คริปโทเคอร์เรนซีกับกฎหมายไทย:คริปโทเคอร์เรนซีถูกกฎหมายไทยหรือไม่

คริปโทเคอร์เรนซีถูกกฎหมายไทยหรือไม่

เมื่อ พ.ศ. 2561 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ว่าด้วยการทำธุรกรรมด้วยคริปโทเคอร์เรนซี หรือชื่อภาษาไทยว่า “สกุลเงินดิจิทัล” ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันการฟอกเงินแห่งชาติ ด้วยหวังให้คริปโทเคอร์เรนซีเป็นหนึ่งในเครื่องมือกลางทางการค้า สำหรับใช้แลกเปลี่ยนสินค้า และบริการ และสิทธิ์อื่น ๆ ได้อย่างถูกต้องและวางใจได้

ดังจะได้กล่าวโดยละเอียดในหัวข้อถัดไป ในบรรดา 13 รายนี้ แบ่งเป็น 3 ส่วนธุรกิจ คือ (1) ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) (2) นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) และ (3) ดีลเลอร์สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Dealer)

ความแตกต่างระหว่างศูนย์ซื้อขายฯ (Exchanger) และนายหน้าฯ (Broker) คือ ศูนย์ซื้อขายฯ จะทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลต่าง ๆ ระหว่างบุคคลภายในแพลตฟอร์มของตน ในขณะที่นายหน้าฯ จะทำเช่นเดียวกัน แต่จะเป็นการจับคู่ระหว่างผู้จะซื้อและผู้จะขายคนอื่น ๆ นอกแพลตฟอร์มของตนด้วย ดังนั้น การใช้บริการเทรดบนแพลตฟอร์มของผู้ที่เป็นนายหน้าฯ  จะมีสภาพคล่องสูงกว่า และได้รับราคาที่ดีกว่า

ฉันจะซื้อคริปโทเคอร์เรนซีในไทยได้อย่างไร

วิธีการ ขั้นตอนการซื้อ เทรด และใช้งานคริปโทเคอร์เรนซีในประเทศไทยนั้น มิได้มีความแตกต่างหรือยุ่งยากซับซ้อนไปกว่าที่อื่น ๆ ในโลกเลย ผู้ใช้งานสามารถตรงไปยังเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ ทำการสมัครและยืนยันตัวตนด้วยเอกสารราชการ คอการตรวจสอบประมาณ 5 วันทำการ ก็จะสามารถเริ่มใช้งานบริการต่าง ๆ ได้ และสะดวกด้วยการฝากและถอนเงินได้ด้วยบัญชีธนาคาร หรือบัญชีบัตรเครดิตที่มีอยู่ ก็สามารถทำรายการได้เลย

เพื่อเป็นการสร้างเสริมความมั่นใจทางการทำธุรกรรมออนไลน์ ผู้ลงทุนควรพิจารณาเลือกใช้งานจากผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทย ยิ่งไปกว่านั้นควรตรวจสอบด้วยว่า เว็บไวต์ที่เข้าไปนั้นเป็นเว็บไซต์ทางการที่แท้จริงหรือไม่ มีระบบการจัดการข้อมูลที่น่าเชื่อถือหรือไม่ มีข้อความเชิญชวนหรือรูปแบบของเว็บไซต์ที่แลดูไม่น่าวางใจหรือไม่ และผู้ให้บริการรายใดที่ประกอบกิจการโดยมิได้รับอนุญาต จะต้องไม่เกิน 2 เท่าของมูลค่าการทำรายการแต่ละครั้ง หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท และอาจจำคุก 2 ปี

นอกจากนี้ นักลงทุนที่มุ่งหวังผลกำไรจากผลต่างของอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินดิจิทัล ยังต้องคิดถึงเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่ายด้วย ดังนั้น จึงควรคิดคำนวณให้รอบคอบก่อนว่าจะเหมาะสมกับตนเองหรือไม่ ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ผู้ทำธุรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีก็จะมีข้อมูลความเคลื่อนไหวบันทึกไว้ โดยการแชร์ข้อมูลร่วมกันระหว่างกรมศุลกากรและกรมสรรพาสามิต ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักงานของกระทรวงการคลัง อันมีหน้าที่บริหารจัดการภาษีของประเทศ

ผู้ให้บริการด้านคริปโทเคอเรนซี 13 รายในประเทศไทย

มีผู้ให้บริการหลายรายที่ยื่นขอรับใบอนุญาตจากสำนักงานฯ แต่ก็ถูกปฏิเสธไปเนื่องจากความพร้อมด้านการให้บริการ ความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ และปัจจัยด้านความมีเสถียรภาพอื่น ๆ ดังนั้น สำนักงานฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นสมควรผู้มีความเหมาะสมจำนวน 13 ราย ดังนี้

ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งหมด 6 ราย

Bitkub โดย บริษัทบิทคับ ออนไลน์ จำกัด ให้บริการทั้งคริปโทเคอเรนซีและโทเคนดิจิทัล ก่อตั้งโดยกลุ่มคนไทยรุ่นใหม่ เนื่องด้วยอยู่ในวงการของคริปโทเคอร์เรนซี และเป็นผู้ให้บริการรายแรก ๆ ของไทย จึงทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างและจัดเป็นสตาร์ทอัพไทยที่เติบโตเร็วมากอีกรายหนึ่ง จากสถิติทราบว่ามีมูลค่าการซื้อขายบนแพลตฟอร์มต่อวันประมาณ 700 – 800 ล้านบาท

BX โดยบริษัท บิทคอยน์ จำกัด เลิกประกอบกิจการตั้งแต่ กันยายน พ.ศ. 2562 โดยให้เหตุผลด้านการเล็งเห็นช่องทางอื่น ๆ ในการดำเนินธุรกิจ เป็นผู้ให้บริการรายแรก ๆ นับแต่ประเทศไทยและคริปโทเคอเรนซีรู้จักกัน

Satang Pro โดยบริษัทสตางค์ คอปอร์เรชั่น CEO ของบริษัทยังเป็นผู้ที่คิดค้น ZCoin (XZC) ที่สามารถฝาก ถอน แลกเปลี่ยนด้วยเงินบาท ทั้งยังเป็นรายแรกของไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 27001 (การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล) ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าการธุรกรรมทางการเงินผ่านแพตฟอร์มนี้จะมีความปลอดภัยจากมิจฉาชีพบนโลกไซเบอร์

Huobi Thailand โดยบริษัทหั่วปี้ ประเทศไทย เป็นการร่วมทุนระหว่าง บ.แคชทูคอยน์ และ บ.หั่วปี้ โกลบอล ให้บริการเทรดคริปโทเคอร์เรนซีหลากสกุลเงินอันดับที่ 2 รองจาก Binance

ERX โดย Tezos blockchain บริษัทข้ามชาติจากสวิตเซอร์แลนด์รายเดียวใน 6 รายที่ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. นอกจากการเป็นศูนย์ซื้อขายแล้ว ยังให้บริการโทเคนดิจิทัลด้วย

Zipmex โดย ผู้ใช้บริการสามารถฝาก ถอนด้วยสกุลเงินดั้งเดิมได้โดยใช้บัญชีของไทย และสามารถแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินดิจิทัลได้ภายในแพลตฟอร์มเดียวด้วยอัตราค่าธรรมเนียมที่แจ้งไว้ชัดเจน

นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งหมด 3 ราย และผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล 1 ราย

Coins TH โดยบริษัท คอยส์ ทีเอช จำกัด

สำหรับการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีเฉพาะบิทคอยน์เท่านั้น ยังไม่มีให้บริการสกุลเงินอื่น ๆ และมีโมบายแอพลลิเคชันเฉพาะบนแอพโสตร์ (แอนดรอยด์ยังไม่มี)

Bitazza โดยบริษัท บิทาซซ่า จำกัด

ผู้ใช้งานสามารถฝากด้วยเงินบาทโดยไม่ต้องคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเอง แต่สามารถใช้ได้เพียง 4 สกุลเท่านั้น ได้แก่ BTC (Bitcoin), ETH (Ethereum), XRP (Ripple) และ XLM (Stellar) นอกจากนี้ ยังมีระบบสมาชิกี่จะมอบสิทธิประโยชน์ด้านค่าธรรมเนียมให้ ตามระดับของสมาชิก

Kulap โดยบริษัท ซาโตชิ จำกัด

ลักษณะเด่นของแพลตฟอร์มนี้จะเป็นแบบกระจายศูนย์ ต่างจากแพลจฟอร์มอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ใช้งานจึงสามารถทำรายการตรงผ่านวอลเล็ตที่ตนมีได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องฝากเงินสกุลดั้งเดิมเข้ามา และในการทำการซื้อ – ขาย ระบบจะตรวจหาราคาที่แมตช์กับความต้องการของผู้ใช้ขึ้นมาให้ จึงช่วยลดเวลาการทำรายการ และเพิ่มความคล่องตัวในการเทรด

ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล 4 ราย โดยทำการเสนอขายโทเคนดิจิทัลออกใหม่ กลั่นกรองลักษณะของโทเคนดิจิทัล คุณสมบัติของผู้ออก และความครบถ้วนถูกต้องของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล และร่างหนังสือชี้ชวน หรือข้อมูลอื่นใดที่เปิดเผยผ่านผู้ให้บริการดังกล่าวผู้ให้บริการจะเสนอขายโทเคนดิจิทัล และเพื่อส่วนรายได้ให้ผู้ครอบครองสิทธิ์

Longroot

ด้วยชื่อว่าเป็นผู้ให้บริการ ICO Portal รายแรกของไทยที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. มุ่งให้บริการด้วยเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำบริการด้านการเงินพื้นฐานของคนไทย

T-box

เป็นผู้ให้บริการแบบ end-to-end ผู้ใช้บริการสามารถฝากเงินสกุลดั้งเดิมเพื่อใช้งานได้ผ่านบัตรเครดิต นอกเหนือจากการเทรดแล้ว ยังให้ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างบรรดานักลงุทนในโทเค็นดิจิดัลด้วย

SE Digital โดยบริษัทเอสอี ดิจิทัล จำกัด

เป็นบริษัทในเครือของเซมิโก ซีเตียวริตี้ โดยตั้งเป้าจะมีมูลค่าการทำรายการที่ 2 – 3 ล้านบาท รวมถึงทำหน้าที่เป็นตลาดรองของการซื้อขาย แลกเปลี่ยนโทเค็นดิจิทัลในประเทศไทย

Bitherb

โดยการร่วมทุนของบริษัทบิทพอยต์ (bitpoint) ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลของญี่ปุ่น และบริษัทเอเชีย เฮิร์ป แอคโซซิเอชั่น ของไทย ปัจจุบัน (ธันวาคม พ.ศ. 2563) ยังมิได้เปิดให้บริการ

จะเห็นได้ว่า แวดวงคริปโทเคอเรนซีในประเทสไทยเริ่มเป็นที่แพร่หลาย และการรับรู้ของคนก็มีขึ้นมาก ดังนั้น หากสนใจจะก้าวเข้าสู่วงการนี้ การเตรียมพร้อมด้านทุนทรัพย์อย่างเดียวคงไม่พอ ผู้ลงทุนต้องมีความรู้พื้นฐานและหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ เพื่อให้คงความเป็นที่หนึ่งในวงการนี้ได้