แนวโน้มค่าเงิน USD (USD:THB) ในปี 2021: ค่าเงิน USD จะอ่อนค่าหรือแข็งค่าขึ้นในอนาคต

มือใหม่เล่นหุ้นอย่างเรา แน่นอนว่าต้องติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของค่าเงินอย่าง USD เนื่องจากปี 2020 หลายประเทศทั่วโลกเกิดปัญหาเศรษฐกิจและเพิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา จึงส่งผลให้ค่าเงินสหรัฐอ่อนค่าไปอีกสักระยะ และคาดว่าค่าเงินดอลล่าร์จะยังคงลงลดจนถึงร้อยละ 10 เมื่อเทียบ  กับสกุลเงินหลักอื่น ๆ


ธนาคารส่วนใหญ่คิดว่า สิ่งที่ทำให้ค่าเงิน USD อ่อนค่าลงนั้นคือ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ไบเดนใช้งบประมาณไปถึง 1.9 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 57 ล้านล้านบาท โดยเน้นทุ่มกับระบบสาธารณะและมอบเงินช่วยเหลือให้กับชาวอเมริกันทุกคน ทั้งผู้ที่ว่างงาน แรงงาน รวมถึงคนทำงานฟรีแลนซ์และสนับสนุนด้านการศึกษา

แต่นักลงทุนหลายคยยังคงเชื่อมั่นในประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอย่างไบเดน เพราะมองเห็นว่าเขาจะสามารถจัดการกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีชั้นเชิง และจะดำเนินการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างปลอดภัย

ปัจจัยที่กระทบต่อแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน USD

ในส่วนของการเล่นหุ้น มือใหม่เล่นหุ้น อย่างเราจะมาดูสิ่งที่กระทบแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินที่ใหญ่สกุลหนึ่งของโลกอย่าง USD ดังนี้


1. หนี้สินในต่างประเทศของสหรัฐยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

2. ธนาคารกลางของสหรัฐยังไม่มีมาตรการที่จะเพิ่มดอกเบี้ยและไม่มีนโยบายที่จะทำให้อัตราตอบแทนของการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสูงขึ้น

3. การเติบโตทางธุรกิจของสหรัฐไม่สูง และมีช่องว่างที่ไม่ห่างกับยุโรปมากนัก

4. บัญชีเดินสะพัดของสหรัฐอเมริกายังขาดดุล

5. มีการใช้เงินยูโรเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากกว่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ เพราะเกิดความกลัวในการบริหารของรัฐบาลใหม่ของสหรัฐ โจ ไบเดน

ตั้งแต่ปี 2020 สหรัฐอเมริกาได้เผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อสูงขึ้น ในรอบ 13 ปี และยอดขายสินค้าปลีกหยุดชะงัก และธนาคารกลางของสหรัฐเองก็ยังไม่มีแนวโน้มว่ามีการปรับอัตราผลตอบแทนทำให้เกิดการลงทุนที่น้อยลง และแน่นอนว่าแนวโน้มค่าเงิน USD ยังคงอ่อนค่าลงต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ธนาคารคาดการณ์แนวโน้มค่าเงิน USD ตามคู่เงิน :

การคาดการณ์แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2021 เป็นทิศทางของค่าเงินดอลล่าร์ในรัฐบาลไบเดน ซึ่งเพิ่งได้รับตำแหน่งไม่นาน ซึ่งเรื่องของการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนนั้นเป็นสิ่งที่ผันผวนสูงไปตามเรื่องราวของการเมือง เศรษฐกิจมหภาคและภูมิภาค ราคาที่จ่ายสำหรับหุ้นมักจะแสดงถึงรายได้ในอนาคต

นอกจากนี้ยังต้องติดตามในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยในการลงทุน ค่าเงินเฟ้อ อัตราการว่างงาน การค้าภายในและระหว่างประเทศ และการหมุนเวียนของเงินลงทุนกับอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ต่อไปจะเป็นตารางการคาดการณ์แนวโน้มของคู่เงิน EUR/USD, GBP/USD และ THB/USD


EUR/USD

สกุลเงินยูโร เมื่อเทียบกับ USD ในปี 2021 นี้ยังคงร่วงลง หลังจากที่สกุลเงิน USD เริ่มแข็งค่าขึ้น ค่าเงินที่อ่อนค่านั้น ส่งผลเสียต่อ 19 ประเทศในแถบยุโรป และยิ่งค่าเงินอ่อนลงก็เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับใครที่อยากไปเที่ยวยุโรป แต่ก็ไม่ใช่ช่วงนี้ เพราะหลายประเทศยังไม่ได้เปิดสถานที่ท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์

เดือน ในปี 2021

ค่าเงิน USD ต่อ 1 Euro

มิถุนายน 2021

1.208

กรกฎาคม 2021

1.189

สิงหาคม 2021

1.192

กันยายน 2021

1.173

ตุลาคม 2021

1.154

พฤศจิกายน 2021

1.149

ธันวาคม 2021

1.136

แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนมักจะเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของการเมืองมากกว่าตลาดหุ้น เนื่องจากการเมืองจะสะท้อนให้เห็นถึงเศรษฐกิจของประเทศ ค่าเงินยูโรถูกใช้มากขึ้นเนื่องจากการเลือกตั้งของสหรัฐทำให้หลายประเทศเกิดความกลัวเพราะด้วยการควบคุมเศรษฐกิจและการเพิ่มภาษีอาจจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว อีกทั้งธนาคารกลางสหรัฐยังเข้ามาแทรกแซงและไม่ยอมเพิ่มผลตอบแทนในตลาดพันธบัตร ทำให้มีการใช้ค่าเงิน USD ในการลงทุนน้อยลง และเริ่มหันมาลงทุนด้วยค่าเงิน EUR มากขึ้น

GBP/USD

ธนาคารคาดว่าเงินปอนด์กำลังอ่อนค่าลง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงของประเทศอังกฤษและสหราชอาณาจักรกำลังหาทางออกจาก Brexit หรือพยายามจะถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป ตารางคาดการณ์ค่าเงิน ดังนี้

เดือน ในปี 2021

ค่าเงิน USD ต่อ 1 ปอนด์ (GBP)

มิถุนายน 2021

1.386

กรกฎาคม 2021

1.375

สิงหาคม 2021

1.363

กันยายน 2021

1.342

ตุลาคม 2021

1.284

พฤศจิกายน 2021

1.261

ธันวาคม 2021

1.282

ในปี 2021 นี้ ประเทศอังกฤษจะเผชิญเศรษฐกิจตกต่ำมากที่สุดในรอบ 300 ปี เนื่องจากปัญหาด้านสาธารณสุขและปัญหาหนี้สินที่พุ่งขึ้นเท่าตัว มีจำนวนผู้ว่างงานกว่า 7.5 เปอร์เซ็นต์ ธนาคารกลางยุโรปกำลังพยายามทุกวิถีทาง เพื่อผลักดันนโยบายการคลังเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจยุโรปให้เติบโตขึ้น แม้จะยังลุ้นเรื่องของการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปอยู่ก็ตาม

THB/USD

คู่เงิน THB/USD ไม่เหมาะสำหรับที่จะลงทุนระยะยาว ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเรื่อย ๆ เป็น 31.3 บาทต่อ 1 usd เนื่องจากสหรัฐมีตัวเลขการค้าปลีกที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ คาดว่าเศรษฐกิจของไทยจะอ่อนแอลงเนื่องจากธุรกิจการท่องเที่ยวทรุดตัว ไม่มีมาตรการพักชำระหนี้ และการเมืองในไทยส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน

เดือน ในปี 2021

ค่าเงิน USD ต่อ 1 บาท

มิถุนายน 2021

0.0318967

กรกฎาคม 2021

0.0319544

สิงหาคม 2021

0.0320005

กันยายน 2021

0.0321309

ตุลาคม 2021

0.0322635

พฤศจิกายน 2021

0.0322503

ธันวาคม 2021

0.0322181

ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วถึง 2.5 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ต้นปี 2021

มือใหม่เล่นหุ้น คงจะสังเกตเห็นค่าเงินดอลล่าร์และสามารถคาดการณ์แนวโน้มได้ จะเห็นว่าในปี 2021 ค่าเงิน USD มีความผันผวนสูงมาก ธนาคารส่วนใหญ่มองว่าด้วยปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐที่ตกต่ำลงจึงคาดการณ์ว่า USD จะเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากกว่าสกุลเงินอื่นๆ แต่ก็ยังคงมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสกุลเงิน USD ธนาคารอาจจะต้องติดตามดูต่อไป


ตามปกติแล้วสกุลเงินที่ปลอดภัยที่สุดคือ USD, CHF และ JPY มักจะขยับตัวสูงขึ้น ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนอย่าง AUD, NZD, CAD และ ZAR มักจากอ่อนค่าลง แต่ตอนนี้คาดว่า USD จะอ่อนค่าลงมากกว่าสกุลเงินอื่นเรื่อย ๆ หากไม่ทำอะไร

ในปี 2021 สหรัฐอเมริกายังจะอ่อนค่าต่อไปอีกหรือไม่

หากเราดูจากข้อมูลที่ธนาคารส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ก็อาจจะคิดได้ว่า  สกุลเงิน USD ยังจะอ่อนค่าต่อไป อย่างไรก็ตาม อเมริกา ยังมีแผนการที่จะฟื้นตัวทางธุรกิจได้และประคองค่าเงินให้แข็งค่าขึ้นใหม่ได้ด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้

1. อเมริกาจัดการระบบสาธารณะสุขและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน จะส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวทางธุรกิจและฟื้นธุรกิจในประเทศให้กลับมาเป็นปกติได้

2. หากสถานการณ์ทางการเมืองสหรัฐเป็นไปอย่างราบรื่นและลบนโยบายที่เกิดความเสี่ยงออกได้

3. หากเศรษฐกิจในประเทศอื่น ๆ เติบโตช้า และเกิดช่องว่างให้สหรัฐสามารถเข้าไปลงทุนที่นั่นได้ จะเป็นโอกาสในการสร้างกำไรของสหรัฐได้

4. ถ้าสหรัฐสามารถผลิตสินค้าที่ประเทศจีนต้องการและทำการค้ากับประเทศจีนมากขึ้น

อย่างไรก็ตามที่รายงานว่า ทางสหรัฐได้เริ่มฟื้นตัวเศรษฐกิจได้ดีเมื่อช่วงเดือน มีนาคม 2021 กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐได้เผยว่า ยอดค้าปลีกภายในประเทศพุ่งสูงขึ้นเป็น 9.5% สืบเนื่องมาจากนโยบายจัดสรรงบประมาณให้แก่ชาวอเมริกันโดยตรง โดยมอบให้คนละ 1,400 บาท

กระทรวงแรงงานยังได้รายงานว่า จำนวนของผู้ว่างงานลดลงถึง 576,000 ราย อีกทั้งยังมีสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติของสหรัฐบอกว่า ดัชนีความเชื่อมั่นในผู้สร้างบ้านเพิ่มขึ้นมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งธนาคารกลางสหรัฐหรือ เฟด ยังรายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐโดยรวมแล้วเพิ่มขึ้น 1.4% และสำนักงานศุลกากรจีนมียอดการส่งออกไปสหรัฐพุ่งขึ้น 53.3%

จะเห็นได้ว่าแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน usd มีโอกาสที่จะแข็งค่าขึ้น เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่รวดเร็วและผลักดันสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้ความเชื่อมั่นต่อค่าเงิน USD ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นอยู่ ด้วยมาตรการของไบเดน ทำให้ GDP ของสหรัฐเติบโตขึ้นจาก 3.2% เป็น 6.5% ในปี 2021 นี้

สรุปได้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อแนวโน้มค่าเงินหรือแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน USD ให้กลับมาแข็งค่าขึ้นได้นั้น ก็คือ สภาพเศรษฐกิจในประเทศของสหรัฐ ความสงบทางการเมืองการปกครองของสหรัฐ และการนำเข้า ส่งออกสินค้าของสหรัฐ นั่นเอง แต่สำหรับในเรื่องของการลงทุนห นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์หรือตลาดหุ้นยังคงกังวลในเรื่องของภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐและยังคงต้องรอติดตามการแก้ไขปัญหานี้กันต่อไป ว่าจะมีทิศทางเป็นอย่างไรในปี 2021 นี้