สกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) คืออะไร?

สกุลเงินดิจิทัลคืออะไร

ค.ศ. 2007 (พ.ศ.2550) บุคคลหรือกลุ่มบุคคลหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “ซาโตชิ นากาโมโตะ” เผยแพร่ “บิทคอยน์” ซึ่งเป็นหนึ่งในคริปโทเคอร์เรนซีหรือสกุลเงินดิจิทัลขึ้นมาออกใช้ ด้วยแนวคิดว่าผู้รับเงินสามารถรับเงินได้เต็มมูลค่าจากผู้ส่งได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง (Decentralization) เช่น ธนาคารกลาง หรือตัวแทน หรือบุคคลใด ๆ ที่ผู้ส่งหรือผู้รับจะต้องเสียค่าธรรมเนียมให้ ไม่นานจึงเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

การทำธุรกรรมต่าง ๆ ดำเนินการบนอินเทอร์เน็ต เช่น “จอห์นส่งเงินไปให้ซาราห์” ประโยคนี้ จะถูกแปลงเป็นรหัส (เข้ารหัส) ที่มีเชื่อเรียกว่า “คริปโตกราฟฟิก คีย์” (Cryptographic Key) เมื่อระบบทราบว่าจะมีการส่งเงินจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ระบบจะแจ้งให้ “นักขุด” (Miner) ทราบ เพื่อให้เขาทำการยืนยันรหัสที่ถูกต้อง เมื่อกระบวนการนี้แล้วเสร็จอย่างถูกต้อง ผู้รับก็จะได้รับเงินทันที แต่อย่างไรก็ตาม ผู้รับบางคนอาจได้รับน้อยกว่าที่ผู้ส่งส่งมาให้ ตามแต่กระดานซื้อขายที่ใช้บริการหักค่าธรรมเนียมในอัตราที่แตกต่างกัน

ปัจจุบันนี้ ในโลกของเรามีคริปโตเคอเรนซีหลายสิบชนิด แต่ที่เป็นที่พูดถึงอย่างมากคือ “บิทคอยน์” ซึ่งเป็นคริปโตเคอเรนซีบุกเบิกที่ปฏิวัติวงการและยังเป็นที่นิยมในเวลานี้

The way transactions work

คริปโตเคอเรนซีทำงานอย่างไร

หากเปรียบเทียบการส่งเงินจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง โดยวิธีการดั้งเดิม เราอาจใช้การส่งธนานัติ ซึ่งอาจเกิดการสูญหายหรือล่าช้าและมีข้อผิดพลาดได้ เช่น หากเขียนชื่อผู้รับไม่ชัดเจน ต่อมา ผู้คนหันมาส่งเงินสกุลดั้งเดิมด้วยการโอนผ่านบัญชีธนาคารหรือเช็ค ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดลงได้ แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้ผู้ที่เป็นสื่อกลางในการรับส่ง

หากแต่เป็นคริปโตเคอเรนซีผู้รับจะได้รับทันที ภายในชั่วเวลาไม่กี่วินาทีจากการทำงานหนักของบรรดานักขุด (Miner) จากแผนภาพด้านบน ได้อธิบายให้เราทราบถึงภาพรวมของขั้นตอนตั้งแต่ผู้ส่ง (เงิน) ส่งคำสั่งออกไปกระทั่งผู้รับได้รับเงิน ดังนี้

เมื่อผู้ส่งร้องขอการทำรายการ คำร้องนั้นจะถูกส่งไปยัง “เพียร์ทูเพียร์ เน็ตเวิร์ก” (Peer-to-Peer Network) ในขั้นตอนนี้ บรรดานักขุดต่างแข่งขันกันทำงาน เพื่อให้เป็นคนแรกที่ตรวจสอบรหัสลับนั้นได้ถูกต้องและรวดเร็วที่สุด จากนั้นรหัสนั้นจะถูกบันทึกเข้าไว้กับบล็อกเชนที่มีอยู่เดิม มันจะหน้าที่เหมือนสายโซ่ที่เชื่อมโยงสิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้วกับสิ่งใหม่เข้าด้วยกันอย่างถูกต้องและมีเพียงหนึ่งเดียว เมื่อสิ้นสุดขั้นตอนนี้ จะไม่มีใครสามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลใด ๆ ได้อีกเลย จากนั้นผู้รับก็จะได้รับเงิน

ปัจจุบันนี้ เรามักได้ยินคนพูดว่า ได้กำไรจากการเทรดคริปโตเคอเรนซี นั่นเป็นเพราะว่ากลไกของตลาด ยิ่งมีของน้อย (อุปทาน) แต่ความต้องการ (อุปสงค์) มาก ก็ยิ่งทำให้ของชนิดนั้นมีราคาสูง

กล่าวกันว่านับแต่ปี ค.ศ. 2007 ที่บิทคอยน์ถือกำเนิดขึ้น มันจะมีจำนวนลดลงครึ่งหนึ่งทุก ๆ 4 ปี กระทั่งปี ค.ศ. 0000 มันจะไม่เหลือเลย เมื่อถึงเวลานั้น อาจจะมีเงินสกุลดิจิทัลใหม่อื่น ๆ เข้ามาแทนที่ หรือบิทคอยน์เอง อาจจะวิวัฒน์ไปมากกว่าทุกวันนี้ก็ได้

ประเภทของคริปโตเคอเรนซี

นอกจากบิทคอยน์ที่เป็นที่นิยม ยังมีคริปโตเคอเรนซีอีกหลายสกุลที่เปิดทำการซื้อขายอยู่ในตลาดปัจจุบัน ในบทความนี้ ได้รวบรวมบางส่วนมาแนะนำพร้อมอัตราแลกเปลี่ยนเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

สัญลักษณ์

สกุลเงิน

1/11/2020

1/12/2020


Bitcoin Logo

Bitcoin

14,023.000

19,686.000

https://waytomine.com/wp-content/uploads/2018/03/eos-200x200.jpg

EOS

2.368

2.999


https://waytomine.com/wp-content/uploads/2018/03/Ethereum.png

Etheruem

388.080

599.010

https://waytomine.com/wp-content/uploads/2018/03/ripple-200x200.jpg

Ripple

0.240

0.624

https://waytomine.com/wp-content/uploads/2018/05/tether-logo-200x200.png

Tether

1.001

1.001

https://waytomine.com/wp-content/uploads/2018/03/tron-200x200.png

Tron

0.024

0.031

วิธีการเทรดสกุลดิจิทัล

เมื่อมีอุปกรณ์รับเงิน (อย่าง วอลเล็ต) และความมั่นใจพอประมาณแล้ว ก็สามารถเสิร์ซหาสกุลที่น่าสนใจได้จากเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยระบุชื่อสกุลเงินนั้น ๆ และตรวจสอบดูว่าสกุลเงินดังกล่าวมีผู้ให้บริการใดที่เปิดรับบ้าง และรายใดมีค่าธรรมเนียม มีเงื่อนไขการให้บริการอย่างไร

C:Usersphanchita.kosDownloadspexels-worldspectrum-844124.jpg

สมมติว่า ต้องการเทรดบิทคอยน์ แต่ไม่ทราบเลยว่าจะเริ่มที่เว็บใด แต่เมื่อลองค้นหาดูด้วยคำว่า “เทรดบิทคอยน์” จะพบว่ามีผู้ให้บริการหลายราย บางรายก็มีบริการลูกค้าและหน้าเว็บไซต์ที่เป็นภาษาไทย โดยทั่วไป ควรจะทำการตรวจสอบก่อน ดังนี้ หากเป็นบริการที่อาจเข้าข่ายฉ้อฉลหลอกลวง มักมีถ้อยคำโฆษณาที่ฟังดูเกินจริง รูปแบบการใช้คำภาษาไทยไม่เป็นธรรมชาติ (อาจเพราะใช้โปรแกรมแปลภาษามากกว่าการใช้คนแปล)

เมื่อตรวจสอบแล้วพบผู้ให้บริการที่สนใจ เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ ทำการลงทะเบียนด้วยอีเมล์ และเมื่อเข้าระบบได้แล้ว ระบบจะร้องขอให้ทำการยืนยัยตัวตนด้วยเอกสารราชการ เช่น สำเนาบัตรประชาชน ข้อมูลรายได้ เป็นต้น จากนั้นก็สามารถเริ่มต้นซื้อได้เลย

วิธีการซื้อ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น ซื้อจากบัตรเครดิต การแลกเปลี่ยนจากคริปโตเคอเรนซีอื่น ๆ หรือการถ่ายโอนจากกระเป๋าเงินหรือวอลเล็ตขากผู้ให้บริการรายอื่น เช่น ต้องการซื้อบิทคอยน์จำนวน 500 บิทคอยน์ โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ เราจะต้องจ่ายเงิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมพิจารณาถึงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐด้วย อีกทั้งผู้ให้บริการแต่ละราย ก็อาจคิดอัตราค่าธรรมเนียมการทำรายการที่แตกต่างกัน ดังนั้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อต้นทุนเงินบาทที่เราต้องจ่ายออกไปทั้งสิ้น

จะทำกำไรจากการเทรดได้อย่างไร

ที่ภาพข้างต้นนี้ แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของราคาบิทคอยน์เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าประมาณ 19,203.52 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งบิทคอยน์

ในโลกของการลงทุน เราจะยึดถือนโยบาย “ซื้อถูก ขายแพง” อยู่เสมอ สมมติว่าเรามีต้นทุนในการซื้อมา 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งบิทคอยน์ตามตัวอย่างข้างต้น เมื่อเวลาผ่านไปเราเห็นแล้วว่า ราคาต่อหน่วยของบิทคอยน์นี้ปรับขึ้นมาเป็น 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ และเราพึงพอใจกับราคานี้ เราก็สามารถขายออกเพื่อสร้างกำไรหน่วยละ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐได้ (ก่อนหักค่าธรรมเนียม)

ตัวช่วยที่จะบอกให้เราทราบถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าซื้อหรือขายออกคือกราฟวิเคราะห์ทางเทคนิกหรือกราฟแท่งเทียน ดังตัวอย่างภาพด้านล่างนี้

นอกกจากนี้ นักเทรดบางรายยังสามารถทำกำไรจากคริปโตเคอเรนซีได้ด้วยการซื้อจากวอลเล็ตหนึ่งในราคาถูก แล้วโอนไปยังอีกวอลเล็ตหนึ่ง เพื่อขายในราคาที่สูงกว่า หรือซื้อจากคริปโตเคอเรนซีที่มีมูลค่าน้อนกว่า ถือครองไว้สักระยะหนึ่ง แล้วขายหรือแลกเปลี่ยนเป็นอีกสกุลหนึ่งซึ่งจะได้มูลค่ามากกว่า

อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนของผู้เริ่มต้นยัมิควรคิดไปถึงวิธีการทำกำไรแบบนั้น เราควรเริ่มจากการศึกษาวิธีการดำเนินของคลาดให้มั่นใจเสียก่อน ให้รู้ว่าแต่ละสกุลเงินมีจุดเด่นจุดด้อยอะไรบ้างที่ต้องระวัง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนหรือการทำรายการด้วย

ฉันจะเริ่มเทรดคริปโตเคอเรนซีได้อย่างไรบ้าง

หากกล่าวถึงการเทรดคริปโตเคอเรนซีในประเทศไทย เวลานี้ยังคงเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ กฎหมายหรือข้อบัญญัติอาจยังมีไม่ครอบคลุมประเด็นที่อาจเป็นความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลความเสี่ยงให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ ซึ่งสามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์ของคณะกรรมกำกับกิจการหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาล

C:Usersphanchita.kosDownloadspexels-sora-shimazaki-5668473.jpg

ต่อไปนี้ คือวิธีการและขั้นตอนทั่วไปในการเริ่มต้นเทรดคริปโตเคอเรนซี

ผู้เทรดจะต้องมีกระเป๋าเงินหรือที่เรียกว่า “วอลเล็ต” เสมือนบัญชีที่ใช้ในการพักเงินสำหรับการซื้อขาย ทุกวันนี้ มีผู้ให้บริการวอลเล็ตหลายรายที่มีโปรโมชั่น ค่าธรรมเนียมการใช้งานทำรายการต่างกัน วอลเล็ตทำงานเสมือนบัญชีธนาคารก็จริง แต่มีความปลอดภัยมากกว่า ดังที่กล่าวไปตอนต้นว่ารายการธุรกรรมที่ได้ทำไว้ ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระบบระเบียบ ดังนั้นหากจะเข้าถึงได้ ก็ต้องเป็นผู้ที่ทราบรหัสเฉพาะ หรือที่เรียกว่า “ไพรเวท คีย์” (Private Key) หากรหัสนี้ตกไปอยู่ในมือใครที่เขาทราบว่าเป็นของวอลเล็ตนี้ เขาก็สามารถเข้าถึงจำนวนเงินที่เก็บไว้ในนั้นได้

ในการเทรด เรานิยมใช้วอลเล็ตที่เรียกว่า “ซอฟต์แวร์วอลเล็ต” (Software Wallet) เนื่องจากเหมาะกับใช้งานกว่าแบบ “ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต” (Hardware Wallet) ที่เหมาะกับการเก็บรักษา เราควรเปรียบเทียบคุณลักษณะ ข้อดี ข้อด้อยของแต่ละวอลเล็ตก่อนว่าแบบใดจะเหมาะกับการใช้งาของเรามากกว่ากัน รวมถึงบริการให้คำแนะนำผู้ใช้งานด้วย ว่าสามารถตอบปัญหาหรือข้อสงสัยของผู้ใช้งานได้ดีเพียงใด

เมื่อสมัครบริการวอลเล็ตแล้ว เพียงแค่เพิ่มมูลค่าของคริปโตเคอรเรนซีที่ต้องการลงไป และเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของการเปลี่ยนแปลงราคา เมื่อพบจุดที่ราคาสูงขึ้นกว่าตอนซื้อที่นน่าพึงพอใจแล้ว ก็อาจทำการขายออกเพื่อรับมูลค่าจากส่วนต่างนั้น ๆ