การออมหุ้นคืออะไร? ข้อดีของการลงทุนออมหุ้น?

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะรู้จักหุ้น (Stock) กันดีอยู่แล้ว หรืออย่างน้อยก็คงต้องเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างจากหน้าข่าวเศรษฐกิจ หรือกลุ่มเพื่อนที่คุยเรื่องการลงทุน บทความวันนี้ จะพามาทำความรู้จักกับการลงทุนอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่ง เรียกว่าการออมหุ้น (Dollar-Cost Averaging) เราลองมาดูกันว่า การออมหุ้นที่ว่านี้ คืออะไรกันแน่ เหมือนหรือแตกต่างจากการซื้อหุ้นทั่วไปอย่างไร มีข้อดีต่อนักลงทุนอย่างไรบ้าง และมีข้อควรรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการออมหุ้นที่นักลงทุนอย่างเราจำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนเริ่มต้นการลงทุนประเภทนี้

การออมหุ้น (DCA: Dollar-Cost Averaging) คืออะไร?

การออมหุ้น (Dollar-Cost Averaging) หรือที่ในกลุ่มนักลงทุน เรียกกันสั้นๆ ว่า DCA เป็นกลยุทธ์การลงทุนรูปแบบหนึ่งซึ่งนักลงทุนจะแบ่งเงินที่เตรียมไว้สำหรับการลงทุนออกเป็นส่วนๆ ตามระยะเวลาการซื้อ เพื่อที่จะลงทุนกับหุ้นตัวที่เป็นเป้าหมายของนักลงทุนเพื่อลดผลกระทบจากความเสี่ยงที่จะเกิดจากการซื้อหุ้นครั้งเดียว การลงทุนแบบ DCA หรือการออมหุ้นแบบนี้ นักลงทุนจะสามารถซื้อหุ้นได้เลยโดยไม่ต้องแคร์ว่า ราคา ณ ขณะนั้นเป็นไง ถือเป็นการลดขั้นตอนรายละเอียดของนักลงทุนที่จะต้องมาติดตามราคาหุ้นในตลาด


การออมหุ้น หรือการลงทุนแบบ DCA นั้นเป็นการลงทุนแบบ passive (ลงทุนทิ้งไว้เฉยๆ โดยไม่ต้องไปทำอะไรอีก) กล่าวคือ ผู้ลงทุนลดเวลาที่ตัวเองต้องมาใช้ในการจัดการพอร์ตฯ (Portfolio) ของตัวเอง ซึ่งการลงทุนแบบ DCA นั้นไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นการลงทุนกับหลักทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่โดยทั่วไป การลงทุนแบบ DCA จะใช้กับการลงทุนกับกองทุนรวม กองทุนดัชนี กองทุน ETF ถ้าของประเทศสหรัฐอเมริกา ก็จะเป็นกองทุน แผน 401(k) ซึ่งเป็นกองทุนระยะยาวจนเกษียณอายุที่นายจ้างทำให้ลูกจ้าง หรือกองทุนดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นดัชนีหลักทรัพย์ใหญ่ๆ 500 ตัวในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หรืออย่างในประเทศไทย กองทุนที่นิยมในการลงทุนแบบ DCA หรือการออมหุ้น ก็คือ ดัชนี SET, SET 50, SET 100 ซึ่งก็เป็นหลักทรัพย์ใหญ่ๆ ในไทย 50 และ 100 อันดับแรกเช่นกัน


1.1 ตัวอย่างการลงทุนแบบ DCA

สมมติว่านายประยุทธ์ ต้องการลงทุนในดัชนี SET 100 โดยมีงบประมาณการลงทุนในกระเป๋าอยู่ 10,000 บาท บางเดือน ราคาของดัขนีอาจจะสูง ทำให้นายประยุทธ์สามารถซื้อหลักทรัพย์ได้น้อยจากเงินทุน 10,000 บาท ส่วนเดือนไหนที่ราคาหลักทรัพย์ต่ำ เงิน 10,000 บาท จะทำให้นายประยุทธ์ซื้อหุ้นได้จำนวนมากขึ้น การลงทุนแบบ DCA จึงเป็นการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยเงินก้อนเรามาซื้อหลักทรัพย์เหล่านี้ทุกๆ เดือน โดยไม่สนใจราคาที่ขึ้นลงอยู่ ณ ขณะนั้น กล่าวคือ หากมีเงินทั้งหมด 10,000 บาท นายประยุทธ์ สามารถเฉลี่ยเงินก้อนนั้น ออกเป็นเงินสำหรับการลงทุน DCA เดือนละ 1,000 บาท ได้ทั้งหมด 10 ส่วน หรือ 10 เดือน กลยุทธ์การลงทุนแบบนี้ ช่วยประหยัดเวลา และพลังงานในการต้องมาคอยติดตามราคาหุ้น และทำให้นักลงทุนได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องซึ่งอาจจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการคอยซื้อหลักทรัพย์ตามราคาขึ้นลงของตลาด

1.2 ข้อดีของการลงทุนออมหุ้นแบบ DCA


1.2.1 ลดความเสี่ยง

การลงทุนแบบออมหุ้น หรือ DCA ช่วยลดความเสี่ยงของนักลงทุน และช่วยป้องกันการล่มสลายของตลาด ช่วยเก็บรักษาเงินเพื่อคงสภาพคล่องและความยืดหยุ่นในการดูแลพอร์ตฯของนักลงทุนไว้ การลงทุนแบบออมหุ้นยังช่วยลดข้อเสียจากการลงทุนแบบเหมาจ่าย โดยการซื้อหุ้นตัวนั้นๆ ในตอนที่มันราคาสูงเกินจริง เนื่องจากความต้องการและอารมณ์ของตลาด ณ เวลานั้นๆ ซึ่งทำให้เราซื้อหลักทรัพย์ตัวนั้นๆ ได้ในสัดส่วนที่น้อยลง หรือในปริมาณที่ต่ำกว่าควรจะเป็น และทำให้เมื่อราคาหลักทรัพย์ หรือหุ้นตัวนั้นๆ กลับมาอยู่ในราคาที่แท้จริง พอร์ตฯของเราก็จะมีมูลค่าน้อยลง

นอกจากนี้ การลงทุนแบบออมหุุ้น หรือ DCA ยังช่วยให้นักลงทุนมั่นใจว่าจะเป็นการลงทุนที่มีการสูญเสียขั้นต่ำ ซึ่งอาจให้ผลตอบแทนสูงกลับ การลงทุนแบบ DCA ยังช่วงป้องกันความรู้สึกเสียดายที่จะเกิดจากการลงทุนแบบระยะสั้น และข้อเสียที่เกิดจากราคาหลักทรัพย์ที่ตกอย่างรวดเร็ว การลงทุนแบบออมหุ้น ยังช่วงกระตุ้นการทำกำไรจากการซื้อหลักทรัพย์ในช่วงที่ตลาดกำลังดิ่งลง ซึ่งถือเป็นโอกาสทองในการซื้อ เพื่อรอกลับมาทำกำไรในช่วงที่ตลาดเริ่มฟื้นตัว



1.2.2 ลดต้นทุน

การซื้อหลักทรัพย์ หรือหุ้นตอนที่ราคากำลังตก ทำให้ช่วยรับประกันได้ว่านักลงทุน จะได้ผลตอบแทนที่สูงกลับคืนมากกว่าการซื้อหุ้นในตอนที่ราคายังสูงอยู่


1.2.3 เอาตัวรอดจากภาวะตลาดขาลง

การใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบออมหุ้น หรือ DCA โดยแบ่งเงินเป็นจำนวนน้อยๆ มาลงทุนเป็นระยะในช่วงที่ตลาดกำลังอยู่ในขาลง จะช่วยให้นักลงทุนเอาตัวรอดจากภาวะตลาดขาลงได้ โดยพอร์ตฯ (Portfolio)  ที่ลงทุนแบบออมหุ้นนี้ จะสามารถรักษาสมดุลของพอร์ตฯ ตัวเองไว้ได้และเปิดโอกาสให้เพิ่มมูลค่าพอร์ตฯ ได้ในระยะยาว


1.2.4 สร้างวินัยในการออม

การออมหุ้นแบบ DCA ช่วยสร้างวินัยในการออมให้กับผู้ที่ลงทุน จากกลยุทธ์ที่ต้องมีการนำเงินมาลงทุนอย่างสม่ำเสมอในบัญชี เนื่องจากยอดของพอร์ตฯ จะเพิ่มขึ้นต่อให้มูลค่าหลักทรัพย์เสื่อมลงก็ตาม อย่างไรก็ตาม ภาวะตลาดขาลงที่ยาวนานเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อพอร์ตฯ การลงทุนของเราได้เช่นกัน



1.2.5 ป้องกันการลงทุนผิดเวลา

เรื่องจังหวะเวลาในการลงทุน เป็นเรื่องที่แม้แต่นักลงทุน ที่ต่อให้เป็นมืออาชีพแค่ไหนก็ยังยากที่จะเก่งใน

เรื่องนี้ได้ การลงทุนแบบเป็นก้อนในครั้งเดียวและลงทุนผิดเวลาเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับพอร์ตฯ ของนักลงทุนได้ เพราะเป็นเรื่องยากที่เราจะคาดเดาแนวโน้มทิศทางของตลาด การลงทุนแบบออมหุ้นจึงเป็นการลงทุนที่ช่วยทำให้ต้นทุนการซื้อเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อนักลงทุนเอง


1.2.6 จัดการภาวะการลงทุนด้วยอารมณ์

มีปัจจัยอยู่หลายประการที่เกี่ยวกับการลงทุนด้วยอารมณ์ของนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนเป็นก้อนใหญ่ๆ หรือพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการสูญเสีย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติเลยในทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behavioral Theories) การลงทุนแบบออมหุ้น หรือ DCA จึงช่วยลดการใช้อารมณ์ในการลงทุนออกไป เนื่องจากการออมหุ้นแบบนี้ ทำให้นักลงทุนโฟกัสอยู่กับงานตรงหน้า มากกว่าที่จะต้องคอยมาตามข่าวสาร จากสื่อต่างๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ หรือทิศทางของหลักทรัพย์ หรือหุ้นต่างๆ ในระยะสั้น



ข้อควรรู้ก่อนเปิดบัญชีออมหุ้น


2.1 การออมหุ้นอาจมีค่าธรรมเนียมสูง

การลงทุนแบบออมหุ้นซึ่งจะต้องถัวเฉลี่ยจำนวนเงินในการลงทุนเป็นก้อนเล็กๆ  เพื่อลงทุนเป็นช่วงระยะเวลา อาจทำให้นักลงทุนต้องเจอกับค่าทำธุรกรรมที่สูง ซึ่งอาจจะไปหักล้างกับกำไรที่นักลงทุนจะได้จากการออมหุ้น อย่างไรก็ตาม มันอาจขึ้นอยู่กับประเภทของกลยุทธ์การลงทุนด้วย เช่น กองทุนบางแบบอาจมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่สูง ทำให้ส่งผลต่อมูลค่าของพอร์ต (Portfolio) ในระยะกลาง และระยะยาว


2.2 การจัดลำดับความสำคัญในการจัดการสินทรัพย์

นักวิจารณ์หลายคนมองว่า กลยุทธ์การลงทุนควรโฟกัสไปที่สินทรัพย์ที่ต้องการเพื่อที่จะจัดการความเสี่ยง การลงทุนแบบออมหุ้น หรือ DCA จะทำให้ความไม่แน่นอนในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากต้องใช้เวลานานในการทำพารามิเตอร์จัดความสำคัญของสินทรัพย์  ตามเศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา นักลงทุน ควรมีความยืดหยุ่นในการจัดการพอร์ตฯ ของตัวเองเพื่อป้องกันความสูญเสีย และคว้าประโยชน์จากการโอกาสใหม่ๆ


2.3 อาจได้ผลตอบแทนต่ำ

ทฤษฎีพลวัตความเสี่ยงและผลตอบแทนนั้นง่ายมาก นั่นคือ ยิ่งความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนยิ่งสูง - และหากความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนย่อมต่ำตาม ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนแบบ DCA ซึ่งลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุน จึงเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนต่ำไปด้วย ตามปกติของตลาดนั้น มักจะมีลักษณะเป็นตลาดกระทิง (Bull market) ที่ราคาขึ้นสูง มากกว่าจะเป็นตลาดหมี ทำให้การลงทุนแบบออมหุ้น อาจจะสูญเสียโอกาสในการทำกำไรจากการแข็งค่าของหลักทรัพย์ และโอกาสในการทำไรจากการซื้อแบบเหมาครั้งเดียว


2.4 สภาวะที่เหมาะกับการลงทุนแบบออมหุ้น

การลงทุนแต่ละแบบ ย่อมเหมาะกับแต่ละคน ตามแต่ละช่วงเวลา และสถานการณ์ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่แตกต่างกันไปของแต่ละคน การลงทุนแบบออมหุ้น หรือ DCA ก็เช่นเดียวกัน อาจจะเหมาะกับบางคน และบางสถานการณ์ เราลองมาดูกันว่านักลงทุนเหมาะที่จะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ DCA ตอนไหนบ้าง

เนื่องจากการลงทุนแบบออมหุ้น เป็นการลงทุนที่ควบคุมการตอบสนองโดยใช้อารมณ์เป็นหลัก ทางเลือกในการเลือกกลยุทธ์การลงทุนแบบนี้ จึงเหมาะกับสถานการณ์และคนที่มีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ เช่น การลงทุนที่มีความผันผวนมาก การลงทุนที่มีระยะยาว เช่น การลงทุนสำหรับการเกษียณ เป็นการลงทุนของคนที่ไม่ชอบความเสี่ยง หรือไม่มีเวลามานั่งติดตามราคาหุ้นในตลาดด้วยตัวเอง คนที่ไม่มีเงินทุนจำนวนมากที่จะมาซื้อหุ้นแบบเหมาจ่ายครั้งเดียว

ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่นักลงทุนทุกคนต้องทำ คือ วางแผนเงินที่จะนำมาใช้ในการออมหุ้นให้ชัดเจน ว่าคุณมีความสามารถในการออมเดือนละกี่บาทและควรเผื่อเงินสำรองไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินด้วย นอกจากนั้น อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ชัดจากโบรกเกอร์ของคุณว่าหุ้นที่คุณซื้อได้ (ออมได้) มีตัวไหนบ้าง แต่ละตัวมีรายละเอียดอย่างไร และมีค่าบริการจากโบรกเกอร์อย่างไรบ้าง ทั้งหมดนี้ คือ สิ่งที่นักลงทุนควรทราบเพื่อให้การลงทุนออมหุ้นของคุณ เป็นไปอย่างคุ้มค่ามากที่สุด