เปิดบัญชีหุ้นที่ไหนดี? โบรกเกอร์ ไหนดี?โบรกเกอร์ Forex ดีที่สุด 15 อันดับ

1. การเลือกเปิดบัญชีหุ้นที่ไหนดี กับโบรกเกอร์ ไหนดี โบรกเกอร์ Forex ?

สำหรับผู้ที่สนใจในการลงทุนต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การเลือกใช้โบรกเกอร์ มีให้เลือกทั้งในประเทศและนอกประเทศ และบ่อยครั้งที่นักลงทุนมักตั้งจะคำถามว่า ควรเปิดบัญชีหุ้นที่ไหนดี และควรเลือกเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ ไหนดี บทความนี้มีคำตอบให้สำหรับนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มลงทุน หรือนักลงทุนที่มีประสบการณ์สูงแล้ว แต่ต้องการจะเปลี่ยนโบรกเกอร์ไปยังสู่สิ่งที่ดีกว่า ซึ่งบทความได้รวบรวม 15 อันดับ Top brokers ต่างชาติและ Forex broker ไทยที่มีความนิยมสูง และสรุปปัจจัยที่สำคัญที่นักลงทุนควรคำนึงถึงเวลาเลือกโบรกเกอร์ไว้ให้เช่นกัน

การเลือกเปิดบัญชีหุ้นที่ไหนดี เลือกกับโบรกเกอร์ ไหนดี และเลือกโบรกเกอร์ Forex อย่างไรนั้น เป็นขั้นตอนแรกในการนำไปสู่การลงทุนที่คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนซื้อขายหุ้น(Stocks) หรือการลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา(Forex) ดังนั้น นิยามของบัญชีหุ้น คือ บัญชีที่รวบรวมหุ้นและหลักทรัพย์ ซึ่งนักลงทุนสามารถทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้น, พันธบัตร, กองทุนเปิด, กองทุนรวม ETF และสินทรัพย์อื่น ๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ของโบรกเกอร์ต่าง ๆ รวมถึงสกุลเงินดิจิตอล

2. 15 อันดับ โบรกเกอร์ หุ้น และ Forex ต่างชาติและไทยที่ดีที่สุด


ทำไมการลงทุนเปิดบัญชีหุ้นที่ไหนดี, โบรกเกอร์ ไหนดี และอันดับ โบรกเกอร์ หุ้นถึงมีความสำคัญ? เพราะจะเป็นตัวช่วยที่ให้นักลงทุนประกอบการตัดสินใจในการเทรดได้ดีขึ้น และสามารถได้รับผลตอบแทนกำไรได้อย่างเต็มที่ หากนักลงทุนเลือกลงทุนกับโบรกเกอร์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง, ค่าธรรมเนียมต่ำ, มีบริการข้อมูลข่าวสาร หรือมีการทำแอปพลิเคชันให้ใช้งานง่าย ในทางตรงกันข้าม หากนักลงทุนเลือกเปิดบัญชีหุ้นกับโบรกเกอร์ที่มีค่าธรรมเนียมสูงและยิบย่อย จะทำให้ต้นทุนหุ้นหรือเงินตราสูง และแม้ว่าจะทำการซื้อขายให้ได้กำไรมาก็จริง แต่ก็จะไม่ได้อย่างเต็มที่ที่นักลงทุนควรจะได้

2.1 IC Markets


IC Markets เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ Forex ที่เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ มาโดยตลอด โดยบริษัทฯถูกจัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2007 ในประเทศออสเตรเลียและมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกเทรดอย่างหลากหลาย เช่น Forex, สินทรัพย์ดิจิตอล, หุ้น, พันธบัตร, สินค้าโภคภัณฑ์, ดัชนี และฟิวเจอร์ส และมี 3 ประเภทบัญชีให้เลือก ได้แก่ บัญชี Standard, บัญชี Raw Spread และ บัญชี cTrader

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับ IC Markets

-               จะต้องฝากเงินขั้นต่ำ $200 ขึ้นไป

-               ค่าคอมมิชชั่นตั้งแต่ $3 - $3.5 ต่อ lot

-               ค่าเลเวอเรจอัตราส่วน 1:500

-               คู่สกุลเงินหลักและสกุลเงินรองถึง 64 คู่สำหรับการเทรด Forex

ข้อดี

-               รองรับภาษาไทย

-               เป็นมิตรกับบัญชีอิสลาม

-               ค่าธรรมเนียมสเปรดเฉลี่ยที่ต่ำที่สุดถึง 0.1 pip

-               ซื้อขาย Raw pricing ได้อย่างรวดเร็วบนทั้งสามแพลตฟอร์ม อาทิ Meta Trader 4, Meta Trader 5 และ cTrader

ข้อเสีย

-               การถอนเงินใช้ระยะเวลานานถึง 4-5 วันทำการ

-               ไม่มีโบนัสหรือโปรโมชั่นใด ๆ

-               บริการให้ความช่วยเหลือลูกค้าเปิดไม่เป็นเวลาทำการตามเวลาประเทศไทย หากต้องการโทรศัพท์ติดต่อมีค่าธรรมเนียมระหว่างประเทศที่แพง

2.2 FxPro


FxPro โบรกเกอร์ได้เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 2006 และให้บริการผู้ใช้งานรายย่อยและสถาบันมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก บริษัทโบรกเกอร์สัญชาติอังกฤษ FxPro เคยได้รับการจัดอันดับว่าเป็นโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดจากนิตยสาร The Financial Times ปี 2015 และได้รับรางวัลมากกว่า 80 ตัว บริษัทฯเน้นการให้บริการสัญญาซื้อขายส่วนต่าง CFD ในสินทรัพย์ดังต่อไปนี้ Forex, หุ้น, ดัชนี, ฟิว-เจอร์ส, โลหะ และพลังงาน มีการให้บริการประเภทบัญชีแบบ Tailor-made(บัญชีสำหรับมืออาชีพ และบัญชี VVIP) และบัญชีทั่วไปให้เลือกถึง 5 ประเภท ได้แก่ บัญชี FxPro MT4 Instant, บัญชี FxPro MT4, บัญชี FxPro MT5, บัญชี FxPro cTrader และ บัญชี FxPro Edge

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับ FxPro

-               จะต้องฝากเงินขั้นต่ำ $100 ต่อครั้ง

-               ค่าธรรมเนียมสเปรดขั้นต่ำ 1 pip

-               ปริมาณ Forex, โลหะ ดัชนี และฟิวเจอร์สขั้นต่ำ 0.01 micro lot ขึ้นไป ส่วนพลังงานและหุ้นจะต้อง 1 lot ขึ้นไป

-               ค่าคอมมิชชั่นเรียกเก็บเป็นอัตรา $45 ต่อ $1,000,000 ต่อทุก ๆ ธุรกรรมการซื้อขาย

-               สกุลเงินหลักและสกุลเงินรองมากกว่า 70 คู่สำหรับการเทรด Forex

ข้อดี

-               รองรับภาษาไทย

-               มีความมั่นคงและน่าเชื่อถือ โดยได้รับการรับรองจากกรมการส่งเสริมการเทรดระหว่างประเทศ สหราชอาณาจักร

-               สามารถซื้อขายบนสี่แพลตฟอร์ม Meta Trader 4, Meta Trader 5, cTrader และ FxPro Edge

-               เวลาดำเนินการซื้อขายน้อยกว่า 14 ms

-               สามารถใช้งานบนเว็บไซต์และมือถือได้

ข้อเสีย

-               มีค่าบริการแฝงสูง เช่น ค่าบริการข้ามคืนของคำสั่งเปิดข้ามคืน, ค่า Swap ใน Forex และค่า Swap ของสัญญา CFD,

-               ไม่มีบริการลูกค้าระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์

-               บริการลูกค้าสัมพันธ์ตามเวลาสหราชอาณาจักร(14.00-23.00 ตามเวลาประเทศไทย)

2.3 Exness



Exness เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย บริษัทฯได้ถูกก่อตั้งในปี 2008 และมีบริการทำแบบทดสอบเพื่อเลือกเปิดบัญชีได้อย่างเหมาะสมกับผู้ใช้ที่มีประสบการณ์แตกต่างกันไป ที่สำคัญคือมีความโปร่งใสในการตรวจสอบบัญชีโดยบริษัทบัญชีระดับโลก Deloitte

โบรกเกอร์ Exness ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดังต่อไปนี้ Forex, โลหะ, เงินสกุลดิจิตอล, พลังงาน และดัชนี ปัจจุบัน Exness ให้บริการประเภทบัญชีถึง 5 ชนิด ได้แก่ บัญชี Standard Cent(สำหรับผู้เริ่มต้น), บัญชี Standard (สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป), บัญชี Pro , บัญชี Raw Spread และ บัญชี Zero บนสองแพลตฟอร์ม Meta Trader 4 และ Meta Trader 5 เข้าถึงได้บนเว็บและแอปพลิเคชันมือถือ

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับ Exness

-               สำหรับบัญชี Standard Cent และ Standard จะขั้นต่ำในการฝาก $1 และสำหรับบัญชี Pro, Raw Spread และ Zero จะมีขั้นต่ำในการฝาก $200

-               ค่าเลเวอเลจมีอัตรา 1:2000 เท่ากันทั้งหมด

-               ค่าธรรมเนียมสเปรดตั้งแต่ 0.0-0.3 pips

-               ค่าคอมมิชชั่นฟรีสำหรับบัญชี Standard Cent, Standard และ Pro, สำหรับบัญชี Raw Spread ไม่เกิน $3.5 และบัญชี Zero ค่าคอมมิชชั่นเริ่มต้นที่ $3.5 เป็นต้นไป

ข้อดี

-               ค่าบริการต่ำมาก

-               รองรับภาษาไทยในหน้าหลักอย่างดีเยี่ยม

-               บริการลูกค้าสัมพันธ์ตลอด 7 วันทำการรวมวันเสาร์อาทิตย์ทุกช่องทาง โทรศัพท์ฟรี

-               ระบบฝากถอนเงินระบบอัตโนมัติ

-               ระบบป้องกันเงินติดลบโดยจะตัดยอดเป็น 0 ทันที

-               Server ส่วนบุคคลด้วยระบบ EA ที่มีความเสถียรและรวดเร็ว

ข้อเสีย มีโอกาสถูกรีโควตหรือปฏิเสธคำสั่งซื้อขายทำให้ไม่ได้ราคาที่ต้องการ

2.4 Pepperstone


Pepperstone เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ Forex ระดับโลก ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2010 ในประเทศออสเตรเลียและให้บริการให้กับผู้ใช้งานรายย่อยมากกว่า 89,000 บัญชีทั่วโลก Pepperstone ได้รับรางวัลแทบทุกปีในสาขาต่าง ๆ อาทิ รางวัลโบรกเกอร์ยอดเยี่ยมในปี 2021 จาก DayTrading.com, รางวัลเงื่อนไขในการเทรดสำหรับมืออาชีพและรางวัลบริการสัมพันธ์ลูกค้ายอดเยี่ยมในปี 2019 จาก The Professional Trader

โบรกเกอร์ Pepperstone เน้นให้การบริการสัญญาซื้อขายส่วนต่าง CFD ในสินทรัพย์ดังต่อไปนี้ Forex, หุ้นและดัชนี CFD, สินค้าโภคภัณฑ์, ดัชนีสกุลเงิน CDF และเงินสกุลดิจิตอล บริษัทฯ ให้บริการลูกค้ามืออาชีพ โดยมีบัญชี Professional และกับลูกค้ารายย่อย โดยมี 2 ประเภทบัญชีให้เลือกสมัครได้แก่ บัญชี Razor และบัญชี Standard

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับ Pepperstone

-               จะต้องฝากขั้นต่ำ £200

-               มีค่าธรรมเนียมสเปรดระหว่าง 0.0-0.6 pips

-               ค่าคอมมิชชั่น £4.59 ต่อ £100k ในการดำเนินต่อหนึ่งธุรกรรม

-               ปริมาณเทรดขั้นต่ำ 0.01 lots และสูงสุดไม่เกิน 100 lots

-               ค่าเลเวอเรจสูงถึง 30:1

-               บริการคู่สกุลเงิน 4 สกุลเงินหลัก GBP, USD, EUR, และ CHF

ข้อดี

-               ค่าธรรมเนียมสเปรดต่ำมากถ้าเทียบกับโบรกเกอร์รายอื่น

-               มีความมั่นคงและน่าเชื่อถือ

-               มีการให้บริการข้อมูลข่าวสารการวิเคราะห์ต่าง ๆ

-               ฟรี VPS Hosting พร้อมเครื่องมือ

ข้อเสีย

-               ให้บริการ 5 วันทำการ ยกเว้นเสาร์อาทิตย์

-               เว็บไซต์หน้าหลักบางส่วนยังไม่รองรับภาษาไทย

-               ต้องทำแบบทดสอบในการเปิดบัญชีให้ผ่านถึงจะลงทุนได้




2.5 XM


XM เป็นโบรกเกอร์ที่ให้บริการมายาวนานและเพิ่งฉลองครบรอบ 10 ปี และได้รับรางวัลมาตั้งแต่ปี 2014 เช่น รางวัลผู้ให้บริการลูกค้าดีเด่นระดับโลกในปี 2021 จาก Global Business Awards ทำให้ความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของ XM เป็นที่ยอมรับระดับโลกเลยทีเดียว

โบรกเกอร์ XM ให้บริการ CFD ในสินทรัพย์ดังนี้ Forex, หุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์, ดัชนี, โลหะ และพลังงาน และให้บริการประเภทบัญชี 3 แบบ คือ บัญชี Micro, บัญชี Standard และบัญชี XM Zero บนแพลตฟอร์ม Meta Trader 4 และ Meta Trader 5 พร้อมให้บริการสำหรับระบบ Android และ iOS

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับ XM

-               จำนวนเงินฝากขั้นต่ำ $5 สำหรับบัญชี Micro และ Standard ส่วนบัญชี XM Zero จะมีขั้นต่ำ $100

-               ค่าธรรมเนียมสเปรดระหว่าง 0-1 pip

-               ปริมาณเทรดขั้นต่ำ 0.01 lot ในระบบ MT4 และ 0.1 lot ในระบบ MT5 และการเทรดขั้นสูงสุด 50-100 lots

ข้อดี

-               รองรับภาษาไทยได้ดีเยี่ยม

-               มีศูนย์วิเคราะห์ทางเทคนิครายวันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

-               เป็นมิตรกับบัญชีอิสลาม

-               มีระบบป้องกันเงินติดลบ

-               ฝากเงินเข้าบัญชีอัตโนมัติ

-               มีระบบการค้นคว้าและการเรียนรู้ รวมถึงสัมมนา Forex ออนไลน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

-               ไม่มีค่าธรรมเนียมในการฝากและถอนเงิน

-               บริการ VPS Hosting ฟรี

ข้อเสีย

-               ไม่มีระบบ Copy Trade

-               ค่า Swap และ Spread ยังถือว่าแพงเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์อื่น

-               บริการลูกค้าสัมพันธ์ออนไลน์ยังไม่รองรับภาษาไทย และให้บริการวันจันทร์ ถึง วันศุกร์เท่านั้น

2.6 GMI Edge


GMI Edge เป็นโบรกเกอร์ในเครือข่าย GMI Group ก่อตั้งในปี 2018 แม้ว่าเพิ่งเริ่มได้ไม่นาน แต่ก็ที่เน้นเจาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีสำนักงานอยู่ทั่วภูมิภาค เช่น จีน, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, สิงค์โปร, มาเลเซีย(สำนักงานใหญ่) และประเทศไทย

โบรกเกอร์ GMI Edge ให้บริการ CFD ในสินทรัพย์ดังนี้ Forex, ดัชนี, โลหะ และพลังงาน และให้บริการประเภทบัญชี 4 แบบ คือ บัญชี Standard, บัญชี Standard(Bonus), บัญชี Cent และบัญชี ECN บนแพลตฟอร์ม GMI Edge MT4 และให้บริการ PC เฉพาะระบบ Windows และบนมือถือ Android และ iOS

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับ GMI

-               มีเงินฝากขั้นต่ำตั้งแต่ $15 - $100

-     ฟรีค่าธรรมเนียมการฝาก

-               ค่าเลเวอเรจอัตราส่วนระหว่าง 1:100 ถึง 1:2000

-               ไม่มีค่าคอมมิชชั่น ยกเว้นบัญชี ECN $4 ต่อ lot

-               ปริมาณการเทรดขั้นต่ำ 0.01และขั้นสูงสุดตั้งแต่ 50-150 lot

ข้อดี

-               ค่า Swap ฟรีอัตโนมัติสำหรับประเทศอิสลาม

-               มีรางวัลพันธมิตร(โบนัส)

-               ใช้กลยุทธ์ Hedge ซื้อขายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

-               มีศูนย์ Trading Central สำหรับข่าวและบทวิเคราะห์รายวันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

-               รองรับบริการภาษาไทยและลูกค้าสัมพันธ์ Live ภาษาไทย

-               โปรโมชั่นโบนัสเงินฝาก เช่น 15% ให้ลูกค้าทุกคน(รับโบนัสสูงสุดถึง $5000) และ 30%ให้เฉพาะลูกค้าใหม่(รับโบนัสสูงสุดถึง $500)

ข้อเสีย

-               ค่าเลเวอเรจคิดเป็นอัตราขั้นบันได

-               มีเฉพาะแพลตฟอร์ม MT4 ให้เทรดเท่านั้น

2.7 Land-FX


Land-Fx ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2013 ในสหราชอาณาจักร และได้รับรางวัลนับไม่ถ้วนตั้งแต่ปีที่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังมีความโปร่งใสในการดำเนินงานร่วมกับ Amazon, Equinix, JPMorganChase และ Bank of America

โบรกเกอร์ Land-FX ให้บริการ CFD ในสินทรัพย์ดังนี้ Forex, ดัชนี, โลหะ, ฟิวเจอร์ส และพลังงาน และให้บริการประเภทบัญชี 3 แบบ คือ บัญชี 50% Per-Months Credit Bonus, บัญชี Don’t Lose to Corona, และบัญชี LP Bonus บนแพลตฟอร์ม MT4 และ MT5 ให้บริการ PC ทั้ง Windows และ iOS พร้อมแอปพลิเคชันบนมือถือทุกระบบปฏิบัติการ

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับ Land-FX

-               จำนวนเงินฝากขั้นต่ำ $300-$500

-               ค่าธรรมเนียมสเปรดตั้งแต่ 0.8-1.7 pips

-               ค่าเลเวอเรจตั้งแต่ 1:500 ถึง 1:1000

-               ไม่มีค่าคอมมิชชั่น

-               ปริมาณการเทรดขั้นต่ำ 0.01 lot และสูงสุด 100 lot

ข้อดี

-               มีโบนัสให้ตามประเภทบัญชีที่เลือกเปิดตั้งแต่ โบนัสในการฝาก 10% และโบนัสในการฟื้นตัวอีก 5%

-               มีศูนย์ค้นคว้าข้อมูลข่าวสาร

-               สัมมนา Forex ออนไลน์

-               มีระบบจัดการกองทุน Pamm

-               ไม่มีค่าธรรมเนียมในการฝากเงิน

ข้อเสีย ไม่มีระบบเทรดบนเว็บไซต์ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน

2.8 Tickmill


Tickmill ก่อตั้งในสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 2015 ปัจจุบันมีลูกค้าที่ลงทะเบียนใช้งานมากกว่า 350,000 บัญชี และให้บริการ CFD ในสินทรัพย์ดังนี้ Forex, ดัชนีหุ้นและน้ำมัน, โลหะ, พันธบัตร และฟิวเจอร์ส ให้บริการทั้งลูกค้ามืออาชีพและลูกค้ารายย่อย โดยมีประเภทบัญชีสำหรับ Forex และ CFD 3 แบบ คือ บัญชี Pro, บัญชี Classic, และบัญชี VIP อีกทั้งหนึ่งบัญชีสำหรับ ฟิวเจอร์ส บนแพลตฟอร์ม MT4 เท่านั้น ให้บริการ PC ทั้ง Windows และ iOS พร้อมแอปพลิเคชันบนมือถือทุกระบบปฏิบัติการ

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับ Tickmill

-               จำนวนเงินฝากบัญชี Forex และ CFD ขั้นต่ำ $100 ส่วนบัญชี Futures $1,000

-               ค่าธรรมเนียมสเปรดตั้งแต่ 0.0-1.6 pips

-               ค่าเลเวอเรจลูกค้าทั่วไป 1:30 และลูกค้ามืออาชีพ 1:500

-               ค่าคอมมิชชั่นสำหรับบัญชีPro $2 ต่อ $100k / ไม่มีค่าคอมมิชชั่นสำหรับบัญชี Classic/ ค่าคอมมิชชั่นสำหรับบัญชี VIP  $1 ต่อ $100k / ค่าคอมมิชชั่นสำหรับบัญชี Futures เริ่มต้นที่ $0.85

-               ปริมาณการเทรดขั้นต่ำ 0.01 lot

-               ไม่มีค่า Swap สำหรับบัญชีอิสลาม

ข้อดี

-               ค่าสเปรดต่ำ

-               มี e-book ให้ดาวน์โหลดไม่เสียค่าใช้จ่าย

-               เป็นมิตรกับบัญชีอิสลาม

-               รองรับการใช้งานภาษาไทย และมีลูกค้าสัมพันธ์เจ้าหน้าที่คนไทย

ข้อเสีย มีค่า Swap และค่าคอมมิชชั่นที่ไม่ตรงกับที่แจ้งไว้

2.9 XTB Online Trading

XTB ได้ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2002 โดยใช้ชื่อว่า X-Trade และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น XTB Online Trading ตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ให้บริการในสินทรัพย์ดังนี้ Forex, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์, หุ้น, หุ้น CFD, เงินสกุลดิจิตอล และกองทุน ETF ให้บริการทั้งลูกค้ารายย่อย โดยมีประเภทบัญชีเดียว คือ บัญชี Standard บนแพลตฟอร์ม xStation 5 และ MT4 เท่านั้น ให้บริการบนหน้าเว็บ และแอปพลิเคชันสำหรับ PC ทั้ง Windows และ iOS พร้อมแอปพลิเคชันบนมือถือทุกระบบปฏิบัติการ

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับ XTB

-               ไม่มีจำนวนเงินฝากขั้นต่ำและไม่มีค่าใช้จ่ายในการฝาก หากฝากเป็นสกุลเงิน GBP และ EUR

-               มีค่าใช้จ่ายในการถอนเงิน $20 หากถอนน้อยกว่า $100

-               ค่าเลเวอเรจสูงสุด 1:30

-               ค่าธรรมเนียมสเปรด 0.35 pip

-               ปริมาณการเทรดขั้นต่ำ 0.01 lot

-               ไม่มีค่าคอมมิชชั่นในการทำธุรกรรม Forex, ดัชนี, โลหะ และน้ำมัน

-               ค่าคอมมิชชั่นสำหรับหุ้น และกองทุน CFD ตั้งแต่ 0.08% ต่อ lot

ข้อดี

-               มีศูนย์การเรียนรู้และให้ข้อมูลสอนเกี่ยวกับการเทรด

-               ดำเนินการให้บริการมายาวนานและเชื่อถือได้ และมีฝ่ายดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อเสีย

-               ยังไม่รองรับการใช้งานหน้าเว็บเป็นภาษาไทย

-               ค่าธรรมเนียมสูงโดยเฉพาะการถอนเงิน

-               ไม่มี VPS และไม่มี Copy trade


2.10 RoboForex


RoboForex ให้บริการในสินทรัพย์ดังนี้ Forex, ดัชนี, หุ้น, กองทุน ETF, พลังงาน, สินค้าโภคภัณฑ์, เงินสกุลดิจิตอล และโลหะ ให้บริการทั้งลูกค้ารายย่อย โดยมีประเภทบัญชี 5 ประเภท คือ บัญชี Prime, ECN, R Trader, ProCent, และ Pro บนแพลตฟอร์ม MT4, MT5,  R Traderและ cTrader ให้บริการบนหน้าเว็บ และแอปพลิเคชันสำหรับ PC ทั้ง Windows และ MAC พร้อมแอปพลิเคชันบนมือถือทุกระบบปฏิบัติการ

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับ RoboForex

- จำนวนเงินฝากขั้นต่ำตั้งแต่ $10 - $100

- ค่าธรรมเนียมสเปรดตั้งแต่ 0 – 1.3 pip

- ค่าเลเวอเรจตั้งแต่ 1:300 ถึง 1:2000

- มีบริการคืนเงินสด(Cash Back) ถึง 5% - 15% ตามประเภทบัญชี

- มีค่าธรรมเนียม Swap

- ค่าคอมมิชชั่นตามประเภทธุรกรรม เช่น $0.02 ต่อหุ้นอเมริกัน, $0.015 ต่อหุ้นCFD, 0.7% ต่อหุ้นยุโรป, $15 ต่อ 1ล้านสกุลเงินฐานสำหรับการเทรด Forex

- ไม่มีค่าคอมมิชชั่นในการฝากเงิน แต่มีค่าธรรมเนียมการถอนตั้งแต่ 0.5% - 4% ตามแต่ละประเภทระบบถอนเงิน

ข้อดี

-               หน้าเว็บไซต์รองรับภาษาไทย

-               ค่าธรรมเนียมสเปรดต่ำ

-               มีโบนัสต้อนรับ, โบนัสส่วนแบ่งกำไร, และโปรโมชั่นคืนเงินสูงสุดถึง 15%

-               ค่า Swap ฟรีสำหรับบัญชีอิสลาม

ข้อเสีย ค่าธรรมเนียมการถอนสูงและบริการลูกค้าสัมพันธ์ใช้เวลานาน

ต่อไปจะเป็นอันดับ Forex broker ไทย ที่มักจะมีความน่าเชื่อถือสูงมากและมีความมั่นคง โดยทั่วไปนักลงทุนจะเปิดบัญชีหลักทรัพย์ควบคู่ไปกับบัญชีออมทรัพย์ในธนาคารสังกัดเดียวกัน เพราะอัตราค่าธรรมเนียมแต่ละของแต่ละบริษัทจะไม่ต่างกันมากนัก


2.11 หลักทรัพย์กสิกรไทย

หลักทรัพย์กสิกรไทยให้บริการสินทรัพย์ ได้แก่ หุ้น, กองทุน, อนุพันธ์, หุ้นกู้, หุ้นต่างประเทศ และหุ้นกู้แบบมีอนุพันธ์แฝง และสามารถซื้อขายออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน KS Trade, Streaming, efin Trade+, KS Offshore Investment, DW11 K Securities และ efin StockPickUp

อีกทั้งมีสิทธิพิเศษให้กับนักลงทุน เช่น การลดค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนเงินบาท

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับหลักทรัพย์กสิกรไทย

-               สามารถเลือกเปิดบัญชี 3 ช่องทางผ่าน K Plus กับเว็บไซต์ KSecurities, การแสกนรหัส QR และผ่านแอปพลิเคชัน Line @ksecurities

-               มี 3 ประเภทบัญชีให้เลือก ได้แก่ บัญชี Cash Balance, Cash Account และ Credit Balance

- กรณีทำคำสั่งซื้อเองผ่านบัญชี Cash และ Credit balance มีค่าคอมมิชชั่น 0.157% + VAT 7%  ส่วนบัญชี Cash Account มีค่าคอมมิชชั่น 0.207% + VAT 7% / กรณีทำคำสั่งผ่านเจ้าหน้าที่มีค่าคอมมิชชั่น 0.257% + VAT 7% สำหรับทุกบัญชี

ข้อดี

-               บริการลูกค้าด้วยระบบ Live Chat บน Messenger Facebook

-               มีระบบยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน(2 Factors Authentication)

-               หน้าเว็บไซต์ใช้งานง่ายและเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย

-               มีโปรโมชั่นเสมอสำหรับนักลงทุน

ข้อเสีย ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 50 บาทต่อวัน และยังไม่ครอบคลุมสกุลเงินดิจิตอล

2.12 หลักทรัพย์ไทยพาณิชย์(SCBS)


บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ก่อตั้งเมื่อปี 1998 มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือธนาคารไทยพาณิชย์ และได้รับรางวัลสาขาต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2000 เช่น รางวัลบริษัทหลักทรัพย์ดีเด่นในปี 2020 จาก SET Awards 2020 และรางวัล Best Prime Broker จาก Triple A Asset Asian Awards

หลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ให้บริการสินทรัพย์ ได้แก่ หุ้นไทย, กองทุนรวม, ตราสารหนี้, หุ้นต่างประเทศ, กองทุนรวมต่างประเทศ, ตราสารหนี้ต่างประเทศ, ตราสารอนุพันธ์, หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงระยะสั้น, OTC Derivatives, DW23, และ Block Trade ผ่านเว็บไซต์ SCBS Online และ แอปพลิเคชัน Streaming, Easy Invest, SCBS Global Trade พร้อมทั้งมีบริการสะสมคะแนน SCBS Elite Points แลกรับเป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ร่วมรายการ, คะแนนสะสมบัตรเครดิต SCB Rewards หรือ Voucher ร้านค้าที่ร่วมรายการ

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์

-               เปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชัน Easy Invest

-               นักลงทุนสามารถเลือกเปิดบัญชี Cash หรือ Prepaid

- กรณีทำคำสั่งซื้อเองผ่านบัญชี Cash มีค่าคอมมิชชั่น 0.207% + VAT 7%  ส่วนบัญชี Prepaid มีค่าคอมมิชชั่น 0.157% + VAT 7% / กรณีทำคำสั่งผ่านเจ้าหน้าที่มีค่าคอมมิชชั่น 0.257% + VAT 7%, ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำทุกบัญชี(หากสมัครบริการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ และ E-Statement)

ข้อดี

-               ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อวัน

-               ใช้งานสะดวกรวดเร็วผ่าน

-               สมัครใช้ง่ายง่ายผ่านแอปพลิเคชัน Easy Invest

-               มีโปรแกรมส่งเสริมการขาย SCBS Elite Points

ข้อเสีย ยังไม่ครอบคลุมสกุลเงินดิจิตอล

2.13 หลักทรัพย์บัวหลวง


บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงได้ถูกก่อตั้งในปี 2001 และเป็นบริษัทในเครือธนาคารกรุงเทพ ได้รับรางวัลทุกปี เช่น รางวัลธนาคารเพื่อการลงทุนยอดเยี่ยมในปี 2020 จาก Alpha Southeast Asia Awards, จาก World Finance Awards และ Global Banking & Finance Review Awards

บัวหลวงได้ให้บริการสินทรัพย์ ดังนี้ ตราสารหนี้, หุ้นกู้เอกชน, พันธบัตรรัฐบาล, ตราสารทุนหรือหุ้น, กองทุนรวม, ฟิวเจอร์ส และอนุพันธ์ มีบริการเครื่องมือซื้อขายอัตโนมัติ Bualuang iProgramTrade, บริการยืมและให้ยืมหุ้น และหุ้นกู้อนุพันธ์ รวมถึงบริการเครื่องมือ Pre-Trade เตรียมความพร้อมก่อนการซื้อหุ้น, เครื่องมือ Trade(Streaming, Trade Master หรือ Aspen Bualuang Trade), เครื่องมือ Post-Trade วิเคราะห์ผลงานการลงทุน และ E-Services

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับหลักทรัพย์บัวหลวง

-               เปิดบัญชีหุ้นภายใน 1 วันทำการด้วย E-Services

-               นักลงทุนสามารถเลือกเปิดบัญชี Cash Balance หรือ Cash Collateral

-               ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำในการลงทุน

- กรณีทำคำสั่งซื้อเองผ่านบัญชี Cash Balance มีค่าคอมมิชชั่น 0.157% + VAT 7%  ส่วนบัญชี Cash Collateral มีค่าคอมมิชชั่น 0.20% + VAT 7% และค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 100 ต่อวัน / กรณีทำคำสั่งผ่านเจ้าหน้าที่มีค่าคอมมิชชั่น 0.25% + VAT 7%

ข้อดี มั่นคงเชื่อถือได้และบริการรวดเร็วทันใจ

ข้อเสีย ยังไม่ครอบคลุมเงินสกุลดิจิตอล, ไม่มีโปรโมชั่นส่งเสริมการเปิดพอร์ต และเว็บไซต์สำหรับค้นหาข้อมูลใช้งานยาก

2.14 ทิสโก้


บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ได้ให้บริการมายาวนานถึง 45 ปี ตั้งแต่ปี 1975 ภายใต้ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ ไทยค้าจำกัด ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นทิสโก้ในปี 1998 ปัจจุบันบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัดเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในทิสโก้ และได้รับรางวัลต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2014 เช่น รางวัลนักวิเคราะห์การลงทุนยอดเยี่ยม หมวดเทคโนโลยีในปี 2018 จาก IAA Best Analyst Award

ทิสโก้ให้บริการสินทรัพย์ ได้แก่ หุ้น, อนุพันธ์, หุ้นต่างประเทศ, ฟิวเจอร์ส, ทองคำ และกองทุนรวม มีประเภทบัญชี 2 แบบให้นักลงทุนเลือกใช้ คือ บัญชี Cash Balance และ Credit Line  มีให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน Streaming For Fund, เว็บไซต์ e-Trade และ e-Research อีกทั้งยังมีโปรแกรม TISCO Smart Point เช่น การสะสมหนึ่งแต้มทุก ๆ 20 บาทเพื่อแลกรับของสมนาคุณ, Voucher ร้านค้าที่ร่วมรายการ, แลกซื้อกองทุน หรือส่วนลดค่าคอมมิชชั่น

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับทิสโก้

-               มีจำนวนเงินขั้นต่ำในการฝากตั้งแต่ 10,000 บาทต่อครั้ง ผ่านระบบหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ(ATS) เท่านั้น

-               จำนวนเงินขั้นต่ำในการถอน 5,000 บาทต่อครั้ง

- กรณีทำคำสั่งซื้อเองผ่านบัญชี Cash balance มีค่าคอมมิชชั่น 0.157% + VAT 7%  ส่วนบัญชี Credit Line มีค่าคอมมิชชั่น 0.207% + VAT 7% / กรณีทำคำสั่งผ่านเจ้าหน้าที่มีค่าคอมมิชชั่น 0.257% + VAT 7% ทุกบัญชี

-               การซื้อขายหุ้นต่างประเทศจะต้องลงทุนขั้นต่ำ 300,000 บาทเป็นเงินสกุลบาทเท่านั้น

ข้อดี มีโปรแกรมสะสมแต้มแลกของรางวัลหรือกองทุน และบริการลูกค้าที่ดีเยี่ยม

ข้อเสีย มีจำนวนขั้นต่ำในการฝาก-ถอน, ต้องฝากผ่านระบบตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัญชีออมทรัพย์เท่านั้น และไม่มีการสมัครผ่านแอปพลิเคชัน สมัครใช้ผ่านทางไปรษณีย์

2.15 บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง


เมย์แบงก์ กิมเอ็งก่อตั้งมาตั้งแต่ 1990 และให้บริการสินทรัพย์ ได้แก่ หุ้นสามัญ, หลักทรัพย์ต่างประเทศ, สัญญาซื้อขายล่วงหน้า, DW42, Block Trade และกองทุนต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน KETrade, efin Stock PickUP, efin Trade, Streaming, และ MKET Radarsบน iOs และ Android ปัจจุบันเมย์แบงก์ กิมเอ็งให้บริการประเภทบัญชี 3 แบบ คือ บัญชี Cash Account, Cash Balance และ Credit Balance

ข้อมูลทั่วไปในการเปิดบัญชีกับเมย์แบงก์ กิมเอ็ง

-               สมัครใช้งานบัญชีส่งเอกสารทางไปรษณีย์ พร้อมค่าอากรแสตมป์

-               การฝากเงินสามารถทำได้สามแบบ E-Payment, ระบบตัดเงินอัตโนมัติ ATS และระบบ Bill Payment(ไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่ม ยกเว้น ธนาคารกรุงไทย มีค่าธรรมเนียม 15 บาทต่อรายการ ไม่จำกัดวงเงิน)

-               การถอนเงินขั้นต่ำ 200 บาท

- กรณีทำคำสั่งซื้อเองผ่านบัญชี Cash Account มีค่าคอมมิชชั่น 0.207% + VAT 7% ส่วนบัญชี Cash Balance และ Credit Balance มีค่าคอมมิชชั่น 0.157% + VAT 7% / กรณีทำคำสั่งผ่านเจ้าหน้าที่มีค่าคอมมิชชั่น 0.257% + VAT 7% ทุกบัญชี, ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 50 บาทต่อวันสำหรับทุกบัญชี

-               อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสกุลบาท สำหรับทุกประเภทบัญชี 0.40% ต่อปี

-               ฝากเงินขั้นต่ำของบัญชี Cash Balance 200,000 บาท และบัญชี Credit Balance 500,000 บาท

ข้อดี มีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับพร้อมให้บริการตลอด บริการลูกค้าดีเยี่ยมและบทวิเคราะห์ที่ดี

ข้อเสีย เว็บไซต์หาข้อมูลยากและไม่มีอัปเดตล่าสุด และธุรกรรมต้องใช้สำเนาเอกสารเสมอ

3. ข้อสรุปปัจจัยในการเลือกโบรกเกอร์ที่คุณควรคำนึงถึง

3.1 ความสามารถและเป้าหมายของนักลงทุน

นักลงทุนควรพิจารณาถึงความพร้อมในการลงทุน และเป้าหมายของตัวเองคืออะไรเสมอ เพราะการลงทุนมีหลายรูปแบบ นักลงทุนบางคนสะดวกที่จะซื้อขายเก็งผลตอบแทนระยะสั้น, บางคนสะดวกที่จะซื้อขายแบบเก็งผลตอบแทนระยะยาว, สะดวกซื้อหุ้นเป็นรายตัว หรือสะดวกในการซื้อกองทุนมากกว่า เพราะการรู้เป้าหมายและวิธีการ จะมีผลกับการเก็งกำไรผลตอบแทน และกลยุทธ์ในการลงทุนเสมอ นักลงทุนควรทำการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมตลอดเวลา มิเช่นนั้นการเทรดอาจจะไม่ก่อกำไรก็เป็นได้

3.2 ฟังก์ชันและเทคโนโลยีของโบรกเกอร์

ต่อมาการเลือกใช้โบรกเกอร์ ไหนดี เปิดบัญชีหุ้นที่ไหนดี ก็เป็นตัวช่วยให้เข้าถึงความสำเร็จแก่นักลงทุนได้ นักลงทุนควรพิจารณาเทคโนโลยีที่แต่ละโบรกเกอร์นำเสนอด้วยว่าเหมาะสมกับพฤติกรรมการลงทุน และความรู้ความเข้าใจที่นักลงทุนมีต่อแพลตฟอร์มโบรกเกอร์หรือไม่ เพราะบางโบรกเกอร์มีการนำเสนอข้อมูลสถิติอย่างละเอียดเหมาะสำหรับนักลงทุนที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มาก บางโบรกเกอร์มีการนำเสนอข้อมูลกราฟแบบง่ายเหมาะสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่

3.3 ค่าธรรมเนียม

การเปิดบัญชีหุ้นที่ไหนดี และโบรกเกอร์ ไหนดี ควรคำนึงถึงค่าธรรมเนียมด้วยตามบัญชีที่เลือกเปิดด้วยเสมอ เพราะบางโบรกเกอร์คิดค่าธรรมเนียมสเปรดแพง หรือมีค่าธรรมเนียมยิบย่อย เช่น ค่าธรรมเนียมการฝากเงินเข้า-ถอนบัญชี, ค่าธรรมเนียมการซื้อขายต่อหนึ่งธุรกรรม, ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่อหนึ่งธุรกรรม, ค่าธรรมเนียมรายปีในการบัญชี ฯลฯ ตามที่อธิบายไปแล้วข้างต้น ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จะทำให้ต้นทุนหุ้นหรือเงินตราสูง

3.4 บริการข้อมูลข่าวสารและความช่วยเหลือ

บริการข้อมูลข่าวสารและการให้ความช่วยเหลือของโบรกเกอร์ในกรณีที่นักลงทุนมีปัญหาก็เป็นปัจจัยที่น่าสนใจ การให้บริการข่าวสารของหุ้นหรือ Forex ที่ลงทุนไว้สม่ำเสมอ ตลาดเวลาทำให้นักลงทุนไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหาด้วยตัวเอง หรือเมื่อเกิดปัญหาในการใช้บริการ บางโบรกเกอร์ไม่มีผู้ให้ความช่วยเหลือเป็นภาษาไทย ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ หรือดำเนินการให้ความช่วยเหลือนานถึง 3-7 วัน