อีเธอร์คืออะไร? 1 ETH เท่ากับกี่บาท?

1. เงินสกุลดิจิตอล “อีเธอร์(ETH)”

ปัจจุบันเงินสกุลดิจิตอลนั้นเป็นที่นิยมมาก เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ได้กำไรและมีมูลค่าเพิ่ม บ่อยครั้งที่นักลงทุนสามารถเห็นได้ว่า จากอดีตจนปัจจุบันมูลค่าเงินดิจิตอลนั้นสูงแบบก้าวกระโดด และยิ่งนับวันเงินดิจิตอลก็ยิ่งจะเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะในอนาคตเงินสกุลดิจิตอลต่าง ๆ อาจสามารถถูกนำมาใช้, ซื้อขาย, และแลกเปลี่ยนเสมือนเงินตราในชีวิตประจำวัน บทความนี้จะนำเสนอและตอบคำถามว่า อีเธอร์คืออะไร? 1 ETH เท่ากับกี่บาท? เพื่อให้นักลงทุนทำความเข้าใจที่มาและใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนกับเงินสกุลดิจิตอล อีเธอร์(ETH)

1.1 อีเธอร์คืออะไร?

อีเธอร์(ETH) คือ หลักทรัพย์หลักของระบบอีเธอร์เลียม(Ethereum) ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน(Blockchain)ในการทำสร้าง, โอนเงิน และขุดเงินดิจิตอล โดยที่อีเธอร์(ETH)จะไม่มีธนาคารกลางกำหนด เป็นสกุลเงินอิสระปราศจากการควบคุมทิศทางมูลค่า(DeFi) ไม่ผ่านองค์กรใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ ผู้ซื้อขายจะเป็นคนควบคุมและรักษาเงินอีเธอร์ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารใด ๆ แค่นักลงทุนเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตในการทำธุรกรรมก็สามารถครอบครองอีเธอร์(ETH)ได้แล้ว และที่สำคัญสามารถซื้อขายจำนวนเงินได้ถึงทศนิยม 18 หลัก ดังนั้น อีเธอร์คืออะไร? 1 ETH เท่ากับกี่บาท? อีเธอร์ คือ หนึ่งในสกุลเงินดิจิตอลที่นักลงทุนสามารถทำการซื้อขายออนไลน์ได้ ซึ่งมูลค่า 1 ETH เท่ากับกี่บาท? นั้นอยู่ย่อหน้าถัดไป

1.2 1 ETH เท่ากับกี่บาท?

จากอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันวันที่ 31 พฤษภาคม 2021 จำนวน 1 ETH จะมีมูลค่าเท่ากับ 80,216.25 บาท ส่วนจำนวนที่ต่ำกว่า 1 ETH จะมีมูลค่าลดหลั่นกันตามอัตราส่วนในการลงทุน ดังนี้

                  ETH THB                                      THB                             ETH

              0.0002000 16.00                                     20.00 0.0002493

              0.0005000 40.00                                     50.00 0.0006233

              0.0010000 80.25                                    100.00 0.0012466

              0.0020000 160.50                                  200.00 0.0024933

              0.0050000 401.00                                  500.00 0.0062332

              0.0100000 802.25                                1000.00 0.0124663

              0.0200000 1604.25                              2000.00 0.0249326

              0.0500000 4010.75                              5000.00 0.0623315

              0.1000000 8021.50                           10,000.00 0.1246631

              0.2000000 16,043.25                        20,000.00 0.2493262

              0.5000000 40,108.00                        50,000.00 0.6233154

              1.0000000 80,216.25                      100,000.00 1.2466309

              2.0000000 160,432.50                    200,000.00 2.4932617

              5.0000000 401,081.00                    500,000.00 6.2331543

              10.000000 802,162.00                 1,000,000.00                     12.4663085

              20.000000 1,604,324.25              2,000,000.00                     24.9326171

              50.000000 4,010,810.50              5,000,000.00                     62.3315427

อัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวเป็นตัวอย่างในการเปรียบเทียบเหรียญอีเธอร์(ETH) กับเงินบาทไทย(THB) นักลงทุนควรติดตามและอัปเดตมูลค่าการแลกเปลี่ยนตลอด 24 ชั่วโมง เพราะการซื้อขายแลกเปลี่ยนไม่มีวันหยุดและเวลาปิดทำการ

2. เงินอีเธอร์เหมาะแก่การลงทุนหรือไม่?

อีเธอร์คืออะไร? แล้วเหมาะแก่การลงทุนไหม นักวิเคราะห์ได้ทำการประเมินไว้ ว่ามูลค่าอีเธอร์เพิ่มขึ้นในแต่ละปี โดยเฉพาะปี 2020 มูลค่าเพิ่มของเงินอีเธอร์อยู่ที่ประมาณ 1,700% และจากต้นปี 2021 จนถึงปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 435% อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรต้องคำนึงด้วยว่า มูลค่าเหรียญเงินสกุลดิจิตอล ไม่ว่าจะเหรียญใดก็ตาม ก็สามารถจะมีมูลค่าลดลงได้ เมื่อเพิ่มได้สูงสุดก็ลดลงได้ต่ำสุดเช่นกัน ฉะนั้นแล้วทุกการลงทุนมักมีความเสี่ยงเสมอ

ความเสี่ยงในการลงทุนนั้น เนื่องจากในปัจจุบันมูลค่าเพิ่มของอีเธอร์นั้นสูงมาก โดยเฉพาะมูลค่าที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น ฉะนั้นนักลงทุนควรพิจารณาถึงโอกาสที่จะเกิดฟองสบู่คริปโตด้วย หากฟองสบู่แตกอาจจะทำให้มูลค่าตกลงถึงขีดสุดก็เป็นได้ หรือทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามข่าวสารตลอดเวลาที่จะส่งผลต่อราคาซื้อขาย เช่น การร่างกฎหมายให้เงินสกุลดิจิตอลถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายในบางประเทศ หรือการร่างกฎหมายในการเก็บภาษีเงินได้จากเงินสกุลดิจิตอล ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มักเป็นตัวกำหนดว่าจะทำให้มูลค่าเงินดิจิตอลผันผวนได้

การลงทุนในเงินอีเธอร์นักลงทุนสามารถลงทุนได้หลายรูปแบบ หากนักลงทุนมีความรู้และความมั่นใจ การซื้อเหรียญอีเธอร์โดยตรงก็สามารถลงทุนซื้อเหรียญได้กับโบรกเกอร์ต่าง ๆ หรือจะลงทุนซื้อกองทุน Greyscale Ethereum Trust ไว้ก็ได้ หรือจะลงทุนหุ้นในบริษัทที่ผลิตส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการขุดเหรียญคริปโต เช่น NVIDIA หรือ AMD ก็น่าสนใจเช่นกัน

3. ควรลงทุนตัวไหนดีระหว่าง บิทคอยน์(BTC) และ อีเธอร์(ETH)


นักลงทุนต้องทำความเข้าใจก่อนว่า บิทคอยน์คืออะไร? และอีเธอร์คืออะไร? ซึ่งสองสกุลนี้เป็นเงินสกุลดิจิตอลลำดับแรก ๆ ที่ได้รับความนิยมมากและมีมูลค่าหลักทรัพย์ในตลาดคริปโตสูง เนื่องจากมีพื้นฐานทางเทคโนโลยีบล็อกเชน(Blockchain) เหมือนกัน โดยเฉพาะบิทคอยน์ และอีเธอร์ ซึ่งเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนอย่างมาก เพราะนอกเหนือจากให้ผลตอบแทนสูงแล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft และ MicroStrategy Inc. ยังให้ความสำคัญและถือสกุลเงินดิจิตอลไว้เป็นทรัพย์สินของบริษัทฯด้วย

3.1 มูลค่าหลักทรัพย์(Market Capital)

ปัจจุบันบิทคอยน์(BTC) มีมูลค่าหลักทรัพย์สูงเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาสกุลเงินดิจิตอล โดยมีมูลค่าถึง $1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่อีเธอร์มีมูลค่าหลักทรัพย์แค่ $380 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐ

3.2 มูลค่าเงินลงทุนของบริษัทต่าง ๆ ในเงินดิจิตอล

บริษัทใหญ่ในสหรัฐอเมริกามักจะลงซื้อบิทคอยน์และอีเธอร์เก็บไว้เป็นเงินคงคลังบริษัท(Corporate Treasury) เพื่อทำกำไรให้บริษัท เนื่องจากมีจุดคุ้มทุนสูง เช่น บริษัท MicroStrategy มีถึง 91,579 เหรียญ BTC, บริษัท Tesla มี 48,000 เหรียญ BTC และบริษัท Square มี 8,027 เหรียญ BTC ในขณะที่เหรียญอีเธอร์ บริษัทต่าง ๆ จะเน้นลงทุนในกองทุนทางเลือกอีเธอร์เลียม(Hedge Fund) เช่น บริษัท JPMorgan มี 112 หน่วย, บริษัท Amazon มีถึง 273 หน่วย, บริษัท Microsoft มี 258 หน่วย, ธนาคาร Credit Suisse Group มี 11หน่วย และบริษัท Intel มี 72 หน่วย

4. วิธีการลงทุนในเงินอีเธอร์(ETH)ทำได้อย่างไร?

การลงทุนในเงินอีเธอร์(ETH) สามารถทำได้โดยลงทุนผ่านแพลตฟอร์มในการเทรด หรือผ่านโบรกเกอร์ชั้นนำต่าง ๆ ที่ให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนเหรียญอีเธอร์


4.1 ข้อมูลแพลตฟอร์มการเทรดหรือโบรกเกอร์

นักลงทุนควรค้นคว้าหาข้อมูลเสมอเกี่ยวกับโบรกเกอร์ที่นักลงทุนสนใจจะเปิดบัญชีด้วย โดยเฉพาะระบบความปลอดภัยการใช้งานของโบรกเกอร์เบื้องต้น เพราะโบรกเกอร์เป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยน ไม่ใช่แพลตฟอร์มรักษาเหรียญดังเช่นธนาคาร ต่อมาคือควรศึกษาข้อมูลบริษัท สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ใด มีใบกอบประธุรกิจและใบอนุญาตหรือไม่ และระบบปฏิบัติการว่านักลงทุนสามารถถอนเหรียญดิจิตอลเข้าเก็บรักษาในฮาร์ดไดร์ฟออฟไลน์ได้หรือไม่

4.2 ศึกษาระบบการให้บริการ

ระบบการให้บริการซื้อขายเงินสกุลดิจิตอลเช่น อีเธอร์(ETH) มีการดำเนินการทั้งระบบ Fiat exchange และ C2C exchange(Crytocurrency to Cryptocurrency exchanges) นักลงทุนมักจะมีสองบัญชีเพื่อทำการซื้อขายและแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิตอล

4.2.1 ระบบ Fiat

เงินตรา หรือเงินกายภาพ คือ สกุลเงินที่ถูกกำหนดขึ้นตามกฎหมาย จับต้องได้เป็นธนบัตร เหรียญ และใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในประเทศหนึ่ง ๆ เช่น เงินสกุลยูโร, เงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา และเงินเยนญี่ปุ่น ฯลฯ การให้บริการซื้อขายเงินสกุลดิจิตอลอีเธอร์(ETH) ระบบ Fiat exchange จะทำให้นักลงทุนสามารถซื้ออีเธอร์ด้วยเงินยูโร หรือเงินดอลล่าร์ได้ ซึ่งวิธีนี้ไม่ซับซ้อนและง่ายดาย เสมือนว่านักลงทุนได้ซื้อขายสินค้า

4.2.2 ระบบ C2C

ระบบ C2C หรือระบบแลกเปลี่ยนดิจิตอล คือ การแลกเปลี่ยนเหรียญดิจิตอลจากเหรียญหนึ่งไปยังอีกเหรียญหนึ่ง โดยที่ไม่มีลักษณะจับต้องได้ โดยทุกธุรกรรมจะถูกบันทึกบนระบบดิจิตอล เช่น การแลกเปลี่ยนระหว่างเหรียญ DOGE(Dogecoin) มายัง ETH หรือ จากเหรียญ ETH ไปยัง Polygon

4.3 สร้างบัญชีผู้ใช้งาน

การสร้างบัญชีผู้ใช้งานกับโบรกเกอร์หรือแพลตฟอร์มในการเทรดก็เป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญ ซึ่งนักลงทุนอาจจะต้องป้อนข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของประเทศที่นักลงทุนมีภูมิลำเนา, ชื่อนามสกุลตามบัตรประชาชน หรือที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ฯลฯ หากเว็บไซต์ของโบรกเกอร์หรือแพลตฟอร์มในการเทรดมีความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญเช่นกัน เพราะบางประเทศที่ผู้ลงทุนมีภูมิลำเนาอาจเรียกเก็บภาษีเงินได้จากการเทรด

4.4 ระบบการฝากเงินเข้าสู่แพลตฟอร์มและการซื้อขาย

นักลงทุนสามารถลงทุนได้ตั้งแต่ 20 บาท หรือ 10,000 บาทได้ โดยสามารถโอนเงินเข้าหรือตัดบัตรเครดิต ซึ่งมีค่าธรรมเนียมในการฝาก และค่าธรรมเนียมในการดำเนินการต่อครั้ง นักลงทุนควรฝากเงินจำนวนพอประมาณเพื่อลดค่าใช้จ่าย เมื่อได้ทำการฝากเงินเข้าบัญชีแล้ว นักลงทุนสามารถซื้ออีเธอร์และเงินสกุลดิจิตอลอื่น ๆ ได้ทันที

ส่วนการฝากสกุลเงินดิจิตอลแบบ C2C บางครั้งจะมีขั้นต่ำในการแลกเปลี่ยนจากเงินสกุลหนึ่งไปยังอีกสกุลเงินหนึ่ง เช่น นักลงทุนสามารถแลกเปลี่ยน DOGE ไปยัง ETH โดยจะต้องมีจำนวนขั้นต่ำ 450 DOGE เป็นต้น

4.5 ระบบการถอนเงินเข้าสู่บัญชีธนาคาร

เมื่อนักลงทุนได้ทำการซื้อ ETH และเทรดจนได้กำไรแล้ว นักลงทุนสามารถถอน ETH เก็บเข้าสู่กระเป๋าเงินส่วนตัว, ฮาร์ดไดร์ฟ หรือเข้าสู่อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยฮาร์ดแวร์เก็บไว้นอกระบบ หรือจะขาย ETH ให้ได้เป็นเงินสกุลต่าง ๆ ตามต้องการและถอนเงินส่วนนี้เข้าบัญชีธนาคารได้(โปรดตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเสมอ)

ทั้งนี้ การลงทุนในสกุลเงินดิจิตอล นักลงทุนควรลงทุนในจำนวนที่ตนเองสามารถสูญเสียเงินจำนวนนี้ได้อย่างไม่ขัดสน เพราะในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิตอลนั้น มีความผันผวนที่ไม่สามารถคาดเดาได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว