15 อันดับเงินสกุลดิจิตอลที่ควรลงทุนประจำปี 2021

1. 15 อันดับเงินสกุลดิจิตอลที่ควรลงทุนประจำปี 2021 สำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุน

การลงทุนในเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นสิ่งที่นักลงทุนพูดถึงมากที่สุดเลยก็ว่าได้ จากมูลค่าเพิ่มขึ้นของสกุลเงินดิจิตอลดั้งเดิมอย่างบิทคอยน์(BTC) และ อีเธอร์(ETH) ทำให้นักลงทุนหลายคนได้รับผลตอบแทนมหาศาลและคุ้มค่ากับที่ลงทุนไป บทความนี้นำเสนอ 15 อันดับเงินสกุลดิจิตอลที่ควรลงทุนประจำปี 2021 นอกเหนือจากสกุลเงินดิจิตอลดั้งเดิม ดังต่อไปนี้


1. Tether(USDT)

Tether เป็นสกุลเงินดิจิตอลประเภทแรกที่จัดว่าเป็นสกุลเงินฯมูลค่าคงที่(stablecoin) โดยมูลค่าของ Tether จะผูกกับเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ และการหมุนเวียนในระบบของ Tether สะท้อนถึงจำนวนเงินดอลล่าร์สหรัฐฯในคลัง ทำให้มูลค่าของ Tether ใกล้เคียง $1

ทำไมถึงควรลงทุนใน USDT?

เพราะ Tether มีมูลค่าผันตามสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ทำให้มูลค่าไม่ผันผวนตกและสูงมากเกินความเป็นจริงเหมือนสกุลเงินดิจิตอลอื่น ๆ

2. Cardano(ADA)

ADA เป็นเงินสกุลดิจิตอลบนแพลตฟอร์ม Cardano ในการทำธุรกรรมการเงินได้เหมือนสถาบันการเงินต่าง ๆ ระบบจะรองรับ Smart Contract แบบอัตโนมัติได้ในอนาคต มีระบบการขุดแบบ Proof-of-Stake และระบบรักษาความปลอดภัย Ouroboros

ทำไมถึงควรลงทุนใน ADA?

เพราะว่า ADA เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยและใช้พลังงานในการขุดน้อยกว่า BTC ปัจจุบันได้มีมหาลัยวิทยาลัย Illinois และภาคเอกชนร่วมลงทุนกับ Cardano

3. Dogecoin(DOGE)

Dogecoin เป็นสกุลเงินใช้บนระบบ Peer-to-peer ระหว่างผู้ใช้งานสองฝ่าย ส่วนมากใช้เพื่อให้ทิปส์กับนักสร้างสรรค์ผลงานบนแพลตฟอร์มโชเชี่ยลต่าง ๆ  Dogecoin ถูกสร้างในปี 2013 ปัจจุบันเป็นนิยมมากเพราะราคาไม่แพงมากเกินไป

ทำไมถึงควรลงทุนใน DOGE?

ตั้งแต่ปี 2020 Dogecoin จากมูลค่าต่ำสุด $0.001 ถึงมูลค่าสูงสุด $0.74 มูลค่า Dogecoin เพิ่มสูงขึ้นถึง +13,221% อีกทั้งการขุด Dogecoin เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยังมีโอกาสเติบโตได้อีกในอนาคต

4. Ripple(XRP)

Ripple เป็นสกุลเงินในระบบบริการทางการเงินแบบไร้ตัวกลาง(DeFi) ของระบบการจ่ายเงิน RippleNet ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2012

ปัจจุบันธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ ก็ได้ใช้ระบบธุรกรรมการเงินผ่าน RippleNet โดยใช้เวลาการโอนผ่าน XRP 15,000 รายการภายในหนึ่งวินาที รวดเร็วกว่า BTC

ทำไมถึงควรลงทุนใน XRP?

เพราะสถาบันการเงินทั่วโลกต่าง เช่น Mitsubishi UFJ Financial, Banco Bilbao Vizcaya Argentaria และ ธนาคารไทยพาณิชย์(SCB)เองก็ได้ให้ความไว้วางใจ และร่วมลงทุนกับ Ripple ในการทำธุรกรรมโอนเงินไปยังต่างประเทศโดยใช้เวลาไม่กี่วินาทีและไม่ผ่านตัวกลาง ทำให้ในอนาคตสกุลเงิน XRP อาจมีราคาสูงขึ้น หากสถาบันชั้นนำต่าง ๆ หันมาใช้ระบบ RippleNet

5. USD Coin(USDC)

USDC เป็นสกุลเงินฯมูลค่าคงที่เช่นเดียวกับ USDT โดยจะผูกมูลค่าไว้กับดอลล่าร์สหรัฐฯ ดังนั้น 1 USDC เท่ากับ $1(เงิน Fiat) อย่างไรก็ตาม USDC ถือเป็นเหรียญ ERC-20 ที่อยู่บนแพลตฟอร์มอีเธอร์เลียม(Ethereum) ทำให้การทำธุรกรรมมีประสิทธิภาพสูงและรวดเร็ว เมื่อเทียบกับการทำธุรกรรมผ่านธนาคาร

ทำไมถึงควรลงทุนใน USDC?

เพราะ USDC มีมูลค่าผันตามสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ทำให้มูลค่าไม่ผันผวนตกและสูงมากเกินความเป็นจริง(มูลค่าต่ำสุด $0.8605 และมูลค่าสูงสุด $1) เช่นเดียวกับ USDT

6. Polkadot(DOT)

ระบบ Polkadot สร้างขึ้นโดยเทคโนโลยีบล็อกเชน 2 ประเภท คือ Relay Chain และ User-generated Chains พื้นฐานความคิดของผู้สร้าง คือ บล็อกเชนในระบบต่าง ๆ มีทั้งข้อดีข้อเสีย ดังนั้นเทคโนโลยีสองประเภทของ Polkadot เน้นการเชื่อมต่อกับระบบบล็อกเชนอื่น ๆ และเน้นมาเพื่อแก้ปัญญาสภาวะ Hard Fork(ความคิดเห็นของผู้พัฒนาที่ไม่ตรงกัน ทำให้ต้องแตกผลิตภัณฑ์แยกออกมา เช่น Bitcoin และ Bitcoin Cash)

ทำไมถึงควรลงทุนใน DOT?

DOT ได้ถูกสร้างขึ้นมาในปี 2020 มีราคาต่ำสุดอยู่ที่ $2.73 และราคาสูงสุดอยู่ที่ $49.75 แม้ว่าจะเปิดตัวมาได้ไม่นานแต่ก็มีมูลค่าเงินค่อนข้างสูง ทำให้ควรค่าแก่การลงทุนและถือเก็บไว้ได้ระยะยาว อีกทั้งบนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิตอล เช่น Kraken ยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนทำกำไรในการทำ Stake โดยให้ผลตอบแทน DOT จำนวน 12% ต่อปี

7. Uniswap(UNI)

ระบบ Uniswap ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ให้บริการการแลกเปลี่ยน โดยนำเหรียญ ERC-20 มาให้ยืมบนระบบฯ นักเทรดทั้งจึงสามารถปล่อยกู้ และยืมเหรียญต่าง ๆ เพื่อทำกำไรและแลกเปลี่ยนต่อไปได้ และมี UNI เป็นเหรียญใน Uniswap

ทำไมถึงควรลงทุนใน UNI?

เพราะ UNI เป็นเงินสกุลไร้ตัวกลางอย่างแท้จริง และใช้งานร่วมกับระบบอีเธอร์เลียมได้ด้วย อีกทั้งระบบ Uniswap ยังมีการอัพเกรดตลอดเวลา(ปัจจุบัน V.3)เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสภาพคล่องของแพลตฟอร์มในการแลกเหรียญ, เพิ่มเหรียญเพื่อรับเปอเซ็นต์ในการเทรด และปล่อยกู้เหรียญใน Liquidity Pool การลงทุนใน UNI ระยะยาวก็น่าสนใจทีเดียว


8. Bitcoin Cash(BCH)

BCH เป็น Hard fork ที่แตกตัวออกมาจากเหรียญดั้งเดิม BTC เนื่องด้วยนักพัฒนาต่างมีความเห็นไม่ลงรอยกัน โดยที่ใน BCH จะไม่มีเทคโนโลยี SegWit2x ซึ่งจะเน้นสร้างออกมาให้ใช้งานได้จริงเหมือนระบบเงินสด ต่างกับ BTC ที่สร้างมาไว้ให้เก็บระยะยาว ปัจจุบันมีจำนวนจำกัดไว้ที่ 21 ล้านเหรียญ BCH และจะไม่มีสร้างเพิ่ม

ทำไมถึงควรลงทุนใน BCH?

ราคาของ BCH ต่ำกว่า BTC หลายเท่า อีกทั้งยังออกแบบมาเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนที่รวดเร็วกว่า BTC เพราะขนาดของบล็อกในแต่ละเชนของ BCH มีขนาดใหญ่ถึง 32 MB แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ได้รับความนิยมเท่าเหรียญต้นตำหรับอย่าง BTC แต่ในอนาคตก็เป็นที่น่าจับตามองว่าราคาจะทะยานขึ้นสูงหรือไม่

9. Chainlink(LINK)

LINK เป็นสกุลเงินที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นสื่อกลางสำหรับการทำธุรกรรมล่วงหน้าไม่ผ่านธนาคาร(Smart Contract) โดยใช้เลขรหัสกุญแจดิจิตอลในการทำธุรกรรมในโลกปัจจุบันผ่านระบบ Chainlink ซึ่งระบบฯจะตรวจสอบสัญญาปลอมหรือแท้(Tamper proof) ทั้งนี้ LINK ยังเป็นส่วนหนึ่งของเหรียญ ERC-20 อีกด้วย

ทำไมถึงควรลงทุนใน LINK?

หาก Smart Contract สามารถใช้ได้จริงในการทำธุรกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืมเงินซื้อของใช้ต่าง ๆ ได้อย่างแพร่หลาย สกุลเงิน LINK ถือได้ว่าจะมีอนาคตที่สดใสเลยทีเดียว เพราะ Smart Contract สามารถทำได้โดยตรงระหว่างผู้ใช้งาน ไม่ผ่านตัวกลาง และสามารถใส่รหัสดิจิตอลในการแลกเปลี่ยนได้

10. Litecoin(LTC)

LTC ถูกสร้างขึ้นโดยใช้ฐานเดียวกันกับ Bitcoin ต่อมาก็ได้ถูกพัฒนาจนสามารถทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วแค่ภายใน 2.5 นาที ซึ่งต่างกับ BTC ที่ใช้ถึง 10 นาที ปัจจุบัน LTC มีจำนวนเหรียญในตลาดถึง 84 ล้านเหรียญ และใช้อัลกอริทึ่ม Scrypt ในการขุดเหรียญ ซึ่งเป็นมิตรต่อผู้เริ่มขุดที่ไม่ต้องปรับแต่งฮาร์ดแวร์ให้ซับซ้อนเพื่อขุดเหรียญดิจิตอล

ทำไมถึงควรลงทุนใน LTC?

LTC มีจำนวนเหรียญจำกัดเช่นเดียวกับ BTC แต่มีจำนวนมากกว่าถึง 4 เท่าในตลาด มีพื้นฐานการสร้างเหรียญเดียวกัน แต่ใช้งานได้ง่ายและรวดเร็วกว่า ปัจจุบัน LTC มีมูลค่าสูงในตลาด $175 และมีโอกาสเติบโตขึ้นได้อีก(มูลค่าต่ำสุดในตลาดคือ $1.25 และมูลค่าสูงสุดคือ $413.47)

11. Polygon(MATIC)

ระบบ Polygon ใช้เทคโนโลยีประเภท Layer 2 Scaling ในระบบอีเธอร์เลียม เพื่อลดการแออัดในการทำธุรกรรม, เพิ่มความเร็ว และลดต้นทุน มีระบบการขุดแบบ Proof-of-Stake(PoS) ที่เปิดโอกาสให้คนที่ไม่ได้มีต้นทุนมาก สามารถได้รับค่าตอบแทนได้เช่นกัน โดยมีสกุลเงิน MATIC เป็นเหรียญในระบบ Polygon

ทำไมถึงควรลงทุนใน MATIC?

MATIC เพิ่งถูกสร้างในปี 2021 เพื่อที่จะลดต้นทุนในการขุดเหรียญดิจิตอล เช่น ค่าไฟและค่าแก๊ซ อีกทั้งยังมีระบบรักษาความปลอดภัย Layer 2 อีกด้วย ทำให้ MATIC เป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก

12. Lumen(XLM)

XLM เป็นเหรียญในระบบเครือข่าย Stellar โดยออกแบบมาให้มีค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมให้น้อยที่สุด แค่ 0.00001 XLM เท่านั้น และยังเป็นสกุลกลางที่ใช้แลกเปลี่ยนค่าเงินอย่างรวดเร็ว จำนวนเหรียญ XLM มีอย่างจำกัดในระบบฯ เนื่องจาก Stellar ได้ทำลายไปแล้วกว่าครึ่งและยังไม่มีกำหนดการในการเพิ่มจำนวนใหม่เร็ว ๆ นี้

ทำไมถึงควรลงทุนใน XLM?

เมื่อจำนวนเหรียญ XLM ในตลาดฯ มีอย่างจำกัด นั้นหมายความว่าการซื้อขาย XLM จะทำให้ราคาสูงขึ้นในอนาคต ดังนั้น XLM จึงมีโอกาสที่จะมีมูลค่าสูง นักลงทุนควรซื้อเก็บไว้เพื่อดูผลระยะยาว

13. Ethereum Classic(ETH)

อีเธอร์เลียม คลาสสิค ถูกสร้างขึ้นมาบนฐานเดียวกับอีเธอร์ และภายหลังอีเธอร์ได้แยกตัวออกมา สาเหตุคือ ณ ปี 2016 มีการแก้ไขโค้ดเพื่อส่งคืนเหรียญที่ถูกขโมยกลับคืนสู่เจ้าของจำนวน 3.6 ล้าน ETC อย่างไรก็ตามมีทั้งนักพัฒนาที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ผู้ที่ไม่เห็นด้วยก็ยังคงใช้อีเธอร์เลียม คลาสสิค

ทำไมถึงควรลงทุนใน อีเธอร์เลียม คลาสสิค?

ราคาที่ถูกกว่าอีเธอร์รุ่นใหม่ สำหรับนักลงทุนมีต้นทุนน้อย แต่อยากลงทุนในเหรียญที่มีพื้นฐานการทำงานคล้ายอีเธอร์ อีเธอร์เลียม คลาสสิคก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่มีราคาจับต้องได้ และไม่มีมูลค่าสูงเกิน

14. Filecoin(FIL)

FIL เป็นสกุลเงินฯไว้ใช้จ่ายเงินผ่านระบบดิจิตอลสำหรับการเก็บรักษา และเรียกใช้ข้อมูลดิจิตอล เพื่อให้นักขุดเหรียญรับหน้าที่เป็นโฮสเก็บข้อมูลบนตลาดเก็บข้อมูล โดยจะได้ FIL เป็นค่าตอบแทนแลกกับการให้บริการของนักขุด

ทำไมถึงควรลงทุนใน FIL?

นักพัฒนา Filcoin ได้ตั้งใจทำระบบนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะลดต้นทุนของการเช่าพื้นที่เก็บข้อมูลดิจิตอล โดยเฉพาะแนวคิดแบบเศรษฐกิจแบ่งปัน(Sharing economy) สร้างรายได้ให้ผู้ที่มีฮาร์ดแวร์เหลือใช้ และผู้ต้องการเช่าพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันธุรกิจแนวนี้ได้รับความนิยมมาก

15. EOS(EOS)

EOS เป็นสกุลเงินที่สร้างขึ้นมาในระบบ EOS.IO ซึ่งระบบฯจะเลียนแบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะรองรับ Smart Contract บน dApps(Decentralized Applications ที่มีประสิทธิภาพในการประมวลผลเทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่อง) ที่ปราศจากค่าธรรมเนียมและสามารถทำล้านธุรกรรมภายต่อวินาที

ทำไมถึงควรลงทุนใน EOS?

ข้อดีของการทำธุรกรรมผ่านระบบ EOS.IO คือฟรีค่าธรรมเนียมและปราศจากตัวกลาง การขุดเหรียญ EOS จะได้ผลตอบแทนจากการที่เครือข่ายเติบโตขึ้น ดังนั้นจึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

2. นักลงทุนสามารถซื้อสกุลเงินดิจิตอลในประเทศไทยได้อย่างไร?

ปัจจุบันเทคโนโลยีบล็อกเชน(Blockchain)ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลาย โดยมีเงินสกุลดิจิตอลต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนและทำธุรกรรมแบบออนไลน์มากถึง 600 สกุลดิจิตอล นักลงทุนสามารถเทรดเงินสกุลดิจิตอลผ่านโบรกเกอร์มืออาชีพ ซึ่งอาจจะเทรดร่วมกับบัญชีหุ้นที่ได้เปิดไว้แล้ว, เทรดเงินสกุลดิจิตอลประเภทสัญญาซื้อขายส่วนต่าง CFD หรือ ผ่านแอปพลิเคชั่นแลกเปลี่ยนชั้นนำของต่างประเทศ เช่น Binance, Kraken, Bittrex, BitMex, Bitfinex, และ Huabi Global โดยที่การซื้อขายจะเป็น Fiat สกุลเงินหลักต่างประเทศ ยกเว้น Binance ที่รองรับสกุลเงินบาทด้วย

ที่สำคัญในประเทศไทย ยังมีกระดานเทรดของไทย สร้างโดยนักพัฒนาคนไทย ที่ได้รับอนุญาตจากสนง. ก.ล.ต และกระทรวงการคลังเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ Bitkub ที่ให้บริการซื้อขายเหรียญดิจิตอลถึง 31 สกุล และ Satang Pro ที่ให้บริการซื้อขายเหรียญดิจิตอล 36 สกุล ทั้งสองแพลตฟอร์มสามารถซื้อขายเป็นเงินหลักไทยบาท(THB)ได้ทันที

โดยทั้งนี้นักลงทุนควรทำความเข้าใจด้วยว่า เมื่อซื้อเหรียญสกุลดิจิตอลผ่านแอปพลิเคชั่นหรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ แล้ว นักลงทุนยังมีหน้าที่ในรักษาความปลอดภัยเงินสกุลดิจิตอลที่ซื้อมาด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นกุญแจออฟไลน์(Cold storage) หรือกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์(Hardware wallet)