บัญชีออมหุ้น ที่ไหนดี 2564:ออมไว้ในหุ้นหรือกองทุน รวยจริงไหม?

ทุกคนล้วนต้องการความมั่นคงทางการเงินไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาวในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยวิกฤติทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน หลายคนจึงหันมาสนใจการลงทุนที่ให้กำไรระยะยาวและมีความมั่นคง เพื่อการันตีว่าในอนาคตเราจะมีความมั่นคงทางการเงิน หนึ่งในนั้นคือการออมหุ้น ที่เป็นรูปแบบการลงทุนอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันแต่หลายคนอาจยังไม่แน่ใจหรือกำลังตัดสินใจที่จะเปิดบัญชีออมหุ้นเป็นของตัวเอง อย่างนั้นเราจึงจะมาอธิบายเดี๋ยวกลับบัญชีออมหุ้น

หลายคนอาจคุ้นหูกับคำว่า "บิทคอยน์" โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และกำลังเป็นที่สนใจไม่เฉพาะในไทย แต่เป็นที่นิยมของนักลงทุนทั่วโลกถึงมูลค่าที่โตขึ้นแบบก้าวกระโดด ทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจ ดังนั้น เราจะตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับบิทคอยน์ เช่น มันคืออะไร หรือ 1 บิทคอยน์เท่ากับกี่บาท

1. บิทคอยน์ คืออะไร?

บิทคอยน์ (Bitcoin) คือเงินตราอิเล็กทรอนิกส์ (Cryptocurrency) สกุลแรกที่โลกรู้จัก ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบดิจิทัล เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการออนไลน์ โดยบิทคอยน์คือสกุลเงินที่ใช้ระบบซอฟต์แวร์ในการซื้อขายแลกเปลี่ยน ถูกคิดค้นโดยนักพัฒนาด้านซอฟต์แวร์ผู้ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นาคาโมโตะ เป็นผู้พัฒนา Bitcoin โดยมีจุดประสงค์คือการสร้างสกุลเงินที่เป็นอิสระจากรัฐบาลและธนาคาร เนื่องจากบิทคอยน์เปรียบเสมือนซอฟแวร์ชนิดหนึ่ง ทำให้มันเป็นสกุลเงินที่ไม่สามารถจับต้อง หรือกดออกมาใช้ผ่าน ATM ดังนั้น การจะผลิตหรือครอบครอง Bitcoin ได้นั้นต้องใช้วิธีการ “ขุด” โดยการใช้คอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่บนเครือข่ายที่กำหนด นอกจากนี้ การกำหนดค่าของบิทคอยน์ไม่ได้อ้างอิงจากราคาของทองหรือปัจจัยอื่น ๆ ของสกุลเงินจริง แต่ถูกอ้างอิงด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ ซึ่งผู้คนทั่วโลกกำลังใช้ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการถอดสมการทางคณิตศาสตร์เพื่อผลิต Bitcoin

2. ราคาบิทคอยน์ 1 บาท เท่ากับกี่บิทคอยน์?

เมื่อช่วงต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ราคาของบิทคอยน์พุ่งขึ้นกว่า 400% มาแตะระดับ 40,000 ดอลลาร์ โดยพุ่งทะลุขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 47,000 ดอลลาร์ ถึงแม้ในบางช่วงเวลาราคาจะดิ่งลงอย่างรวดเร็วจนหลุดระดับ 30,000 ดอลลาร์ แต่บิทคอยน์ก็สามารถฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุผลนี้ ผู้คนจึงหันมาสนใจและเป็นที่นิยมของนักลงทุนไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่และเก่า และเป็นกระแสออกไปเป็นวงกว้าง ทำให้หลายคนมองว่าบิทคอยน์จะถูกใช้เป็น ‘สกุลเงินใหม่’ อีกสกุลหนึ่ง หรือโอกาสที่บิตคอยน์จะได้รับการยอมรับและถูกใช้อย่างแพร่หลาย เรามาดูกันว่า ณ ปัจจุบันนี้ ราคา 1 Bitcoin หรือ BTC เท่ากับกี่บาท?

1 BTC   = 1,146,839.34 THB

21 BTC   = 24,083,626.07 THB

50 BTC   = 57,341,966.84 THB

100 BTC   = 114,683,933.68 THB


3. การขุดบิทคอยน์ คืออะไร? ขุดบิทคอยน์ คุ้มไหม? 1 วันสามารถขุดบิทคอยน์ได้กี่บาท?

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นเกี่ยวกับการขุดบิทคอยน์ ให้เปรียบเทียบกับการขุดทองในเหมือง เพียงแต่เราขุดบิทคอยน์ในระบบคอมพิวเตอร์แทน ถูกควบคุมด้วยระบบที่เรียกว่า Blockchain ที่ทำงานโดยอัลกอริทึม โดยจะต้องใช้คอมพิวเตอร์ของเราเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้ระบบบิทคอยน์ใช้ในการเก็บธุรกรรมต่าง ๆ และจะได้ค่าตอบแทนเป็นเหรียญบิทคอยน์ แต่การจะได้ค่าตอบแทนนั้นจะต้องแก้ไขสมการทางคณิตศาสตร์ให้ได้ ซึ่งต้องแข่งกับคนอื่น เมื่อเราทำสำเร็จ เราก็จะเป็นเจ้าของบิทคอยน์จากการขุดนั่นเอง

สิ่งที่นักขุดควรรู้ คือ จำนวนของบิทคอยน์ในระบบถูกกำหนดสูงสุดที่ 21 ล้านบิทคอยน์ ความยากหรือง่ายของการขุดนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนของบิทคอยน์ และด้วยกระแสนิยมในปัจจุบัน จำนวนบิทคอยน์จึงลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ทำให้การแก้สมการยิ่งยากมากขึ้น รวมถึงความแรงของการประมวลผลคอมพิวเตอร์ก็ต้องมากขึ้นตามความยากของการขุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการแก้สมการได้เร็วกว่านั่นเอง โดยในระบบขณะนี้ มีจำนวนบิทคอยน์เหลืออยู่ประมาณ 2 ล้าน BTC ที่ยังสามารถขุดได้


4. จัดเก็บบิทคอยน์อย่างไร?

การจัดเก็บบิทคอยน์ไม่ต่างจากการที่เรามีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในการทำธุรกรรม สำหรับบิทคอยน์นั้นมีรูปแบบการจัดเก็บทั้งหมด 5 ประเภท จากผู้ให้บริการต่าง ๆ บนอุปกรณ์มอถือ หรือคอมพิวเตอร์ คือ กระเป๋าเงินเดสก์ท็อป (Desktop wallets) กระเป๋าถือมือถือ (Mobile wallets) กระเป๋าเงินเว็บไซต์ (Web wallets) กระเป๋าเงินกระดาษ (Paper wallets) และกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ (Hardware wallets) ซึ่งข้อมีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างกันออกไป

กระเป๋าเงินมือถือหรือเดสก์ท็อปเหมาะกับคนที่มีบิทคอยน์จำนวนเล็กน้อยที่ปลอดภัยเพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ถือหรือซื้อขาย บิทคอยน์จำนวนเล็กน้อย แต่ถ้าต้องการที่เก็บที่ปลอดภัยที่สุดก็ต้องเป็น กระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ โดยรหัสผ่านกระเป๋าสตางค์จะถูกเก็บไว้ในรูปแบบเข้ารหัสและป้องกันด้วยหมายเลข PIN ซึ่งจะไม่มีใครสามารถเข้าถึงบิทคอยน์ของคุณได้ สูญหายหรือถูกขโมย เพียงแค่ติดต่อผู้ให้บริการของคุณ

5. เริ่มต้นการเทรดบิทคอยน์ได้อย่างไร?

ก่อนเริ่มขั้นตอนต่าง ๆ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูเกี่ยวกับบิทคอยน์ เช่น หลักการซื้อขาย หรือ 1 บิทคอยน์เท่ากับกี่บาท เป็นต้น เพื่อลดความเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งขั้นตอนไม่ได้มีอะไรยุ่งยาก

1- ลงทะเบียนกับผู้ให้บริการในประเทศไทย เราสามารถเลือกผู้ให้บริการซื้อขายบิทคอยน์ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทหลายเจ้าที่เปิดให้บริการในไทย

2- กรอกข้อมูลส่วนตัว บัญชีธนาคารที่เปิดในไทย ขั้นตอนนี้เราต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เช่น ข้อมูลบัตรประชาชน รวมถึงการถ่ายรูปหน้าตรงเพื่อเป็นการยืนยันตัวตน

3- ตั้งค่ารหัสผ่านบัญชี เหมือนกับการใช้ซอฟแวร์ธุรกรรมอื่น ๆ ที่ใช้ระบบการเข้ารหัสผ่านเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูล ควรตั้งค่ารหัสที่ตนเองจะไม่ลืมและไม่ง่ายจนเกินไป

4- ฝากเงินและเริ่มเทรด หลังจากลงทะเบียนและตั้งค่าความปลอดภัยแล้ว เราก็สามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เช่น กราฟเปรียบเทียบราคา เป็นต้น จากนั้นเราสามารถฝากเงินเข้าไปยังบัญชีเพื่อเริ่มการเทรด

6. มีสกุลเงินอื่น ๆ นอกจากบิทคอยน์หรือไม่? สกุลไหนคุ้มในการขุด?

เมื่อกล่าวถึงสกุลเงินดิจิตอลหรือคริปโตเคอเรนซี่คนส่วนใหญ่มักคิดถึง bitcoin และมีหลายคนที่เข้าใจว่ามีแต่บิทคอยน์ที่เป็นสกุลเงินดิจิตอลในปัจจุบันมีสกุลเงินดิจิตอลที่มีประสิทธิภาพในตลาดซื้อขายและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นที่ไม่ใช่แค่บิทคอยน์ ยังมีเหรียญติจิทัลอีกหลายประเภทที่ถูกคิดขึ้นมา จริงๆแล้วยังมีสกุลเงินอีกมากมายที่เกิดขึ้นโดยมีแนวคิด เพื่อตอบสนองชีวิตออนไลน์ของคนในยุดปัจจุบัน เนื่องจากบิทคอยน์มีมูลค่าที่เพิ่มขึ้น ทำให้บิทคอยน์กำหนดแนวโน้มในตลาดสกุลเงินดิจิตอล เราจึงมาแนะนำสกุลเงินต่างๆที่นอกเหนือจาก bitcoin ซึ่งมีแนวโน้มค่อนข้างสูงขึ้นในตลาดการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล

Ethereum

Ethereum ถือว่าเป็นเหรียญ digital อันดับ 2 รองจาบิทคอยน์ โดยมีแนวคิดที่จะสร้างคอมพิวเตอร์ของโลกใบนี้ที่สามารถทำให้ทุกอย่างกระจายออกไปยัง saver ต่าง ๆ เพื่อให้ง่ายในการควบคุม โดยเราสามารถทำการบันทึก เพิ่ม หรือลบข้อมูลผลเครือข่ายในที่เดียว

Ripple (XRP)

Ripple หรือ XRP สร้างขึ้นโดย Ripple Labs เป็นระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์และเครือข่ายการแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่สร้างขึ้น โดยซึ่งใช้สกุลเงินดิจิทัลในการประมวลผลธุรกรรม เมื่อพูดถึงการซื้อขาย Ripple จะหมายถึงการซื้อขาย XRP โดยสร้างระบบเครือข่ายที่ทำให้ธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ สามารถค้นหาเส้นทางหรือตัวกลางที่สั้นที่สุดสำหรับการโอนเงินจากผู้ส่งไปยังผู้รับ ทำให้การโอนเงินสะดวก รวดเร็ว ตรวจสอบได้และต้นทุนลดลง

Litecoin

Litecoin หรือ LTC เป็นหนึ่งใน Cryptocurrency ที่เก่าแก่ที่สุดที่มีอยู่และเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2011 ในฐานะตัวแทน Bitcoin มันมีคุณสมบัติหลายอย่างเช่นเดียวกับ Bitcoin แต่จุดประสงค์ของมันคือเร็วขึ้นเวลาสร้างบล็อกสั้นลงประมาณ 2.5 นาที ทำให้สามารถทำธุรกรรมได้เร็วขึ้นและมีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่ำกว่าบิทคอยน์ Litecoin เป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิตอลที่ยอมรับมากที่สุด Litecoin ภายใต้จุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการเพิ่มธุรกรรมดิจิตอลในชีวิตประจำวัน

Monero

หากคิดที่จะหา Cryptocurrency ที่มีความปลอดภัยมากที่สุด แน่นอนต้องเป็น Monero ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2014 โดยขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยที่ดีที่สุด ข้อมูลทุกอย่างจะไม่ถูกแชร์เป็นสาธารณะ โดยจะเรียกเก็บธุรกรรมที่เป็นความลับอยู่ในระดับโปรโตคอล

Binance (BNB)

เป็นธุรกิจสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อซื้อขาย cryptocurrenciy อื่น ๆ ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 และได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากความเก่งกาจที่มอบให้กับผู้ใช้ นอกจากการแลกเปลี่ยนแล้ว Binance ยังสามารถใช้เหรียญนี้เพื่อใช้จ่ายได้อีกด้วย โดยแทนสกุลเงินว่า BNB