บล็อกเชนคืออะไร? เราสามารถที่จะถอนเงินจากบล็อกเชนได้หรือไม่?

บล็อกเชนคืออะไร

ประวัติความเป็นมา

ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนนั้นจะดูใหม่และทันสมัยแต่เทคโนโลยีนี้มีมานานแล้วพอสมควร David Chaum นักวิทยาการเข้ารหัสลับได้เสนอมาตรการที่มีลักษณะคล้ายบล็อคเชนเป็นครั้งแรกในวิทยานิพนธ์ของเขาในปี 2525 เรื่อง “Computer Systems Established, Maintained, and Trusted by Mutually Suspicious Groups.” เนื่องจากเขาต้องการใช้ระบบที่ไม่สามารถแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนข้อมูลได้ และในปี 2535 Haber, Stornetta และ Dave Bayer ได้รวมโครงสร้างของ Merklee tree หรือ Hash tree เข้าไปในระบบของ David Chaum ซึ่งมันทำให้เกิดการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพโดยอนุญาตให้รวบรวมข้อมูลหลายฉบับไว้ในบล็อกเดียว

   บล็อกเชนแรกได้รับการกำหนดแนวคิดโดยบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ Satoshi Nakamoto ในปี 2551 Nakamoto ได้ปรับปรุงการออกแบบในลักษณะสำคัญโดยใช้วิธีการ Hashcash เพื่อประทับเวลาบล็อกโดยไม่ต้องให้บุคคลได้ลงนาม ซึ่งการออกแบบครั้งนี้ Nakamoto ได้นำไปใช้เป็นส่วนประกอบหลักของ Bitcoin cryptocurrency ซึ่งทำหน้าที่เป็นบัญชีแยกประเภทสาธารณะสำหรับธุรกรรมทั้งหมดบนเครือข่าย และในปัจจุบัน Blockchain กำลังเป็นถนนสายใหม่ที่กำลังทำให้กิจการต่างบนโลกนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อชีวิตมนุษย์ในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านธุรกิจ การเงิน การธนาคาร การศึกษา กีฬา ภาคการสื่อสาร อุตสาหกรรมภาคเกษตรกรรม การคมนาคม การแพทย์ การสาธารณสุข การซ่อมบำรุงการรักษาความปลอดภัยต่อทรัพย์สินและชีวิต การอุปโภคในชีวิตประจำวันที่ต้นทุนในการทำธุรกรรมต่างๆ


ความหมาย

บล็อกเชน (Blockchain) คือการบันทึกธุรกรรมดิจิทัลหรือเครือข่ายการเก็บข้อมูลแบบหนึ่ง (Data acquisition network) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ที่ถูกจัดเก็บไว้เป็นข้อมูลแบบเปิดเผยทุกคนสามารถเข้าถึงได้ในขณะเดียวกันข้อมูลเหล่านี้จะประกันด้วยความปลอดภัยความโปร่งใสและปราศจากการฉ้อโกง ข้อมูลเหล่านี้จะถูกเรียงเป็นบล็อก ฺBlock และจะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันเปรียบเสมือนกับห่วงโซ่ Chain ในคอมพิวเตอร์จำนวนมากเพื่อให้บล็อกที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือย้อนกลับได้ และที่สำคัญที่สุดคือไม่มีใครหรือกลุ่มใดที่สามารถควบคุมข้อมูลเหล่านี้ได้ ดังนั้นข้อมูลที่ถูกเขียนลงไปแล้วจะมีความน่าเชื่อถือที่สูงและมีโอกาสน้อยที่จะมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล เพราะถ้าหากมีผู้ใดมีความประสงค์ที่จะปรับเปลี่ยนหรือแก้ข้อมูลเหล่านี้จะต้องไปเปลี่ยนในทุกเครื่องและทุกเครือข่าย

สกุลเงินดิจิตอล

    สกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) คือสกุลเงินเสมือนที่ใช้การเข้ารหัสเพื่อทำให้มีความปลอดภัยซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปลอมแปลงหรือจ่ายซ้ำ สกุลเงินดิจิตอลจำนวนมากเป็นระบบการกระจายอำนาจบนพื้นฐานของเทคโนโลยีบล็อคเชนที่เป็นบัญชีแยกประเภทกระจายและมีการบังคับใช้โดยเครือข่ายที่แตกต่างกันของคอมพิวเตอร์ ฟีเจอร์ที่มีการกำหนดของคริปโตเคอเรนซีก็คือมันมักจะไม่ออกโดยผู้มีอำนาจส่วนกลางใดๆ การแสดงผลของมันในทางทฤษฎีมีภูมิคุ้มกันต่อการแทรกแซงของรัฐบาลหรือการจัดการ สกุลเงินดิจิตอลที่ใช้บล็อคเชนตัวแรกคือ บิทคอยน์


การทำงาน

    Blockchain เป็นบัญชีแยกประเภทอิเล็กทรอนิกส์สาธารณะที่สร้างขึ้นโดยใช้ระบบ P2P ซึ่งสามารถแบ่งปันได้อย่างเปิดเผยเพื่อสร้างบันทึกธุรกรรมที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และในแต่ละครั้งจะประทับตราและเชื่อมโยงกับรายการก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่มีการเพิ่มชุดธุรกรรมข้อมูลนั้นจะกลายเป็นอีกบล็อกหนึ่งในห่วงโซ่ จึงเป็นที่มาของคำว่า Blockchain


1. ผู้ใช้งานในระบบบล็อกเชน สามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในระบบได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถควบคุมข้อมูลได้

2. มีระบบที่อนุญาตให้ผู้ใช้ได้แลกเปลี่ยนข้อมูล (Peer to Peer)

3. ธุรกรรมมีความโปร่งใสไร้การฉ้อโกง ตรวจสอบได้เพราะทุกฝ่ายจะได้เห็นธุรกรรมที่อยู่ในระบบหมด โดยผู้ทำธุรกรรมไม่จำเป็นต้องเปิดเผยชื่อ

4. เมื่อธุรกรรมถูกบันทึกในฐานข้อมูล ข้อมูลนั้นจะแก้ไขไม่ได้เพราะข้อมูลที่เพิ่งถูกบันทึกจะเชื่อมต่อกับข้อมูลที่ถูกบันทึกก่อนหน้าลักษณะคล้ายโซ่ป้องกันไม่ให้มีการแก้ไขข้อมูล แต่จะจัดการเรียงข้อมูลตามลำดับเวลา และให้คนอื่นในเครือข่ายได้เห็น

5. ธุรกรรมในบล็อกเชนสามารถเข้าใจได้ด้วยตรรกะคอมพิวเตอร์

วิธีการลงทุนใน Blockchain

เนื่องจากเทคโนโลยีบล็อกเชนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจะมีโอกาสมากมายสำหรับนักลงทุน

ลงทุนแบบใช้เงิน

นี่คือตัวเลือกหลักสามตัวสำหรับวิธีการลงทุนในบล็อกเชน

  1. Stocks (หุ้น) - วิธีที่ง่ายที่สุดในการลงทุนใน บริษัท เทคโนโลยีบล็อกเชนคือผ่านตลาดหุ้น บริษัท หลายแห่งที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนี้มีการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) เป็นครั้งแรกและสามารถซื้อได้ในตลาดหลักทรัพย์หรือในตลาดที่ขายหน้าเคาน์เตอร์


  1. Exchange-traded Funds (ETFs) - เสนอหุ้นที่มีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า


  1. Crowdfunding (การระดมทุน) - Blockchain crowdfunding ช่วยให้บริษัทที่เปิดใหม่สามารถสร้างสกุลเงินดิจิทัลของตนเองที่สามารถขายได้โดยดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในบล็อคเชนและลงทุนใน บริษัท ของพวกเขา


ลงทุนแบบไม่ใช้เงิน

        ด้านล่างนี้คือบริษัทบางแห่งที่เปิดโอกาสให้คุณได้ลงทุนใน Blockchain โดยไม่ต้องเสียเงินของตัวเอง

  1. PI Network - องค์กรนี้ได้ค้นหาวิธีที่จะอนุญาตให้คนธรรมดาขุด Bitcoinsได้ วิธีแก้ปัญหาของพวกเขาสามารถสร้างรายได้ด้วยการขุดเหรียญเข้ารหัสลับจากโทรศัพท์ของคุณ เพียงดาวน์โหลดแอปและเปิดวันละครั้งและขุด Bitcoins โดยอัตโนมัติ

  1. Steemit - เป็นโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มบล็อกที่จ่ายเงินให้ผู้ใช้สำหรับการโพสต์เนื้อหา คุณได้รับ crypto-coins จากการโพสต์รูปภาพและเผยแพร่โพสต์ของคุณ

  1. Brave - เป็นเว็บไซต์เบราว์เซอร์ที่ให้คุณได้รับโทเค็นจากการดูโฆษณา เนื่องจากข้อบังคับการคุ้มครองข้อมูลทั่วไปฉบับใหม่เว็บไซต์สามารถรวบรวมข้อมูลผู้ใช้เมื่อได้รับความยินยอมเท่านั้น เบราว์เซอร์ Brave ช่วยให้คุณได้รับรางวัลโดยการเลือกดูโฆษณา มันเป็นเรื่องง่าย สิ่งที่ทำคือให้ผู้เผยแพร่โฆษณาคืนส่วนแบ่งรายได้ทางอินเทอร์เน็ตที่ยุติธรรมและคุณจะได้รับจำนวนเล็กน้อยจากการใช้เบราว์เซอร์

5 อันดับหุ้น Blockchain ที่ต้องพิจารณา




NVIDIA (NASDAQ:NVDA) เป็นผู้ผลิตชั้นนำของหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในเทคโนโลยี AI ยานยนต์อัตโนมัติและเกม นอกจากนี้ GPU ยังเป็นส่วนประกอบฮาร์ดแวร์หลักของการขุด Cryptocurrency นอกจากนี้ Miner ในการ Bitcoin Mining ยังใช้ GPU เฉพาะในการประมวลผลธุรกรรมบนบล็อกเชนและได้รับรางวัลเป็น Bitcoin.





Amazon (NASDAQ:AMZN) Amazon Managed Blockchain ที่อยู่ในระบบของ Amazon Web Services (AWS) ช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างและจัดการเครือข่ายบล็อกเชนของตนเองได้ นอกจากนี้ยังมีศักยภาพที่แน่นอนสำหรับ Amazon ในการรวมเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ากับธุรกิจอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ในที่สุด




CME Group (NASDAQ:CME) เป็นบริษัทชั้นนำสัญชาติอเมริกันในเซ็กเตอร์การซื้อขายหลักทรัพย์และสินค้าโภคภัณฑ์ และมีการดำเนินธุรกิจตลาดซื้อขายฟิวเจอร์สและอนุพันธ์ขนาดใหญ่ สินค้าที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลก เช่น ทองคำ น้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ ถูกกำหนดราคาซื้อขายล่วงหน้าที่นี่



Mastercard (NYSE:MA) เติบโตอย่างมากเป็นเวลาหลายปีเนื่องจากแนวโน้มสู่เศรษฐกิจไร้เงินสด (Cashless Society) ทำให้ปริมาณธุรกรรมบัตรเดบิตและบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น เทคโนโลยี Blockchain มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงพื้นที่การชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องใช้การโอนเงินข้ามพรมแดนซึ่งในอดีตนั้นช้าและมีค่าใช้จ่ายสูง และในช่วงปลายปี 2019 Mastercard ได้ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท เทคโนโลยีบล็อกเชน R3 เพื่อพัฒนาระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนแบบใหม่ซึ่งในที่สุดจะทำให้ บริษัท มีข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่สำคัญในอุตสาหกรรมโดยการขจัดปัญหาสำคัญในการส่งเงินไปต่างประเทศ



Square (NYSE:SQ) มีองค์ประกอบหลัก 2 ส่วนในธุรกิจ ได้แก่ ระบบนิเวศการประมวลผลการชำระเงินสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและแพลตฟอร์มการชำระเงินแบบบุคคลต่อบุคคลของแอปเงินสด Square เป็นหุ้นบล็อกเชนในสองวิธีหลัก เห็นได้ชัดว่า Cash App ช่วยให้ผู้ใช้สามารถซื้อและขาย bitcoin ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายและด้วยยอดขาย bitcoin กว่า 500 ล้านเหรียญบนแพลตฟอร์มในปี 2019 นี่เป็นส่วนสำคัญในธุรกิจของ บริษัท นอกจากนี้ Square ยังมีทีมผู้พัฒนา bitcoin หรือที่เรียกว่า Square Crypto ซึ่งมีโครงการที่น่าตื่นเต้นหลายโครงการ

เราจะถอนเงินออกจาก Blockchain ได้อย่างไร

 วิธีการถอนเงินบาทจากเว็บ Coins.co.th
  1. สมัครบัญชีที่ Coins.co.th

  2. แปลงบิทคอยน์ในกระเป๋าของคุณเป็นสกุลเงินบาท

  1. เลือกช่องทางที่คุณต้องการถอนเงินสด

  1. ระบุจำนวนเงินที่คุณต้องการถอน