใช้ควบคู่กับเครื่องมือ แนวรับและแนวต้าน

การใช้กราฟแท่งเทียน Pin Bar ในการซื้อ หรือที่เรียกว่า Buy Setup

1.  แท่งกราฟ Pin Bar มีราคาเปิดที่อยู่เหนือจากระดับแนวรับ

2.  ในช่วงเวลาระหว่างวัน Pin Bar แท่งนั้นๆ ควรมีไส้เทียนดิ่งลงต่ำ โดยที่ต่ำกว่าระดับแนวรับ

3.  ในท้ายที่สุด เหนือระดับแนวรับนั้นจะถูกขึ้นมาปิดโดยราคาปิดของ Pin bar แท่งดังกล่าว

การใช้กราฟแท่งเทียน Pin Bar ในการขาย หรือที่เรียกว่า Sell Setup

1.  แท่งกราฟ Pin Bar มีราคาเปิดที่อยู่ใต้ซึ่งต่ำกว่าจากระดับแนวต้าน

2.  ในช่วงเวลาระหว่างวัน Pin Bar แท่งนั้นๆ ควรมีไส้เทียนยกขึ้นสูง โดยที่อยู่สูงกว่าระดับแนวต้าน

3.  ในท้ายที่สุด ที่ต่ำกว่าระดับแนวต้านนั้นจะถูกปิดโดยราคาปิดของ Pin bar แท่งดังกล่าว

วิธีการดังกล่าวนั้นจะให้ความสำคัญกับการที่ Pin Bar ได้มีการปรับระดับทั้งขึ้นและลง รวมถึงการที่ตัวบาร์เองมีแนวรับกับแนวต้านที่แตะอยู่ ซึ่งการสังเกตถึงสองเรื่องสำคัญดังนี้เป็นหัวใจสำคัญของการใช้ Pin Bar

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรทราบว่า รูปแบบ Pin Bar ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรเป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์ด้วย กล่าวคือ ต้องวิเคราะห์ ความยาวและความเหมือน/ต่าง ระหว่างไส้เทียน กับ ตัวเทียน นักเทรดควรพิจารณาให้แน่ใจว่าแท่งนั้นคือ Pin Bar อย่างแท้จริง โดยให้สังเกตจากความยาวของไส้เทียน ควรสังเกตขนาดของตัวเทียนว่ามีขนาดกำลังดีหรือไม่ รวมถึงคำนึงถึงที่ๆตัวเทียนตั้งอยู่หรือตำแหน่งของมันว่าอยู่ที่ใด ตรงขอบหรือไม่

 วิเคราะห์ลักษณะตัวเทียนทั้งแบบ Bullish และ Bearish 

 Pin Bar แบบ Bullish ควรมีสีเขียวเป็นลักษณะตัวเทียน ซึ่งบ่งบอกว่าราคาปิดมีค่ากว่าราคาเปิด ในขณะที่ Pin Bar แบบ Bearish จะแสดงค่าราคาปิดมากกว่าราคาเปิด ด้วยเหตุนี้สีแดงจึงถูกเลือกให้เป็นสีของเนื้อเทียน Bar ประเภทนี้

4.ข้อแนะนำการใช้ Pin Bar เพื่อการเทรดที่มีคุณภาพ

-          ควรเลือกใช้กราฟรายวัน

เนื่องจากกราฟรายวันถือว่าเป็นกราฟพื้นฐานในการเทรด และมักแสดงภาพรวมของการเทรดในวันนั้น กราฟชนิดนี้นั้นสามารถบ่งบอกความเป็นไปได้ของราคา กราฟนี้จึงเป็นที่แนะนำสำหรับนักลงทุนที่ต้องการใช้ Pin Bar ในการวิเคราะห์

-          ควรสังเกตสัญญาณอื่นๆ

การใช้ Pin bar โดดๆ อาจไม่ทำให้การเทรดมีประสิทธิภาพสูงสุด จะเป็นเรื่องที่ดีกว่าหากเราจะใช้แท่ง Pin Bar ร่วมกับการสังเกตอื่นๆ เช่น การสังเกต แนวรับ แนวต้าน รวมถึงจังหวะเวลา หากทำเช่นนี้ก็จะมีโอกาสได้กำไรจากการเทรด

-          ควรดูความเป็นไปได้อยู่เสมอ

เมื่อเลือกใช้ Pin Bar ในการวิเคราะห์แล้ว อีกสิ่งที่ควรคำนึงถึงคือการเลือกใช้ให้เข้ากับกระแสซื้อขาย ความเป็นไปได้ของเทรด ณ ขณะนั้นๆ เราจะไม่แนะนำให้ลงทุนตรงข้ามกับเทรนด์หลัก

5.เคล็ดลับการทำกำไรจาก Pin Bar

-          การเริ่มออเดอร์ควรเริ่มเมื่อมีการสิ้นสุดของแท่งจมูก เนื่องจากนั่นแสดงถึงความพร้อมในการเริ่มเทรดซื้อขาย

-          การเริ่มเปิดออเดอร์ซื้อ(Buy) ควรทำเมื่อแท่งตาซ้ายอยู่บนแท่งจมูก โดยให้นักลงทุนนำเอาเป้าแรกที่ไว้ตรงแนวต้านด้านที่อยู่ใกล้มากที่สุด

- ควรตั้งเอาเป้าหมายขึ้นไว้ที่ตำแหน่งสูงสุดของแท่งตาซ้าย ในกรณีที่นักลงทุนถนัดการเทรดแบบสั้น ที่แนะนำตำแหน่งดังกล่าวเพราะหากจุดที่เข้าซื้ออยู่ใกล้กับแท่งตาซ้ายของนักลงทุนมากเกินไป อาจไม่เป็นการดี จึงแนะนำให้ใช่แท่งเทียนอันที่อยู่หน้าเป้าของคุณในการเก็งและรับกำไร

-          การเริ่มเปิดออเดอร์ขาย (Sell) นั้นควรทำเมื่อแท่งตาซ้ายอยู่ใต้แท่งจมูก เมื่อนั้นจึงเริ่มตั้งเป้าแรก โดยนำไปไว้ที่แนวรับอันใกล้สุด แต่ก็สามารถเอาไปไว้ที่ตำแหน่งล่างสุดของแท่งตาซ้ายได้ หากนักลงทุนต้องการเทรดแบบระยะสั้น