กองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนสูง:ซื้อกองทุนอะไรดี 2564?

กองทุนรวมเป็นอีกสินทรัพย์หนึ่งที่นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ อีกทั้งยังเป็นกระจายความเสี่ยงในพอร์ตหุ้น เพราะการลงทุนในกองทุนรวมนั้นมีความเสี่ยงให้เลือกตั้งแต่ต่ำ-สูง ขึ้นอยู่กับความสนใจและความสามารถของนักลงทุน บทความนี้นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับกองทุนรวมว่ากองทุนรวมคืออะไร, กองทุนรวมอันไหนดี และอันดับกองทุนรวมต่าง ๆ ที่จะให้ผลตอบแทนสูงแก่ผู้ลงทุน


1. กองทุนรวมเพื่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยคืออะไร?

กองทุนรวม(Mutual Fund) คือ การรวบรวมเงินของนักลงทุน เพื่อนำไปลงทุนในขอบเขตหรือจุดประสงค์ของกองทุนนั้น ๆ โดยผ่านผู้จัดการกองทุน ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะช่วยจัดสรร, กระจายความเสี่ยงในการลงทุน และบริหารจัดการเงินกองทุนด้วย กองทุนรวมจะกระจายความเสี่ยงโดยการลงทุนในตราสารหนี้, หุ้นในประเทศ, หุ้นนอกประเทศ และสินทรัพย์อื่น ๆ เมื่อกองทุนได้รับผลตอบแทน ก็จะนำเฉลี่ยคืนกลับสู่ผู้ลงทุนตามสัดส่วนที่ลงทุนมา

ดังนั้น นักลงทุนสามารถเลือกกองทุนรวมที่ตอบสนองแก่ความต้องการของตัวเองได้ เช่น เลือกลงทุนในกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในบริษัทที่สนับสนุนนโยบายรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือกองทุนที่เน้นลงทุนในบริษัทที่มีความโปร่งใสและหลักธรรมาภิบาลเป็นอันดับหนึ่ง ฯลฯ การลงทุนในกองทุนรวมนั้นเป็นที่นิยมในบรรดามือใหม่ในการลงทุน เพราะไม่ต้องเสียเวลาติดตามข่าวสารตลอดเวลา และมีความมั่นคงในการดูแลเงินลงทุนของผู้ลงทุน เพียงแค่ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลว่าจะลงทุนในกองทุนรวมอันไหนดี ที่จะได้ให้ผลตอบแทนอันคุ้มค่า

2. ประเภทของกองทุนรวมในประเทศไทย

ในการลงทุนหุ้นนั้น นักลงทุนสามารถเข้าซื้อหุ้นบริษัทต่าง ๆ ได้โดยตรงเหมือนกับว่านักลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท และหุ้นบางตัวที่เข้าครอบครองสามารถให้ผลตอบแทนเป็นเงินปันผลเพิ่มเติมอีกด้วย นอกเหนือจากวิธีนี้แล้ว ก็ยังมีการลงทุนอีกวิธีหนึ่ง นั้นก็คือ การเข้าซื้อกองทุนรวม โดยที่นักลงทุนต้องมีวินัยและจัดสรรงบประมาณส่วนตัวในแต่ละเดือน หรือตามความสะดวกและเหมาะสมส่วนบุคคล


ก่อนจะตัดสินใจว่าจะลงทุนในกองทุนรวมอันไหนดี นักลงทุนควรต้องศึกษาประเภทของกองทุนรวมเสียก่อน เพื่อที่จะได้ประเมินความเสี่ยงในการลงทุนและความเหมาะสมส่วนบุคคล ซึ่งในประเทศไทยกองทุนรวมจะแบ่งออกเป็น 8 ประเภท เรียงจากความเสี่ยงน้อยไปมากได้ ดังนี้

2.1 ประเภท 1: กองทุนรวมตลาดเงินลงทุนเฉพาะในประเทศ

              กองทุนประเภทแรก คือ เน้นลงทุนในเงินฝาก, ตั๋วเงิน และตราสารหนี้อื่น ๆ ที่มีอายุเฉลี่ยไม่เกิน 1 ปี

              ความเสี่ยงและผลตอบแทน: ต่ำที่สุด

2.2 ประเภท 2: กองทุนรวมตลาดเงินลงทุนในประเทศบางส่วนและต่างประเทศบางส่วน

             กองทุนประเภทสอง คือ เน้นลงทุนในเงินฝาก, ตั๋วเงิน และตราสารหนี้อื่น ๆ ที่มีอายุเฉลี่ยไม่เกิน 1 ปี รวมถึงการลงทุนในต่างประเทศด้วย

              ความเสี่ยงและผลตอบแทน: ต่ำ

2.3 ประเภท 3: กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล

              กองทุนประเภทสาม คือ เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ มีอายุเฉลี่ยมากกว่า 1 ปีขึ้นไป

              ความเสี่ยงและผลตอบแทน: พอใช้

2.4 ประเภท 4: กองทุนรวมตราสารหนี้

              กองทุนประเภทสี่ คือ เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล, พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ, ตั๋วเงินคลัง และหุ้นกู้เอกชน ซึ่งมีทั้งอายุเฉลี่ยไม่เกิน 1 ปี และอายุ เฉลี่ยมากกว่า 1 ปี(ตราสารหนี้ระยะสั้นและระยะยาว)

              ความเสี่ยงและผลตอบแทน: พอใช้ถึงปานกลาง

2.5 ประเภท 5: กองทุนรวมผสม

              กองทุนประเภทห้า คือ ลงทุนในสินทรัพย์วงกว้าง เช่น เงินฝาก, ตราสารหนี้, หุ้น และอื่น ๆ

              ความเสี่ยงและผลตอบแทน: ปานกลางถึงสูง

2.6 ประเภท 6: กองทุนรวมตราสารทุน

              กองทุนประเภทหก คือ ลงทุนในหุ้นต่างประเทศและในประเทศ รวมถึงกองทุน SSF และ RMF

              ความเสี่ยงและผลตอบแทน: สูง

2.7 ประเภท 7: กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม

              กองทุนประเภทเจ็ด คือ ลงทุนในหุ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเฉพาะเจาะจง เช่น ธนาคาร, อุตสาหกรรมเกษตร, อุตสาหกรรมแปรรูป หรือ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ผู้ลงทุนควรมีความรู้ความเข้าใจในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

              ความเสี่ยงและผลตอบแทน: สูงถึงสูงมาก

2.8 ประเภท 8: กองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก

              กองทุนประเภทแปด คือ ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ, น้ำมัน, และสินค้าโภคภัณฑ์ ผู้ลงทุนควรมีความเชี่ยวชาญและมีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนด้านสินทรัพย์ทางเลือก

              ความเสี่ยงและผลตอบแทน: สูงสุด

3. 15 อันดับกองทุนรวมทุกประเภทกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด

อันดับกองทุน

ประเภทกองทุน

ราคากองทุน(บาท)

ผลตอบแทนเฉลี่ย %

ย้อนหลัง 10 ปี ปีละ

1. BCARE

(กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์)

กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม - ประเภท 7

40.2359

13.64%

2. TISCOFLEXP

(กองทุนเปิด ทิสโก้ เฟล็กซิเบิ้ล พลัส)

กองทุนรวมผสม - ประเภท 5

58.783

12.46%

3. TSF-A

(กองทุนเปิด ทิสโก้ สแตรทิจิก ฟันด์ ชนิดหน่วยลงทุน A)

กองทุนรวมตราสารทุน - ประเภท 6

80.3198

12.45%

4. ASP-S&P500

(กองทุนเปิดแอสเซทพลัสเอสแอนด์พี 500)

กองทุนรวมตราสารทุน - ประเภท 6

45.2798

12.41%

5. TISCOUS

(กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส อิควิตี้ ฟันด์)

กองทุนรวมตราสารทุน - ประเภท 6

37.7322

12.39%

6. MBT-G

(กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี-บีทีอินคัมโกรทฟันด์ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป)

กองทุนรวมผสม - ประเภท 5

24.9291

11.75%

7. BTP

(กองทุนเปิดบัวหลวงทศพล)

กองทุนรวมตราสารทุน - ประเภท 6

49.1654

10.83%

8. TISCOAGF

(กองทุนเปิด ทิสโก้ แอ็กเกรสซีฟ โกรท ฟันด์)

กองทุนรวมผสม - ประเภท 5

104.7442

10.70%

9. 1US-OPP

(กองทุนเปิด วรรณ ยูเอส รีคอฟเวอรี่ ออพพอร์ทูนิตี้ ฟันด์)

กองทุนรวมผสม - ประเภท 5

19.7267

10.44%

10. KKP GHC

(กองทุนเปิดเคเคดี โกลบอล เฮลธ์แคร์)

กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม - ประเภท 7

17.1408

10.10%

11. SCBPGF

(กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ แพลทตินัม โกลบอล ฟันด์)

กองทุนรวมตราสารทุน - ประเภท 6

20.0404

9.55%

12. TMBWDEQ

(กองทุนเปิดทหารไทย World Equity Index)

กองทุนรวมตราสารทุน - ประเภท 6

19.0128

9.36%

13. KF-ORTFLEX

(กองทุนเปิดกรุงศรีโอเรียนทัลเฟล็กซ์)

กองทุนรวมตราสารทุน - ประเภท 6

24.3942

9.32%

14. T-GlobalEQ

(กองทุนเปิดธนชาต Global Equity Fund)

กองทุนรวมตราสารทุน - ประเภท 6

24.3484

9.31%

15. ONE-EC14-RD

(วรรณ อีควิตี้ฟันด์)

กองทุนรวมตราสารทุน - ประเภท 6

9.8047

9.19%


ข้อมูลในตารางอัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2564


นักลงทุนที่ยังตั้งคำถามว่าจะลงทุนในกองทุนรวมอันไหนดี คำตอบอยู่ในตารางข้างต้นแล้ว จากอันดับแรกจนถึงลำดับสุดท้าย(เรียงตามผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุดตลอด10ปี) จะเห็นได้ว่าประเภทกองทุนรวมระหว่าง ประเภท 5, 6 และ 7 ให้ผลตอบแทนสูงมากในแต่ละปี เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 10 ปี ทำให้นักลงทุนสามารถวางใจได้ว่าจะลงทุนกองทุนรวมอันไหนดี ที่เหมาะสมกับทุนทรัพย์ส่วนตัว ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ราคาหน่วยตั้งแต่ 9 บาทถึง 105 บาท


นักลงทุนสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินได้จากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ถึงเรื่องผลประกอบการของกองทุนรวมตราสารทุน โดยจัดอันดับเรียงจากอัตราผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2564 และอัตราผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีสูงสุดและอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง ตั้งแต่ 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี, 3 ปี และ 5 ปี

นอกจากนี้ยังมี 10 อันดับกองทุนรวมตราสารทุน(ประเภท 6)ที่น่าสนใจ ได้แก่ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทน, กองทุนเปิดบีแคป ไชน่า เทคโนโลยี,กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ ยูเอส แบงค์ อิควิตี้เอฟไอเอฟ(ชนิดสะสมมูลค่า), กองทุนเปิดกรุงศรีไทยสมอล-มิดแคปอิควิตี้, กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวไทยสมอล-มิดแคปปันผล, กองทุนเปิดเคแทม เวิร์ด เอ็นเนอร์จี ฟันด์, กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า เทคโนโลยี เพื่อการเลี้ยงชีพ, กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า เทคโนโลยี อิควีตี้ ชนิดหน่วยลงทุน A, กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า เทคโนโลยี เพื่อการออม และกองทุนเปิดทาลิส MID-Small CAP หุ้นทุน

หากนักลงทุนต้องการลงทุนในกองทุนฯที่ให้ผลตอบแทนสูงระยะยาว ต่อไปนี้คือ 10 อันดับกองทุนรวมตราสารทุนที่เรียงจากอัตราผลตอบแทนสูงสุดตั้งแต่ต้นปี 2564 และมีอัตราผลตอบแทนย้อนหลังสูงสุดตั้งแต่ 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี, 3 ปี และ 5 ปี ได้แก่ กองทุนเปิดทหารไทย ออยล์ฟันด์, กองทุนเปิด ทิสโก้ ออยล์ ฟันด์, กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส ออยล์, กองทุนเปิดเคแทม ออยล์ ฟันด์, กองทุนเปิดกรุงศรีออยล์, กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ออยล์, กองทุนเปิดแอสเซทพลัสออยล์, กองทุนเปิดเค ออยล์, กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล ออยล์ ฟันด์ และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ คอมมอดิตี้ พลัส

10 อันดับกองทุนรวมตราสารทุนประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2564

อนึ่ง นักลงทุนควรทำความคุ้นเคยกับการเปรียบเทียบผลตอบแทนเฉลี่ยในแต่ละช่วงเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะลงทุนในกองทุนรวมอันไหนดี อย่างไรก็ตาม การศึกษาผลตอบแทนไม่ได้หมายความว่านักลงทุนจะไม่ประสบกับความเสี่ยง เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืนหรือไม่ก็ได้