Price Action คืออะไร? 5 แพทเทิร์น Price Action ที่เทรดเดอร์ควรรู้จัก


บทความวันนี้ พาผู้อ่านมาทำความรู้จัก กับคำว่า Price Action ซึ่ง่น่าจะเป็นคำที่เทรดเดอร์ในตลาด Forex ได้ยินกันบ่อยๆ ลองมาดูกันว่า Price Action หมายถึงอะไร รวมไปถึง วิธีการดู Price Action รูปแบบต่างๆ ของ Price Action และเราจะใช้ Price Action มาช่วยทำกำไรในการลงทุนในตลาด Forex ของเราอย่างไรได้บ้าง


1. ทำความรู้จัก Price Action: Price Action คืออะไร?

Price Action คือ ลักษณะ หรือรูปแบบการเคลื่อนไหวขึ้นและ ลงของราคาหลักทรัพย์ การเคลื่อนไหวของราคาจะถูกวิเคราะห์ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เกิดขึ้นในอดีตที่เพิ่งผ่านไป พูดให้เข้าใจง่ายกว่านั้น Price Action ก็คือ เทคนิคในการเทรด Forex ที่เทรดเดอร์ หรือนักลงทุน อ่านสภาพการณ์ของตลาด และตัดสินใจทำการซื้อ-ขายในตลาด จากการดูการเคลื่อนที่ของราคาในปัจจุบัน และที่เพิ่งผ่านไป มากกว่าที่จะตัดสินใจโดยพึ่งพาตัวชี้วัดทางเทคนิคของตลาดเพียงอย่างเดียว


อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเทรด แบบ Price Action มักจะละเลยปัจจัยการวิเคราะห์พื้นฐาน และโฟกัสไปที่การเคลื่อนไหวของราคาในอดีต และปัจจุบันมากกว่า ทำให้กลยุทธ์การเทรด แบบ  Price Action ต้องพึ่งพาเครื่องมือวิเคราะห์เชิงเทคนิค นักลงทุนระยะสั้นจำนวนมาก ดูการเคลื่อนที่ และการก่อตัวของราคา และแนวโน้มทิศทางราคาที่คาดการณ์ เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจในการลงทุน


การเทรดด้วย Price Action


การนำการเคลื่อนไหวของราคามาใช้ในการเทรด นับเป็นการวิเคราะห์เชิงเทคนิคแบบหนึ่ง เพราะเป็นการนำเอาสถิติกิจกรรมการซื้อ-ขาย โดยเฉพาะการเคลื่อนไหว และปริมาณของราคา มาใช้คาดการณ์ทิศทาง และการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต เมื่อนักลงทุนพูดถึง “Price Action” ให้เรารู้ว่าเขากำลังหมายถึง ความผันผวนของราคาหุ้นตัวใดตัวหนึ่งในแต่ละวัน


นักลงทุนจะดูการเคลื่อนที่ของราคาของหุ้น หรือหลักทรัพย์แต่ละตัว ด้วยการเฝ้าติดตามแพทเทิร์น และตัวชี้วัดเพื่อหาลำดับ หรือทิศทางที่ดูเหมือนจะมั่วๆ ของราคา ตามปกติแล้ว นักลงทุน จะใช้กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart) ในการจำลองภาพการเคลื่อนที่ของราคาขึ้นมาให้ดูเข้าใจง่ายมากขึ้น


การวิเคราะห์และคาดการณ์ราคาจาก Price Action นับเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะเทรดเดอร์ 2 คน ที่ดู Price Action เดียวกัน อาจได้ข้อสรุปที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจากแพทเทิร์นนั้นๆ นี่จึงนับเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กลยุทธ์ Price Action ควรถูกนำมาใช้ร่วมกับกลยุทธ์การเทรดอื่นๆ ประกอบด้วย นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายย่อย จะใช้ Price Action มาช่วยตัดสินใจเทรด ด้วยการใช้ Leverage ในการเพิ่มปริมาณการซื้อ-ขาย ด้วยธรรมชาติของกลยุทธ์ Price Action ทำให้มันเหมาะกับการลงทุนระยะสั้นอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว


2. การดู Price Action ด้วยกราฟ Candlestick


เทรดเดอร์นิยมใช้กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart) มาใช้แสดงผลการเคลื่อนไหวของราคา ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มของทิศทางราคา (Trends) การทะลุแนวรับ  หรือแนวต้านของราคา (Breakouts) การกลับทิศของราคา (Reversals) เป็นต้น กราฟแท่งเทียน มีประโยชน์มากในแง่ที่มันแสดงจุดเปิด-ปิด และจุดต่ำสุด-สูงสุดของราคา ในลักษณะทิศทางการขึ้น หรือการลง


เราลองมาดูกันว่า มี Price Action ในรูปแบบกราฟแท่งเทียนแบบใดบ้างที่นักลงทุนจำเป็นต้องรู้


ขอบคุณภาพจาก wikiHow


จากรูปภาพด้านบน เราจะเห็นแท่งเทียน 2 แท่ง คือ แท่งสีเขียว และแท่งสีแดง โดยแท่งเทียนสีเขียว เอาไว้แทน “ขาขึ้น” หรือตลาดกระทิง (Bullish) ในขณะที่แท่งสีแดง ทางด้านขวามือ แทน “ขาลง” หรือตลาดหมี (Bearish)


เทียนแต่ละแท่ง จะมีส่วนที่เรียกว่า Real Body นั่นหมายถึง ตัวแท่งเทียน ซึ่งหากแท่งเทียนช่วงนี้ มีลักษณะเป็นแท่งยาวมากๆ นั่นหมายถึงว่าแท่งเทียนนั้น มีแรงซื้อ-ขาย ที่มาก


ที่ด้านบน (Upper Shadow) และด้านล่างของเทียน (Lower Shadow) มีส่วนที่เป็นเส้นตรงยื่นออกมา เราเรียกมันว่า ไส้เทียน โดยส่วนของไส้เทียน หากอยู่ด้านบน จะแสดงจุดสูงสุดของราคา (High) หากปรากฏอยู่ด้านล่างแท่งเทียน จะหมายถึงจุดต่ำสุดของราคา (Low)


เมื่อดูแท่งเทียนสีเขียว ทางซ้ายมือ เราจะเห็นว่าปลายแท่งเทียนด้านล่าง คือ จุดเปิดของราคา (Open) โดยมีจุดปิดของราคา (Close) อยู่ที่ปลายแท่งเทียนด้านบน ในขณะที่แท่งเทียนสีแดง จะมีจุดเปิดของราคา (Open) อยู่ด้านบน และมีจุดปิดของราคา (Close) อยู่ด้านล่าง


3. 5 แพทเทิร์น Price Action ที่เทรดเดอร์ควรรู้จัก

3.1 Doji


                            ขอบคุณภาพจาก TSR


กราฟ Doji มีหน้าตาเหมือนไม้กางเขน โดยมีจุดเปิดและจุดปิดของราคาที่จุดเดียวกัน เมื่อ Price Action มีลักษณะแบบนี้ หมายความว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความลังเลของตลาด นักลงทุนสามารถเทรด โดยมองเหมือนสัญญาณนี้เป็นสัญญาณแบบกลับทิศ ในกรณีที่มีแนวโน้มว่าราคาจะเปลี่ยนทิศทาง หรือหยุดรอดูท่าทีไปก่อน


3.2 Marubozu


ขอบคุณภาพจาก TSR


กราฟ Marubozu เป็นกราฟที่แสดงสัญญาณแบบตรงข้ามกับกราฟแท่งเทียนแบบ Doji โดยมีจุดเปิดของราคา และจุดปิดของราคาที่ปลายแท่งเทียนทั้งสองด้าน หน้าตาของกราฟแบบนี้จึงมองดูเหมือนกล่อง หรือเทียนที่ไม่มีไส้


กราฟ  Marubozu ที่มีจุดปิดอยู่ด้านบน แสดงถึงขาขึ้น (ตลาดกระทิง) ที่มากของตลาด ในขณะที่จุดเปิดที่ด้านล่าง แสดงถึงขาลงของราคา หรือตลาดอย่างรุนแรง Price Action แบบ Marubozu  แสดงถึงความรุนแรงของทิศทางราคา โดยเหมาะที่จะเป็นกราฟสำหรับมือใหม่หัดเทรดไว้เรียนรู้ มากกว่าจะเป็นแพทเทิร์นที่มาใช้ในการลงทุน


3.3 Harami


    ขอบคุณภาพจาก TSR


กราฟแบบ Harami เป็นกราฟแบบสองแท่งเทียน ซึ่งมีตัวแม่ และตัวลูก โดยขนาดของแท่งเทียนตัวลูก จะไม่ใหญ่ไปกว่าส่วนที่เป็นแท่งเทียนของตัวแม่  ตามปกติแล้ว Price Action แบบHarami ที่แสดงขาขึ้นของตลาด จะมีจุดปิดราคาของเทียนแท่งแรกต่ำกว่าจุดเปิด ในขณะที่แท่งสอง มีจุดปิดราคาสูงกว่า เช่นเดียวกัน หากเป็นสัญญาณ Harami แบบขาลง จะมีจุดปิดราคาของแท่งเทียนแรกสูงกว่าจุดเปิด ในขณะที่มีจุดปิดราคาต่ำกว่าในเทียนแท่งที่สอง หรือแท่งลูก


Price Action แบบนี้ แสดงสัญญาณการกลับทิศของราคาอย่างเงียบๆ แท่งเทียนแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของราคา ถึงแม้ว่าจะไม่มีการขยายของตัวแท่งเทียน ดังนั้น สัญญาณ แบบ Harami จึงบอกถึงการเคลื่อนไหวที่แน่วแน้ และแท้จริงของแท่งเทียน โดยแท่งเทียนที่เล็กกว่า บ่งบอกถึงความผันผวนที่ลดลง


3.4 Engulfing


ขอบคุณภาพจาก TSR


กราฟแท่งเทียนแบบ Engulfing  มีลักษณะเหมือนกราฟ Harami แบบกลับด้าน โดยเทียนแท่งที่สอง มีขนาดใหญ่กืนพื้นที่ทั้งหมดของเทียนแท่งที่หนึ่ง Price Action ในลักษณะนี้ แสดงถึงการกลับทิศของราคา ไม่ต่างจากกราฟแท่งเทียนแบบ Harami


3.5 Piercing Line หรือ Dark Cloud Cover


ขอบคุณภาพจาก TSR


กราฟแบบ Piercing Line และกราฟแบบ Dark Cloud Cover แสดงถึงขาขึ้น และขาลง ในกราฟแบบสองแท่งเทียน โดยเทียนแท่งแรกในกราฟแบบ Piercing Line บ่งบอกถึง ขาลง หรือ ตลาดหมี (Bearish) ในขณะที่เทียนแท่งที่สอง มีจุดเปิดต่ำกว่าจุดปิดของเทียนแท่งแรก และมีจุดปิด พ้นจุดกึ่งกลางของเทียนแท่งแรก

สำหรับแพทเทิร์นแบบ Dark Cloud Cover แท่งเทียนแท่งแรกของกราฟ จะเป็นขาขึ้น หรือตลาดกระทิง (Bullish) โดยที่เทียนแท่งที่สอง จะมีจุดเปิดสูงกว่าแท่งเทียนแท่งแรก และมีจุดปิดต่ำกว่าจุดกึ่งกลางของตัวเทียนแท่งแรก โดยจะต้องมีช่องว่างห่างเล็กน้อย ระหว่างแท่งเทียนแรกและแท่งเทียนที่สอง ในทั้งสองแพทเทิร์น ซึ่งถือเป็นแพทเทิร์นที่หาได้ยากในการกรอบเวลาระหว่างวัน

แพทเทิร์นแบบ Piercing Line แสดงถึงการมีความหวังว่าตลาดจะเข้าสู่ขาลงเรื่อยๆ แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะตลาดเข้าสู่ขาขึ้น และยังทำลายกำไรที่ได้จากเทียนแท่งแรกมากกว่าครึ่ง เช่นเดียวกันกับแพทเทิร์นแบบ Dark Cloud Cover ที่ช่องว่างสร้างความหวังให้เทรดเดอร์ว่าตลาดอาจจะเข้าสู่ขาขึ้น แต่ก็ต้องพบความผิดหวัง


4. ทำไมจึงควรเทรดด้วย Price Action?



4.1 Price action โดยเฉพาะเมื่อแสดงในรูปแบบกราฟแท่งเทียน (Candlestick chart) เป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ง่าย นักลงทุน หรือเทรดเดอร์ แทบไม่ต้องนำตัวชี้วัดทางเทคนิค อื่นๆ เช่น ออสซิลเลเตอร์ส (Oscillators), ลำดับเลขของ Fibanacci (Fibonacci retracements), ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) หรือเครื่องมือตั้งระดับกราฟ (Pivot Point) เป็นต้น มาใส่ในกราฟให้รุงรัง ก็สามารถทำความเข้าใจการเคลื่อนที่ของราคาได้

4.2 การอ่านสัญญาณของ Price Action ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถของเทรดเดอร์ ที่จะทำความเข้าใจ Price Action ยังเป็นข้อมูลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ นักลงทุนที่ไม่จำเป็นจะต้องจบปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์มาก็สามารถศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเพื่อที่จะอ่าน Price Action ได้


4.3 กรอบเวลาที่ใช้ในการเทรดจะเป็นประโยชน์ต่อเทรดเดอร์ เนื่องจากการดู Price Action สามารถกำหนดกรอบเวลาในการแสดงผลได้ นักลงทุนที่นิยมดู Price Action จึงมักเลือกกรอบเวลาแบบรายวัน หรือรายสัปดาห์ เพราะมองว่าข้อมูลมีความน่าเชื่อกว่า ซึ่งบาร์แบบรายวัน จะแสดงข้อมูลได้มากกว่าบาร์แบบราย 5 นาที ยิ่งมีข้อมูลมากเท่าไหร่ สัญญาณที่ได้ก็จะน่าเชื่อถือมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งการแสดงผลของกราฟเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนอย่างมาก ในแง่ของการวิเคราะห์ และช่วยประหยัดเวลาของตัวนักลงทุนเองไม่ให้ต้องคอยติดตามการเคลื่อนที่ของราคาตลอดทั้งวัน


4.4 ตลาด Forex เป็นตลาดที่มีพลวัตสูง เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้การดู Price Action มีประโยชน์ต่อนักลงทุนในแง่ที่จะสามารถหาโอกาสในการทำกำไรได้จากการติดตามการเคลื่อนที่ของราคาที่เปลี่ยนแปลงไปตลอด