ซื้อ-ขายหุ้นแต่ละครั้ง เสียค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง

พนักงานเงินเดือนหลายๆคนคงกำลังเริ่มหันหน้าเข้าสู่วงการตลาดหุ้นตลาดคริปโตกันบ้างแล้ว วันนี้เราจึงมีข้อมูลที่น่าสนใจเพื่อคอยประกอบการตัดสินใจสำหรับบรรดานักลงทุนหน้าใหม่ทุกท่าน เพื่อให้สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆที่เราลงทุนซื้อขายไปในแต่ละครั้งได้อย่างแม่นยำและชำนาญมากขึ้น นั่นก็คือวิธีการคำนวณค่าธรรมเนียม หรือ การเสียค่าธรรมเนียมอย่างชาญฉลาด เพื่อประหยัดต้นทุนที่เราทำการลงทุนไปในแต่ละครั้งนั่นเอง! อ่านมาถึงขนาดนี้แล้วก็อย่ามัวรอช้า! มาเรียนรู้กันต่อเลย

ค่าธรรมเนียมระหว่างหุ้นอเมริกากับหุ้นไทย

แน่นอนว่าการซื้อขายหุ้นในต่างประเทศก็ย่อมมีค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าในประเทศไทยอยู่แล้ว เรามาดูว่าค่าธรรมเนียมระหว่างตลาดหุ้นไทยกับอเมริกาจะเป็นอย่างไรบ้าง

ค่าธรรมเนียมหุ้นอเมริกา

ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านตลาดหลักทรัพย์อเมริกา จะมีค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ที่ 8 เซ็นต์ต่อหุ้น ค่าธรรมเนียมซื้อขายขั้นต่ำ 30 USD/ 1 คำสั่งซื้อ ค่า SEC Fees (สำหรับขาขายเท่านั้น) ที่ 0.00184% ของมูลค่าการซื้อและขาย และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% ของค่าธรรมเนียมทั้งหมด

ค่าธรรมเนียมหุ้นไทย

จะไม่มีค่าธรรมเนียมซื้อขายขั้นต่ำ หากมูลค่าการซื้อขายต่อวันจะเสียค่าธรรมเนียมอยู่ระหว่าง 0.157% - 0.257% บวก VAT 7% ค่าธรรมเนียมจะมีเปอร์เซ็นต์ที่แตกต่างออกไปตามมูลค่าการซื้อขายต่อวัน ไม่เพียงเท่านี้ แต่ยังมีค่าธรรมเนียมย่อยอื่น ๆ ตามมาอีก เดี๋ยวเราจะดูรายละเอียดต่อไป คลิกดูที่มา


ตัวอย่างค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์

หากเป็นหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จะมีอัตราเรียกเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ 0.001 ของมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ของสมาชิก โดยจำนวนสูงสุดไม่เกิน 350 บาทต่อคำสั่งการซื้อขาย แต่หากเป็นการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์แทนสมาชิกแล้วจะมีค่าธรรมเนียม ดังต่อไปนี้คือ

รายการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์แทนสมาชิก

Tier

จำนวนรายการต่อเดือน

อัตรา (บาทต่อรายการ)

1. รายการ Clearing to Custodian ซึ่งประกอบด้วย

1.1 รายการระหว่างสมาชิกสำนักหักบัญชีกับ Settlement Agent

1.2 รายการระหว่าง Settlement Agent ด้วยกัน

1

0 – 5,000

50

2

5,001 – 10,000

45

3

10,001 – 15,000

40

4

>15,001

35

2. รายการภายใน Settlement Agent (Internalized)

2.1 รายการเพื่อการ Settlement สำหรับลูกค้ารายเดียวกัน

ยกเว้นไม่เรียกเก็บ

2.2 รายการเพื่อการ Settlement สำหรับลูกค้าต่างรายกัน

7.50


ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นที่คุณควรรู้ :

อันดับแรกสิ่งที่เราควรจะรู้กันก่อนก็คือ การเสียค่าธรรมเนียมของเราในแต่ละครั้งนั้น แบ่งเป็นยังไงบ้าง ในค่าธรรมเนียมที่เราทำการจ่ายไปนั้น มีค่าใช้จ่ายใดๆรวมอยู่ในนั้นด้วยหรือเปล่า เราก็จะขออธิบายตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.ค่าธรรมเนียมให้โบรกเกอร์ – จะขึ้นอยู่กับว่าเราใช้บริการโบรกเกอร์เจ้าไหน บัญชีประเภทอะไร แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็น 0.15% สำหรับการส่งคำสั่งซื้อขายเอง และ 0.25% สำหรับส่งคำสั่งซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด

2.ค่าธรรมเนียมให้ตลาดหลักทรัพย์ – 0.007%

จะมาจากค่าธรรมเนียมตลาดหลักทรัพย์ (Trading Fee) 0.005%, ค่าธรรมเนียมชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (Clearing Fee) 0.001% และค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล (Regulatory Fee) 0.001% รวมเป็น 0.007%

3.ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) – 7%

อันนี้เราน่าจะคุ้นหูกันดี สำหรับภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ เนื่องจากโบรกเกอร์จะเป็นผู้ให้บริการ แล้วนักลงทุนจึงเป็นผู้ใช้บริการ โบรกเกอร์จึงต้องเรียกเก็บภาษีจากนักลงทุนอย่างเราๆ เพื่อส่งสรรพากรนั่นเอง

เมื่อเราทราบถึงความเป็นมาของการเสียค่าธรรมเนียมของเราแล้วนั้น ต่อมาเรามาลองคำนวณกันดูคร่าวๆว่าเราจะเสียค่าธรรมเนียมต่อครั้งประมาณเท่าไหร่กันนะ

ค่าธรรมเนียม (ค่าคอมมิชชั่น) ให้โบรกเกอร์ 0.15%

ค่าธรรมเนียมให้ตลาดหลักทรัพย์ 0.007%

รวมเป็น 0.157%

และ 3.ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของ 0.157%

คิดเป็น 0.01099%


สรุปแล้ว ซื้อ-ขายหุ้นหนึ่งครั้ง เราจะต้องทำการเสียค่าธรรมเนียมนั่นก็คือ 0.157% มาจากค่าธรรมเนียมโบรคเกอร์และค่าธรรมเนียมของตลาดหลักทรัพย์ (ข้อ1และข้อ2) บวกกับ 0.01099% ที่มาจาก vat 7% (ข้อ 3) ของค่าธรรมเนียมทั้งสองข้อแรกรวมกันหรือก็คือ 7% ของ 0.157% = 0.01099%  เมื่อเราได้ 0.157% + 0.01099%   ทั้งหมดก็จะเป็น 0.16799% นั่นเอง

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเวลาเราส่งคำสั่งซื้อหรือขายหุ้น มันมักจะมีตัวเลขเศษแปลกๆ เข้ามาด้วย

สำหรับนักลงทุนท่านไหนที่ซื้อขายหุ้นบ่อย ก็มักจะใช้บริการโบรกเกอร์ที่มีค่าคอมมิชชั่นต่ำๆ เพื่อที่จะได้เปรียบกว่าโบรกเกอร์ทั่วไป แต่จากที่เราคำนวณกันมา มันก็ไม่ได้มากมายอะไรเลยใช้มั้ยล่ะ ค่าบริการนิดหน่อยไม่ถึง 0.2% ด้วยซ้ำ เพราะงั้น ค่อยๆคำนวณกันอย่างชิวๆสบายใจได้เลยล่ะ

วิธีการซื้อขายหุ้นโดยทั่วไปที่นักลงทุนมักนิยมกันจะมีหลักๆอยู่ 2 ช่องทาง คือ ทางแรกซื้อขายผ่านระบบ marketing และทางที่สองก็คือ ซื้อขายเองผ่านระบบออนไลน์ การใช้บัญชีเงินสดในการทำรายการก็อาจจะมีค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าการชำระเงินผ่าน Online Banking หรือบัตรเครดิต ซึ่งเราที่เป็นผู้ใช้บริการก็ควรจะศึกษาข้อมูลต่างๆของแต่ละโบรคเกอร์หรือแต่ละประเภทบัญชีที่เราใช้บริการให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนด้วยล่ะ แน่นอน ภาษี vat 7% เราก็ต้องจ่ายกันน้า

เล่นหุ้นอย่างไรให้เสียค่าธรรมเนียมน้อยลง

ค่าธรรมเนียมที่เราเสียไปนั้น นับเป็นค่าใช้จ่ายให้กับตลาดหลักทรัพย์ด้วย

ซึ่งก็แน่นอนว่าการลงทุนทั้งหลายในตลาดหลักทรัพย์ ล้วนแล้วต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าจ้างงาน ค่าบำรุงรักษาต่างๆนาๆทั้งนั้น หรือให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ‘ค่าส่วนกลาง’ นั่นเอง เพื่อที่ตลาดหลักทรัพย์จะได้คอยดูแลและคอยปกป้องเหล่านักลงทุนต่างๆทั้งรายใหญ่และรายย่อย ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านั้นก็เล็กน้อยมากๆ ไม่ว่าจะเป็น

ค่าธรรมเนียมตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Trading Fee) เพียง 0.005% ของมูลค่าการซื้อขายต่อวัน

ค่าธรรมเนียมการรำระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์ (TSD Clearing Fee) เพียงแค่ 0.001% ของมูลค่าการซื้อขายต่อวัน

และค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล ก็เพียงแค่ 0.001% ของมูลค่าการซื้อขายต่อวันเช่นกัน

ทั้งหมดรวมกันก็คือ 0.007% เท่านั้นเอง ไม่ได้แพงมากอย่างที่คิดใช่ไหมล่ะ และมันก็นับว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่เราควรต้องเสียอยู่แล้วเพราะเราไปใช้บริการเขาแหละเนอะ

ค่าธรรมเนียมสามารถถูกลงได้กว่าที่เคยสมัคร!

อันนี้นับว่าโดนใจบรรดานักลงทุนหลายๆท่านกันเลยทีเดียว เพียงแค่เราขยันที่จะลงทุนกับโบรคเกอร์นั้นๆเรื่อยๆ อารมณ์เหมือนเป็นลูกค้าประจำนั่นแหละ สักหน่อยก็จะมีโปรโมชั่นพิเศษต่างๆนาๆออกมาเอาใจนักลงทุนทั้งหลายแน่นอน แต่ของแบบนี้ก็ขึ้นอยู่กับจังหวะ ช่วงเวลา ของแต่ละผู้ให้บริการด้วยล่ะ และที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ!! ทุนไม่หนา ก็ขอลดได้ไม่เยอะนะจ๊ะ ก็ตามนั้นนั่นแหละ เพราะถ้าเราจะขอต่อรองกับใคร เราก็ควรที่จะมีอะไรไว้คอยแลกเปลี่ยนด้วยใช่ไหมล่ะ ปกติค่าธรรมเนียมขั้นต่ำจะอยู่ที่ราวๆ 50 บาท สำหรับผู้ลงทุนรายย่อยที่ลงทุนไม่เยอะ ไม่เกิน 25,000 บาทต่อวัน ซึ่งบางคนก็คงจะลงทุนแค่หลักพัน หรือหลักหมื่นต้นๆ เพราะฉะนั้นเลยขอแนะนำให้หาโบรคที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำดีกว่า เพราะอย่างน้อยเราก็จะได้เสียแค่ค่าธรรมเนียมที่เราใช้บริการ ไม่ต้องมาเสียค่าธรรมเนียมขั้นต่ำอีก

เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ โบรกไหนค่าคอมถูกสุด 2564

โบรคเกอร์

Online Trading

ซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่

Fees

Cash Balance

Cash Account

Credit Balance

Kasikorn

ค่าธรรมเนียม

0.16%

0.21%

0.16%

0.26%

Securities

ขั้นต่ำต่อวัน

50 บาท

50 บาท

50 บาท

50 บาท

Bualuang

ค่าธรรมเนียม

0.16%

0.21%

0.16%

0.26%

Securities

ขั้นต่ำต่อวัน

0 บาท

0-100 บาท

ไม่ระบุ

100 บาท

SBI

ค่าธรรมเนียม

0.08%

0.11%

0.08%

0.26%

Securities

ขั้นต่ำต่อวัน

0 บาท

50 บาท

0 บาท

50 บาท

Phillip

ค่าธรรมเนียม

0.16%

0.21%

0.16%

0.26%

Securities

ขั้นต่ำต่อวัน

0 บาท

0 บาท

0 บาท

0 บาท

z.com

ค่าธรรมเนียม

ไม่ระบุ

0.07%

0.07%

0.31%

Securities

ขั้นต่ำต่อวัน

ไม่ระบุ

0 บาท

0 บาท

0 บาท

SCBS

ค่าธรรมเนียม

0.157%

0.207%

0.157%

0.257%

Securities

ขั้นต่ำต่อวัน

50 บาท

50 บาท

ไม่ระบุ

50 บาท


สรุปแล้วค่าธรรมเนียมที่เราต้องเสียไปนั้น เมื่อดูเป็นเปอร์เซ็นมันก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่ยังไงพวกเราก็คงอยากจะได้อะไรที่มันถูกที่สุด คุ้มค่าที่สุดกันอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้นแล้วข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการเสียค่าธรรมเนียมเหล่านี้ นับว่าเป็นข้อมูลที่บรรดานักลงทุนทุกท่านควรต้องทราบกันอยู่แล้ว เพื่อประกอบการตัดดสินใจในการลงทุนต่างๆ อย่างเราๆที่มีเงินลงทุนกันหลักพัน หลักหมื่นต้นๆ ก็คงจะไม่เห็นความแตกต่างอะไรมากมายใช่ไหมล่ะ แต่ถ้าหากเราเริ่มลงทุนในหลักแสน หลักล้านขึ้นไป แน่นอนว่าพวกค่าธรรมเนียมเปอร์เซ็นน้อยๆเหล่านี้ มีโอกาสกลายเป็นเงินหลักแสนหลักล้านเลยก็ได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราถึงควรรับรู้ถึงข้อมูลเล่านี้ เพื่อเซฟเงินในกระเป๋าของเราสำหรับการลงทุนให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้นั่นเอง